แม้การแพร่ระบาดของ COVID-19 จะทำให้เกิดความท้าทายที่ไม่คาดคิดขึ้นกับผู้คนทุกเพศทุกวัย แต่มีข่าวที่น่ายินดียืนยันโดยผลสำรวจระดับภูมิภาคที่ชี้ว่า ทักษะการปรับตัวและความยืดหยุ่น ของเยาวชนรุ่นใหม่อาเซียน อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ซึ่งนี่เป็นบทพิสูจน์ที่ยืนยันได้ว่า “วิกฤตสร้างคนได้จริง”
และผลสำรวจที่เรากำลังจะกล่าวถึงนี้ มาจาก กลุ่ม Sea (Group) ที่เผยเทรนด์ครั้งใหญ่ระดับภูมิภาค จากรายงาน ASEAN Youth 2020 “COVID-19: The True Test of Resilience and Adaptability” โดยรายงานการสำรวจฉบับนี้เป็นการจับชีพจรคนรุ่นใหม่ในอาเซียนว่ามีการพัฒนา ทักษะการปรับตัวและความยืดหยุ่น เพื่อตอบสนองวิถีชีวิตที่ต้องเปลี่ยนไปในช่วงวิกฤต COVID-19 ได้ดีแค่ไหน ซึ่งจัดทำร่วมกับสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF)
เผยผลสำรวจน่ายินดี วิกฤตสร้างคนได้จริง เยาวชนอาเซียนพัฒนา ‘ทักษะการปรับตัวและความยืดหยุ่น’ ได้ดี
ผลสำรวจจากรายงาน ASEAN Youth 2020 “COVID-19: The True Test of Resilience and Adaptability” มีจัดทำขึ้นเพื่อประเมินผลกระทบจากวิกฤต COVID-19 และความพร้อมในการปรับตัว การรับมือ ของคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 16 – 35 ปี ราว 70,000 คน จากทั่วภูมิภาคอาเซียน

ตลอดจนวิเคราะห์แนวทางความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อลดผลกระทบที่กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้รับจากภัยโรคระบาด และยังต้องการวางแผนติดอาวุธให้กับคลื่นลูกใหม่ในอาเซียน ให้มีความเข้มแข็งและมีศักยภาพโดดเด่นในโลกดิจิทัล แข่งขันกับทุกประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ในตอนนี้จนถึงภายหลังวิกฤต COVID-19 จบลง
โดยผลสำรวจแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเยาวชนรุ่นใหม่อาเซียนกว่า 72 % มี ‘ทักษะการปรับตัวและความยืดหยุ่น’ ดีเยี่ยม คือ มีอัตราการเติบโตด้าน “Adaptability & Resilience” หรือความกระตือรือร้นในการปรับตัวและความยืดหยุ่นหรือแนวโน้มการฟื้นตัวกลับมาจากสถานการณ์ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดที่ค่อนข้างดี
ในกลุ่มเยาวชนอาเซียนรุ่นใหม่ 72% นี้ ได้ชี้ว่าวิกฤตโควิด-19 เป็นโอกาสให้พวกเขาปรับตัวในหลากหลายด้านต่างกันไป ดังนี้
48% มีความพร้อมในการรับมือสถานการณ์โรคระบาด
41% บอกว่าวิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสในการพัฒนาทักษะใหม่ๆ
38% สร้างโอกาสเรียนรู้และคิดวิเคราะห์ได้อย่างสร้างสรรค์
31% สามารถสร้างรายได้จากช่องทางใหม่ๆ ได้สำเร็จ

นอกจากนั้น ในการพัฒนา “Adaptability & Resilience” หรือ ทักษะการปรับตัวและความยืดหยุ่น ด้านต่างๆ ยังมีความสอดคล้องกับช่วงวัย อาชีพ และบทบาทหน้าที่
โดยกลุ่มเด็กนักเรียนมีความโดดเด่นมากที่สุดในการพัฒนาทักษะใหม่ๆ ส่วนกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ระบุว่าตนเองเป็นผู้ประกอบการ จะมุ่งพัฒนาตนเองด้วยการสร้างแบบจำลองธุรกิจ (Business Model) ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางหารายได้ ขณะที่ กลุ่มวัยทำงานให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวรับมือสถานการณ์โรคระบาดมากที่สุด
ในโอกาสนี้ ดร.สันติธาร เสถียรไทย ประธานทีมเศรษฐกิจและกรรมการผู้จัดการใหญ่ Sea (Group) ให้ข้อมูลในแง่มุมที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากผลสำรวจในครั้งนี้ว่า
“วิกฤตที่เกิดจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 นับเป็นบทเรียนฉบับเร่งรัดที่ส่งผลให้คนรุ่นใหม่ต้องปรับตัวให้ฉับไวและทันต่อสถานการณ์ ซึ่งการสำรวจบ่งชี้ว่าคนรุ่นใหม่ในอาเซียนมี Mindsets ที่ดี แสดงให้เห็นถึงการเติบโตด้าน ‘Adaptability & Resilience’ สะท้อนว่าบุคลากรที่จะเติบโตเป็นอนาคตของภูมิภาคเหล่านี้จะสามารถ ฟื้นตัว ปรับตัว และตอบสนองต่อสภาวะวิกฤตได้ ตั้งแต่ตอนนี้ที่วิกฤต COVID-19 ยังไม่จบลง ไปจนถึงวิกฤตอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตและในโลกแห่งการทำงานด้วย”
