ในโอกาสที่ ‘จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์’ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ กระจายความรู้สู่ผู้ประกอบการยุคใหม่ Co-Course หรือ Gen Z to be CEO ได้ให้โอวาทพิเศษ พร้อมเปิดโอกาสให้เหล่าผู้แทนนักศึกษาแต่ละสถาบัน ถาม-ตอบ ในเรื่องที่อยากรู้อย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง ผ่านเทคโนโลยีถ่ายทอดสัญญาณภาพ จาก Media Vision Studio ซึ่งมีรูปแบบที่ทันสมัยและน่าตื่นตาตื่นใจ ไม่แพ้การเปิดตัวสินค้าหรือ Gadget สุดล้ำ ของแบรนด์ระดับโลกเลย
บทเรียนที่ 1 : การทำความเข้าใจ “โลกเปลี่ยน” ให้ถ่องแท้และลึกซึ้ง คือทางรอดผู้ประกอบการยุคใหม่
หลังจากเอ่ยทักทาย ทั้งคณาจารย์และผู้แทนนิสิต นักศึกษา จากมหาวิทยาลัยทางภาคเหนือที่เข้าร่วมโครงการฯในครั้งนี้ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้เริ่มพูดคุยกับทุกคน ว่า
“ในโอกาสนี้เป็นโอกาสพิเศษ และรู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากที่ได้มีโอกาสมาพูดคุยกับน้องๆนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในภาคเหนือทั้ง 7 มหาวิทยาลัย ที่เข้าร่วมโครงการนี้ เชื่อว่าส่วนใหญ่มาจาก คณะบริหารธุรกิจ ซึ่งทำให้เราได้พอรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของการอบรมในโครงการปั้น Gen Z ให้ไปเป็น CEO ในวันนี้ นับว่าตรงตามความตั้งใจ ตรงตามเป้าหมายของโครงการฯ ที่ตั้งไว้”
“อย่างที่น้องๆทุกคนรู้ครับ ว่าวันนี้โลกเปลี่ยน เปลี่ยนไม่ใช่น้อย เปลี่ยนหลายตลบ และในวันข้างหน้า อาจมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากกว่านี้ รวดเร็วกว่านี้ แบบไม่คาดคิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้น อย่างน้อย เราต้องเรียนรู้จาก ตัวอย่างของโลกที่เปลี่ยนและต้องเปลี่ยนที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ ประการแรก คือ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สถานการณ์นี้มาบอกเราว่า เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จะไม่ยอมเผชิญกับมันก็ไม่ได้ เพราะมันมาถึงตัวเราแล้ว และไม่ได้มาเฉพาะบ้านเรา มันกระทบไปทั่วโลก”
“ประการที่สอง คือ สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว มีผลมาก ที่จะทำให้โลกเปลี่ยน ซึ่งไม่สามารถรู้ได้ด้วยการดูแค่ GDP ซึ่งก็ยังขึ้นอยู่ อยู่ในเกณฑ์บวก แต่บวกน้อยลงไปเรื่อยๆ เรียกว่าเป็นช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งวิกฤตนี้ส่งผลทั้งต่อตัวเลขการค้า การส่งออก และตัวเลขการจับจ่ายใช้สอยของคนทั้งโลก”
