ระเบิดศึก Plant-Based Meat เมื่อเทรนด์เอียนเนื้อสัตว์เริ่มมาแรง ผู้ท้าชิงจากเยอรมนี หวังเขย่าบัลลังก์เจ้าตลาดจากอเมริกา

นวัตกรรมเนื้อสัตว์เสมือนจริงที่ใช้วัตถุดิบจากพืชมาทดแทน หรือที่เรียกว่า Plant-Based Meat นั้น กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มคนรักสุขภาพที่แสวงหาโปรตีนอื่นนอกเหนือจากเนื้อสัตว์ โดยมีแบรนด์ผู้บุกเบิกและมีชื่อเสียงโด่งดังในด้านนี้อย่าง Beyond Meat เป็นเจ้าตลาดอยู่

แต่ล่าสุดที่เยอรมนีมีสตาร์ทอัพนำเสนอ Greenforce เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่พร้อมต่อกรและแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดในยุโรป อะไรคือแนวคิด และแผนธุรกิจที่ Greenforce ใช้แข่งขันกับผู้นำ เพื่อปักหมุดเป็นผู้เล่นรายหลักในอุตสาหกรรมอาหารดาวรุ่งนี้ เรามีคำตอบ

Plant-Based Meat
Markets and Markets รายงานว่า Plant-Based Meat ทั่วโลกในปี 2019 พบว่ามีมูลค่าราว 12.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 376 พันล้านบาท) แบ่งเป็นอเมริกาเหนือมีสัดส่วนมากที่สุดถึง 41.9% รองลงมาคือยุโรป 38.81% ต่อมาคือเอเชีย แปซิฟิก 14.18% และภูมิภาคอื่นๆ 5.22% โดยในปี 2025 คาดว่าจะตลาดนี้จะเพิ่มมูลค่าเป็น 27.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 868 พันล้านบาท) เลยทีเดียว แสดงให้เห็นว่าหากแบรนด์ไหนรีบบุกตลาดในตอนนี้ ความสำเร็จอันหอมหวานรอให้ตักตวงอีกไม่นาน
Thomas Isermann
Thomas Isermann
Thomas Isermann ชายวัย 44 ปี ผู้ก่อตั้ง Greenforce บริษัทสตาร์ทอัพบริษัทผู้ผลิตสินค้าอาหารและเครื่องดื่มทางเลือกภายใต้สโลแกน ‘พลังแห่งพืช’ ที่ต้องการผลักดันให้มีการบริโภคเนื้อสัตว์ในประเทศเยอรมนีลดลง และต้องการให้ทุกคนมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน โดยใช้ ‘ถั่วลันเตา’ เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเป็นเบอร์เกอร์เนื้อและเครื่องดื่มเพื่อฟื้นฟูร่างกาย โดยท่ีผู้ประกอบการร้านอาหาร และผู้ประกอบธุรกิจฟู้ด เซอร์วิส หลายแห่ง ให้ความสนใจสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทฯ ไปใช้ในการประกอบอาหารกันอย่างเนืองแน่น แม้กระทั่งในร้านอาหารประเภท Fine dining ล่าสุด คือ ร้าน Käfer ตั้งอยู่่ชั้นบนสุดหรือรูฟท็อปของอาคารรัฐสภาเยอรมนี เป็นร้านอาหารหรูหราโอ่อ่าระดับ 5 ดาว ใจกลางกรุงเบอร์ลิน ได้นำวัตถุดิบจาก Greenforce มาประกอบอาหาร และนำเสนอในเมนูหลักของร้านเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว และในไม่ช้าผู้บริโภคก็จะสามารถซื้อ ‘เนื้อเจ’ หรือเนื้อที่ทำจากพืชจากร้านนี้กลับไปประกอบอาหารที่บ้านได้เลย

Greenforce

Greenforce Plant-Based Meat

Käfer
ร้าน Käfer ตั้งอยู่่ชั้นบนสุดหรือรูฟท็อปของอาคารรัฐสภาเยอรมนี เป็นร้านอาหารหรูหราโอ่อ่าระดับ 5 ดาว ใจกลางกรุงเบอร์ลิน

Isermann มีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าบริษัท Greenforce เปรียบเสมือนตัวแทนจากยุโรปที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะแข่งขันกับ Beyond Meat จากสหรัฐอเมริกา ผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดนี้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี พร้อมกับเอ่ยอ้างว่านี่ถือเป็น “การปฏิวัติอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่” เลยทีเดียว