ชี้ชัด “ผู้หญิงชาวอาเซียน” มีความกระตือรือร้นพัฒนาชุดทักษะใหม่ๆ มากกว่าผู้ชาย
นอกจากนี้ ผลการสำรวจระดับภูมิภาคฉบับนี้ยังให้ข้อมูลการค้นพบที่น่าสนใจเพิ่มเติมว่า “ผู้หญิงในกลุ่มอาเซียนมีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาชุดทักษะใหม่ๆ มากกว่าผู้ชาย” โดยเฉพาะด้านทักษะทางการเงิน
ทั้งนี้ คนรุ่นใหม่ชาวอาเซียนที่ระบุว่าในช่วงวิกฤตนี้เป็นโอกาสให้พวกเขาสามารถบริหารจัดการเงินได้ดีขึ้น จำแนกเป็นกลุ่มผู้หญิงและผู้ชายอยู่ที่ 63% และ 53% ตามลำดับ ส่วนจำนวนบุคคลที่ให้ความสำคัญกับเงินออมสำรองฉุกเฉินจำแนกเป็นกลุ่มผู้หญิงและผู้ชายอยู่ที่ 63% และ 47% ตามลำดับ
คนรุ่นใหม่ชาวอาเซียน ตบเท้าปรับตัว พร้อมเข้าสู่วิถีชีวิตดิจิทัลอย่างถาวร
ต้องยอมรับว่าวิกฤตนี้เป็นตัวเร่งปฏิกริยาให้จำเป็นต้องขานรับวิถีชีวิตใหม่ ส่งผลให้ ดิจิทัลฟุตพริ้นท์ (Digital Footprint) ของเยาวชนและคนหนุ่มสาวในอาเซียนจึงเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
87% ของผู้ทำแบบสอบถามกล่าวว่าตนใช้เครื่องมือดิจิทัล (Digital Tool) อย่างน้อย 1 อย่างในช่วงที่มีการแพร่ระบาด
42% ระบุว่าได้ทดลองใช้เครื่องมือดิจิทัลใหม่ที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน
ประเทศอินโดนีเซียและสิงคโปร์มีการขยายตัวของการรับเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ (Digital Adoption) ที่โดดเด่นเป็นพิเศษกว่าครึ่งของคนรุ่นใหม่ในทั้ง 2 ประเทศ ระบุว่าเลือกซื้อสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซถี่ขึ้นกว่าในอดีต
ประเทศไทยมีความโดดเด่นด้านการทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านอีเพย์เมนต์และอีแบงก์กิ้ง ที่ก้าวหน้ากว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียน
โดยความโดดเด่นข้างต้นของประเทศไทยในด้านการทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านอีเพย์เมนต์และอีแบงก์กิ้ง สอดคล้องกับข้อมูลการชำระเงินในเดือนมีนาคม 2563 ที่สำรวจโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งระบุว่าจำนวนการใช้ดิจิทัลเพย์เมนต์เพิ่มมากขึ้นกว่า 40%
ขณะที่ อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งและโมบายแบงก์กิ้งเติบโตมากที่สุดราว 70% ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการเติบโตของสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ในบ้านเราอย่างชัดเจน
ทางฝั่งผู้ประกอบการ ยังระบุว่าตลอดช่วงที่เกิดวิกฤตโรคระบาดจนถึงตอนนี้ ได้มีการปรับกลยุทธ์ช่องทางกระจายสินค้าและหันมากระตุ้นยอดขายด้วยช่องทางออนไลน์ โดย 33% ของผู้ขายที่ใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ แจ้งว่ามีกิจกรรมการขายที่แอคทีฟขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงวิกฤต COVID-19 และ 1 ใน 4 ของกลุ่มผู้ขายบนอีคอมเมิร์ซยังระบุว่าเป็นครั้งแรกที่ลองใช้อีคอมเมิร์ซในการทำธุรกิจ
เมื่อชีวิตก้าวสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ ทักษะดิจิทัล และ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ จึงสำคัญที่สุด
ทั้งนี้ ผลการสำรวจยังยืนยันว่า การเพิ่มขึ้นของดิจิทัลฟุตพริ้นท์ ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ชาวอาเซียน จะไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ฉาบฉวย เนื่องจากคนส่วนใหญ่ระบุว่าตนจะยังคงใช้เครื่องมือดิจิทัลต่างๆ ต่อไป แม้ว่าสถานการณ์โรคระบาดจะกลับมาเป็นปกติแล้วก็ตาม
โดย 60% ระบุว่าจะเพิ่มปริมาณการใช้โซเชียลมีเดีย อีคอมเมิร์ซ ช่องทางการศึกษาออนไลน์ การทำธุรกรรมออนไลน์ และบริการสั่งอาหารออนไลน์อย่างถาวร