“ประการที่สาม เป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจาก สงครามการค้า ระหว่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐประชาชนจีน ฝ่ายหนึ่ง สหรัฐฯ คือยักษ์ใหญ่ มหาอำนาจทางการค้าของโลก อีกฝ่าย ก็เป็นจีน เบอร์สอง ของชาติมหาอำนาจทางการค้าของโลก ทั้งสองฝ่ายมาทำสงครามการค้ากัน สงครามที่ไม่ได้เป็นการต่อสู้ด้วยอาวุธ แต่เป็นการต่อสู้ด้วยมาตรการการค้าต่างๆ ทั้งสกัดกั้นการนำเข้า-ส่งออก กัน และเราต้องติดตามสงครามการค้าครั้งนี้แบบเกาะติด เพราะเชื่อว่าจะมีอีกหลายมาตรการทางการค้าของ 2 ชาติมหาอำนาจที่ออกมาฟาดฟันกันอีกอย่างต่อเนื่อง”

“ทั้งสามประการที่กล่าวมานี้ ผมอยากให้พวกเรา Gen Z ทำความเข้าใจให้ลึกซึ้ง ถ่องแท้ และนำมาซึ่งการเตรียมรับมือ การปรับตัว เผชิญกับ ภาวะโลกเปลี่ยนอีกหลายตลบ อย่างที่ผมเกริ่นมา”
“นอกจากนั้น สิ่งที่ว่าที่คนทำการค้าอย่างน้องๆอาจต้องเตรียมรับมือ เพราะผลจากสงครามการค้า นั่นคือ มาตรการกีดกั้นทางการค้าในรูปแบบต่าง ที่อาจเกิดขึ้นได้อีกแบบเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แล้วแต่ แต่ละประเทศ ที่มีกำลังซื้อมากจะคิดค้นขึ้นมาเพื่อกีดกันไม่ให้ผู้ประกอบการจากประเทศอื่นส่งสินค้าไปยังประเทศของตน หรือถ้าปล่อยเข้าไปก็จำกัดจำนวนให้น้อยที่สุด เพื่อสร้าง “ความได้เปรียบทางการค้า” ให้เกิดขึ้น ยกตัวอย่าง ต่อไป มาตรการความปลอดภัยของอาหาร จะกลายเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นเครื่องมือที่หลายประเทศจะหยิบเอามาใช้ เพราะแน่นอนว่าต่อจากนี้ไป ถ้าอาหารไม่ปลอดภัย ในยุคโควิด-19 หรือแม้แต่ยุคหลังโควิด-19 ก็ไม่มีประเทศไหนที่จะยอมให้นำเข้า”
“อย่าง เรื่องการใช้ลิงเก็บมะพร้าว ก็เคยถูกหยิบเอาไปเป็นประเด็นกีดกันการส่งออกกะทิของไทย โดยกล่าวหาว่าเราไปใช้ลิงเก็บมะพร้าวเป็นการทรมานสัตว์หรือไม่ จนกระทั่งตัวแทนหน่วยงานไทย ต้องเชิญทูตจากต่างประเทศมาดูให้เห็นกับตาว่า ลิงเก็บมะพร้าว ของไทย จริงๆแล้วอยู่ในแพคเกจการท่องเที่ยวของเราด้วยซ้ำ หรืออยู่ในวิถีชีวิตปกติธรรมดามาช้านานของคนไทยในต่างจังหวัด”
“ขณะที่ ต้องชี้แจงว่า ถ้าเป็นการผลิตกะทิในระดับอุตสาหกรรม ในกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ ตั้งแต่เก็บมะพร้าว ก็ไม่มีใครใช้ลิงแล้ว เพราะลิงเก็บมะพร้าวได้ทีละลูก ส่วนคนใช้เครื่องมือเก็บมะพร้าวได้ทีเป็นทะลาย”
“ที่มาเล่าให้น้องๆฟังนี้ ก็เพื่อจะบอกว่า ต่อไปจะมีมาตรการ มีประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับการทำการค้าอีกมาก และประเด็นที่ว่าที่ผ็ประกอบการทุกคนต้องพึงระวังนั่นคือ ในโลกการค้ายุคใหม่ ถ้าต่อไป สินค้าที่ผลิตขึ้นมานั้น ตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้ ว่าสินค้าชิ้นนี้ ผลิตมาจากประเทศไหน โรงงานตั้งอยู่ที่ไหน ตำบล อำเภอ จังหวัดไหน ลึกไปจนถึง ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรนั้น ปลูกที่ไหน”
“ดังนั้น ถ้าเราสามารถทำความเข้าใจกับคำว่า “โลกเปลี่ยน” และ โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร ดีกรีความเร็ว ความแรง แค่ไหน ก็จะทำให้เราสามารถหามาตรการที่เหมาะสมที่จะใช้รับมือกับมันได้ในที่สุด”
บทเรียนที่ 2 : ฮาวทูทำธุรกิจให้เกิด ท่ามกลางสถานการณ์โลก ที่ ปั่นป่วน