Greenforce Plant-Based Meat

Greenforce Plant-Based Meat

ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัท Greenforce เน้นผลิตสินค้าเคร่ืองดื่มเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายให้กับกลุ่มนักกีฬา อย่างทีมนักฟุตบอล Hertha BSC ก็นิยมใช้เครื่องดื่มของบริษัทนี้ และในขณะนี้ได้ผลิตสินค้าใหม่คือเบอร์เกอร์เนื้อ และนำเสนอในรูปแบบ ‘เบอร์เกอร์เนื้อเจ DIY’ บรรจุในซองขนาด 150 กรัม จำหน่ายราคา 6.99 ยูโร (ราว 220 บาท) สามารถผสมเป็นเนื้อเบอร์เกอร์พร้อมเสริฟได้ 3 – 4 ที่โดยเนื้อสัตว์จากพืชของ Greenforce ใช้กระบวนการทางเคมี แยกโปรตีนจากถั่วลันเตาอินทรีย์จากสเปน และมีพืชอื่นๆ เช่น เมล็ดทานตะวันและถั่วเหลืองที่ผลิตในเยอรมนี ประกอบกับเครื่องปรุงอื่นๆ ช่วยทำให้รสชาติ รสสัมผัส รวมถึงกลิ่น และสีสันเมื่อนำไปปรุงคล้ายเนื้อสัตว์จริงๆ พร้อมโฆษณาสรรพคุณว่าร่างกายสามารถนําโปรตีนนี้ไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ในทันที พร้อมชูจุดเด่น ส่วนผสมของกรดอะมิโนกว่า 8 ชนิด ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ขณะเดียวกันส่วนผสมของผลิตภัณฑ์นี้ยังมีไขมันต่ำกว่า เนื้อวัวปกติครึ่งหนึ่ง และมีค่าคอเลสเตอรอลเป็นศูนย์

Greenforce Plant-Based Meat

กระนั้น Greenforce ก็ตระหนักดีว่าหากจะต้องการรุกตลาดนี้อย่างจริงจัง จำเป็นจะต้องมีสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น ดังนั้นทีมงานกว่า 10 ชีวิต ของบริษัท จึงเร่งพัฒนาสินค้าอีกกว่า 20 รายการอย่างคร่ำเคร่ง โดยหนึ่งในสินค้าไฮไลท์ที่นำเสนอต่อจากเบอร์เกอร์เนิื้อเจ DIY คือแพนเค้กและมีทบอลเนื้อเจ DIY จำหน่ายในขนาดและราคาเท่ากันกับสินค้านำร่อง แต่เสิร์ฟได้ 5-6 ที่
ด้าน Beyond Meat ที่ก่อตั้งโดย Ethan Brown ได้จำหน่ายสินค้าทางเลือกนี้ทั่วโลก สำหรับในตลาดยุโรป Beyond Meat ได้เริ่มจำหน่ายที่เนเธอร์แลนด์ เป็นประเทศแรกในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยปี 2019 ที่ผ่านมา เบอร์หนึ่งในตลาด Plant-Based Meat เก็บเกี่ยวยอดขายทั่วโลกได้เกือบ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9,347 ล้านบาท) และคาดการณ์ว่าใน 2020 ปีนี้ จะมียอดขายเพ่ิมขึ้นถึง 50%  เลยทีเดียว และปัจจุบัน Beyond Meat มีมูลค่าในตลาดหุ้นสูงถึง 7 ล้านเหรียญสหรัฐ

Beyond Meat

อย่างไรก็ตาม หาก Greeforce คิดจะท้าชิงบัลลังก์ Beyond Meat ก็ต้องเจาะทั้งช่องทางจำหน่ายทั้งค้าปลีกและฟู้ดเซอร์วิส/ร้านอาหารให้ครอบคลุม เนื่องจากรายได้ในปี 2019 ของ Beyond Meat
ใน 2 ช่องทางนี้ มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน แบ่งเป็นค้าปลีก 144.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และฟู้ดเซอร์วิส/ร้านอาหาร 153.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยิ่งในโมเดิร์นเทรดยิ่งแข็งแกร่งเพราะมีจุดจำหน่ายมากถึง 35,000 แห่งทั่วโลก รวมถึงต้องเน้นกลยุทธ์ Brand Collaboration กับเชนร้านอาหารโดยเฉพาะเชนฟาสต์ฟู้ดอย่างจริงจัง เช่นเดียวกับที่  Beyond Meat จับมือกับเคเอฟซี และคาร์ลซ จูเนียร์

Beyond Meat KFC

ล่าสุด Greenforce ได้เปิดตลาดผ่านช่องทางจำหน่ายฟู้ดเซอร์วิสได้เป็นผลสำเร็จ ผ่านทาง Transgormet ผู้จัดส่งสินค้าให้กับร้านอาหาร และโรงแรม ที่นําสินค้าของ Greenforce ไปบรรจุไว้ในรายการสินค้าพร้อมสั่ง เรียบร้อยแล้ว
การต่อสู้ในสมรภูมินี้ยังต้องดูอีกยาวไกล เพราะประตูแห่งโอกาสเปิดต้อนรับผู้เล่นรายใหม่เสมอ โดยเฉพาะหากมีนวัตกรรมที่ชัดเจนและนำเสนอรสชาติเนื้อเสมือนได้อร่อยจริง ภายใต้ราคาที่แข่งขันได้ ก็น่าจะดึงส่วนแบ่งการตลาดมาได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

ที่มา :