“เมื่อกิจกรรมในชีวิตประจำวันถูกเคลื่อนย้ายไปอยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างแพร่หลาย กระบวนการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัล (Digitalization) จึงถูกเร่งให้เร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้เครื่องมือดิจิทัล (Digital Tools) และทักษะดิจิทัล (Digital Skills) ยิ่งเป็นที่ตระหนักถึงและทวีความจำเป็นมากขึ้น” ดร.สันติธาร กล่าวเสริม
ทว่า ขณะที่ ประธานทีมเศรษฐกิจและกรรมการผู้จัดการใหญ่ Sea (Group) ยืนยันว่าเครื่องมือดิจิทัลและทักษะดิจิทัลมีความจำเป็นในยุคนี้ รายงาน ASEAN Youth 2020 “COVID-19: The True Test of Resilience and Adaptability” ก็แสดงข้อค้นพบที่สร้างความท้าทายให้กับทุกฝ่ายว่า
“การขาดทักษะดิจิทัล และการขาดความสามารถในการเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีคุณภาพและจับต้องได้ เป็นข้อจำกัดที่เด่นชัดที่สุดในอาเซียน”
เนื่องจากวิกฤต COVID-19 เป็นวิกฤตใหญ่ครั้งแรกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเยาวชนและคนหนุ่มสาวช่วงอายุ 16 – 35 ปี ทั้งในแง่เศรษฐกิจและสาธารณสุข
โดยทาง Sea (Group) พบว่าอุปสรรคที่คนรุ่นใหม่พบในการปรับตัวรับโรคระบาดใหญ่ครั้งนี้ คือ
69% มีความคิดว่า การเรียนหรือทำงานทางไกล (Remote studying and working) เป็นเรื่องยากลำบาก
7% ไม่สามารถเรียนหรือทำงานทางไกลผ่านช่องทางออนไลน์ได้โดยสิ้นเชิง
โดยกลุ่มที่มีความเปราะบางและมีปัญหาในการปรับตัวให้สอดรับกับวิถีการเรียนและการทำงานทางรูปแบบใหม่ มักเป็นกลุ่มคนที่มีระดับการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี และคนกลุ่มนี้ชี้ว่าอุปสรรคที่เป็นข้อจำกัดมากที่สุด ได้แก่ การขาดแคลนด้านทักษะดิจิทัลที่จำเป็นต่อการเรียนและการทำงานทางไกล (84%) และการขาดความสามารถในการเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ (79%)
เช่นกับกับปัญหาทางการเงินที่ก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคที่โหดหินไม่น้อย โดย 19% ระบุว่าการขาดทุนทรัพย์เป็นปัญหาใหญ่ในการใช้ชีวิต การเรียน และการทำงาน ซึ่งกลุ่มคนที่เผชิญปัญหาทางการเงินรุนแรงที่สุด คือ กลุ่มแรงงานอิสระ (Gig economy workers) และผู้ประกอบการ มีจำนวน 24% และ 23% ตามลำดับ
ที่สุดแล้ว ในตอนท้ายการเปิดเผยผลสำรวจจากรายงานระดับภูมิภาคฉบับนี้ ดร.สันติธาร ได้นำเสนอแนวทางไปยังภาครัฐ ภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเขาเชื่อมั่นว่าจะเป็นการส่งเสริมให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ชาวไทยสามารถใช้วิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสในการฝึกทักษะใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น ว่า
“เรายินดีที่คนรุ่นใหม่ในภูมิภาคอาเซียนมีความตื่นตัวในการตอบสนองต่อความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจและสังคมที่ไม่ปกติ แต่เราไม่อาจละเลยสิ่งที่ผลการสำรวจนี้ค้นพบในเรื่องของอุปสรรคที่คนรุ่นใหม่ต้องเจอในการปรับตัวรับโรคระบาดใหญ่ครั้งนี้ ซึ่งเราจะปล่อยให้พวกเขาเผชิญอย่างโดดเดี่ยวไม่ได้”
“ด้วยเหตุนี้ภาครัฐและภาคเอกชนจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน เพื่อปลดล็อกศักยภาพให้แก่กลุ่มคนที่จะเติบโตขึ้นมาผู้นำและผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมรุ่นใหม่ของภูมิภาคในอนาคต โดยจำเป็นต้องสนับสนุนพวกเขาให้สามารถยกระดับความสามารถที่จำเป็นในยุคดิจิทัล พร้อมกำจัดอุปสรรคด้านการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต พร้อมกับการสนับสนุนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและเสถียรภาพทางการเงิน” ดร. สันติธาร กล่าวสรุป
อัปเดตผลสำรวจน่าสนใจจากรายงานระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก อีกมากมาย ที่ชี้ให้เห็นแง่มุมที่คุณอาจยังไม่รู้
โลกของการทำงานที่กำลัง Reset Normal จะไม่กลับสู่ ‘ภาวะปกติที่เราคุ้นเคย’ อีกต่อไป
7 ผลงานวิจัย ยกระดับ คุณภาพชีวิตเด็กไทย ให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลก


