“ว่าที่ CEO Gen Z จะต้องรู้ว่า เรากำลังอยู่ในสถานการณ์ไหนของโลก” รองนายกรัฐมนตรี ย้ำชัดๆอีกครั้ง ก่อนที่จะกล่าวต่อว่า
“เมื่อโลกเปลี่ยน แน่นอนว่า ประเทศไทย ก็ต้องปรับตัว สิ่งสำคัญที่ประเทศไทยต้องปรับและเปลี่ยน คือ หนึ่ง ต้องเปลี่ยนยุทธศาสตร์การผลิต ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือการนำเสนอในภาคบริการ จากที่แต่เดิม เราอยากผลิตอะไร ก็เดินหน้าผลิตสิ่งนั้น เป็นการผลิตตามใจฉัน โดยเปลี่ยนเป็นการผลิตที่ใช้ “ตลาดนำการผลิต” นี่เป็นกระบวนทัศน์ใหม่ที่ผู้ผลิตบ้างเราต้องตื่นตัว ไม่ว่าตลาดโลกหรือตลาดในประเทศ ลองคิดดูว่าถ้าเรายังคงผลิตตามใจฉัน ผลิตออกมาแล้วจะขายใคร”
“สอง เราต้องปรับรูปแบบทางการค้า จากเดิม รูปแบบการค้าที่เราเคยทำมาตลอด คือ การค้าแบบออฟไลน์ Offline เพียงอย่างเดียว แบบขายในตลาด ซื้อมาขายไป เมื่อเจอสถานการณ์โควิดระบาด ก็ยิ่งทำให้รู้ว่า การค้าขายแบบออฟไลน์ แบบเดิม มีความลำบาก และไม่เข้ายุคเข้าสมัยแล้ว”
“ดังนั้น ต่อจากนี้ไป การค้า Online ออนไลน์ จากที่มีความสำคัญอยู่แล้ว ก็ยิ่งต้องมีการปรับการค้าออนไลน์ให้ได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยทุกฝ่าย ต้องเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์ม E-commerce หรือ อีคอมเมิร์ช ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ในประเทศ หรือระหว่างประเทศ”
“ผมเชื่อว่าน้องๆทุกคน ที่กำลังฟังผมพูดอยู่ในตอนนี้เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีเป้าหมายในชีวิต มีความฝัน และในความฝันนั้น อย่างน้อยร้อยละ 80 ผมเชื่อว่าทุกคนฝันอยากเป็น CEO อยากเป็นนายของตัวเอง แต่การจะไปถึงจุดนั้นได้ก็ต้องคำนึงและคิดอย่างรอบคอบด้วยว่าธุรกิจอะไรที่จะสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในวันนี้”
“โครงการ CEO Gen Z ที่จัดขึ้นโดย กระทรวงพาณิชย์ จึงเกิดขึ้นเพื่อบ่มเพาะให้เยาวชนที่สนใจอยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง มีเส้นทางการเป็น CEO Gen Z ที่มั่นคง เป็น CEO ตัวจริงที่ประสบความสำเร็จได้ในอนาคต ภายใต้โครงการนี้ เราจึงจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาแชร์ประสบการณ์ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปกับน้องๆแบบคุ้มค่า”
“อย่างประเด็นเรื่องการวิเคราะห์สถานการณ์แนวโน้มการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่า การบริหารจัดการแบรนด์ทำอย่างไร การบริหารจัดการตลาดในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างมาก คืออะไร พร้อมทั้งเรียนรู้จากเคสตัวอย่าง แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ชที่ประสบความสำเร็จระดับโลก อย่าง อาลีบาบา, T mall, Amazon”
“นอกจากนั้น ยังมีประเด็นเกี่ยวข้องกับการค้าออนไลน์ในโลกการค้ายุคใหม่ อย่าง การขนส่งโลกจิสติกส์ที่ตอนนี้มีการพัฒนาไปให้ตอบโจทย์การค้าออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในฐานะที่เราเป็นผู้ผลิตสินค้าจะเลือกใช้บริการโลจิสติกส์ในรูปแบบไหนเพื่อส่งสินค้าไปถึงมือผู้รับทั้งในและต่างประเทศได้อย่างโดนใจผู้รับ ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มาให้ความรู้น้องๆกัน”
“และวิธีการโพสต์ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ก็ต้องมีความน่าสนใจ ดึงดูดผู้บริโภคยุคใหม่ให้ได้ด้วย ซึ่งเป็นศาสตร์และศิลป์ที่มีความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น นี่ก็จะเป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่น้องจะได้เรียนรู้กันในโครงการฯนี้”
“โดยเราวางแผนว่า จะไม่ได้ทำแค่กับ 7 สถาบันการศึกษาจากภาคเหนือที่มาอยู่รวมกันในวันนี้เท่านั้น แต่เราจะทำกับนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาในทุกภาคทั่วประเทศ และทุกระดับ ทั้งในระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา”
“และเรายังวางเป้าไว้ด้วยว่าน้องๆที่อยู่ต่างจังหวัดทุกคนจะต้องได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม ที่จะได้รับองค์ความรู้และสามารถเดินไปบนเส้นทางสู่การเป็น CEO Gen Z เพราะตามตัวเลข เราพบว่ามีประชากร Gen Z ทั้งหมด 12.6 ล้านคน เป็นเด็กต่างจังหวัดถึง 10.6 คน คิดเป็นร้อยละ 85 นี่จึงเป็นคำตอบว่า ทำไมกระทรวงพาณิชย์จึงให้ความสำคัญ เผยแพร่ความรู้ไปให้ครอบคลุมสถาบันการศึกษาในต่างจังหวัด”

“ผมมองว่าโครงการนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากในการอบรม บ่มเพาะ ให้ว่าที่บุคลากรของชาติ เติบโตอย่างเข้มแข็ง เดินทางไปสู่เส้นทางของ CEO Gen Z ให้ได้ จากนี้ไป เราตั้งเป้าไว้ว่า โครงการนี้จะผลิต CEO Gen Z อย่างน้อยๆจำนวนถึง 12,000 คน ซึ่งพวกเขาเหล่านี้จะเป็นเหมือน “ทัพหน้า” ให้กับเศรษฐกิจการค้าของประเทศไทย นำรายได้เข้าประเทศและทำให้เศรษฐกิจในประเทศหมุนเวียนอย่างมั่นคงและเข้มแข็งต่อไป” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กล่าวในที่สุด
ที่มา : เรียบเรียงจาก ปาฐกถาพิเศษ เนื่องในพิธีเปิดงานโครงการกระจายความรู้สู่ผู้ประกอบการยุคใหม่ Co-Course หรือ Gen Z to be CEO ของ ‘จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์’ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยแพร่ทาง Facebook : สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่
เปิดรับแนวทางและนโยบาย ที่นำสู่การพัฒนาบุคลากรคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพกันต่อ
‘ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด’ กับภารกิจต่อยอด Core value มทร.ธัญบุรี ผลิตบัณฑิตนวัตกร ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม
‘รศ.วิรุฬห์ ศรีบริรักษ์’ มากกว่าภารกิจ อาจารย์มหาวิทยาลัย คือ การพัฒนา ธุรกิจนวัตกรรม ตอบโจทย์สังคม











