นายกฯ หารือเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ กระตุ้นเศรษฐกิจโค้งสุดท้าย

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนตุลาคมนี้ว่า เป็นการเสนอโดยการนำเข้าที่ประชุมจากศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ หรือ ศบศ. โดยมีการประเมินถึงผลกระทบจากเศรษฐกิจท่องเที่ยว การรักษาพยาบาลจากคนต่างประเทศและการท่องเที่ยวเฉพาะทาง ซึ่งทั้งหมดเป็นรายได้ของประเทศทั้งสิ้น ที่ผ่านมาแม้ว่าประเทศไทยจะมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ แต่ก็มีคนไม่กี่ล้านคนที่เดินทางท่องเที่ยว จึงต้องหามาตรการที่เหมาะสมคือค่อยๆ ผ่อนปรนมาตรการ แต่สิ่งสำคัญก็คือรัฐบาลต้องมีมาตรการรองรับและทุกคนยอมรับได้ รัฐบาลมีขีดความสามารถตรวจสอบคัดกรอง หากมีคนติดเชื้อหลุดรอดมาก็สามารถติดตามและรักษาได้ทันทีเพราะมีสถานพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์เพียงพอ แต่หากไม่ทำอะไรเลยก็จะอยู่ที่เดิม เศรษฐกิจอาจจะแย่ไปกว่าเดิม และจะส่งผลกระทบไปถึงภาคธุรกิจที่ต้องปิดกิจการและเลิกการจ้างงานมากขึ้น จึงต้องบริหารทั้งเรื่องเศรษฐกิจและสุขภาพให้ไปด้วยกันได้
AIAT ชวนประชาชนอบรมปัญญาประดิษฐ์ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึง Super AI Engineer
สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (Artificial Intelligence Association of Thailand : AIAT) และ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัด “โครงการพัฒนานวัตกร/วิศวกร/นักวิจัย/วิสาหกิจเริ่มต้น ด้านปัญญาประดิษฐ์” โดยอยู่ภายใต้ชุดโครงการร่วม “ปัญญาประดิษฐ์/วิทยาการหุ่นยนต์สําหรับทุกคน (Artificial Intelligence and Robotics for All)” ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนจากกองทุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ส่งเสริมปัญญาประดิษฐ์เป็นฐานขับเคลื่อนประเทศในอนาคต ซึ่งบริหารและจัดการทุนโดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากําลังคน และ ทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัย และการสร้างนวัตกรรม (บพค.) โดยเป้าหมายของโครงการคือการพัฒนากำลังคนและสร้างความตระหนักด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของภาคเศรษฐกิจและสังคม จากยุคเทคโนโลยีสารสนเทศไปสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ ส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อเป็นฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เน้นความเชี่ยวชาญในสาขา AI จำนวน 6 ด้านคือ 1. Intelligent control & Robotics 2. Image Processing 3. Signal Processing 4. Internet of Things (IOT) 5. Natural Language Processing/ Understanding 6. Big Data Analytics จึงขอเชิญชวนบุคคลทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ทุกระดับชั้น สัญขาติไทย อายุ 15 ปีขึ้นไปที่สนใจด้านการเขียนโปรแกรม AI ต้องการ Up-skill, Re-skill ด้านปัญญาประดิษฐ์ เปิดโอกาสให้ทุกคนได้อบรมผ่านระบบออนไลน์ตั้งแต่ระดับพื้นฐานเป็นต้นไป หากผ่านการประเมินแต่ละระดับจะได้รับประกาศนียบัตรทางด้านเอไอ สำหรับผู้ที่มีความรู้พื้นฐานมาแล้วจะมีโอกาสได้รับคัดเลือกเข้ารอบเข้มข้น เพื่อฝึกเป็น AI Engineer หรือ Super AI Engineer ระหว่างฝึกอบรมรอบสองมีเบี้ยเลี้ยงรายเดือน และฝึกงานกับองค์กรและมีโอกาสแข่งขันชิงเงินรางวัล 1 ล้านบาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.superai.aiat.or.th
“อมตะ” ส่งสัญญาณเอาผิดผู้ละเมิดชื่อและเครื่องหมายการค้าแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) AMATA เปิดเผยว่า เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของกลุ่มอมตะในอนาคต บริษัทฯ ได้เตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคล ห้างร้าน กลุ่มธุรกิจ ที่มีการนำชื่อ “อมตะ” หรือ AMATA ไปใช้หรือจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดำเนินธุรกิจที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกลุ่มอมตะ รวมถึงนำไปใช้แสวงหาประโยชน์ทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัทฯ การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิอื่นๆที่เกี่ยวข้อง “เบื้องต้นทีมกฏหมายของบริษัทฯ ได้ดำเนินการสำรวจกลุ่มธุรกิจทั้งที่จดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียนอย่างเป็นทางการกับกระทรวงพาณิชย์ และเปิดดำเนินกิจการประเภทธุรกิจใกล้เคียงกับกลุ่มอมตะ เช่น การซื้อ-ขาย ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ การให้บริการด้านอื่นๆ รวมถึงสื่อออนไลน์ ออฟไลน์ พบว่ามีกลุ่มธุรกิจจำนวนมากที่นำชื่อของอมตะ AMATA หรือ อมตะซิตี้ รวมถึงเครื่องหมายการค้าไปใช้ ส่งผลให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากนักลงทุนและผู้เข้ารับบริการว่าเป็นธุรกิจของกลุ่มอมตะ ดังนั้นเพื่อการปกป้อง ปราบปรามและรักษาไว้ซึ่งสิทธิของบริษัทฯ จึงเตรียมดำเนินการทางกฏหมายกับกลุ่มผู้กระทำผิดดังกล่าวนับจากบัดนี้เป็นต้นไป” นายวิบูลย์ กล่าว ทั้งนี้เครื่องหมายการค้า “อมตะ” บริษัทฯได้มีการจดทะเบียนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ปี 2549 และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งประเทศไทยโดยชอบด้วยกฎหมายแต่เพียงผู้เดียว
สอศ. จัดอบรมครูเป็นโค้ชให้คำปรึกษานักศึกษาเกษตร-ประมง สู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่
ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวถึงโครงการพัฒนาทักษะครูผู้สอนเพื่อเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจแก่ผู้เรียนสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดยได้ให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้ด้านการประกอบธุรกิจให้แก่ครูและผู้เรียนอาชีวศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่เน้นพัฒนาด้านการสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ เพื่อเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจ โครงการการพัฒนาครูผู้สอนอาชีวศึกษาที่จัดขึ้นนี้จะช่วยพัฒนาทักษะและความรู้ด้านการประกอบธุรกิจที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้แก่ผู้เข้าอบรมทุกคน ทำให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปถ่ายทอดและเป็นที่ปรึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนพัฒนาการเรียนการสอนให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน เป็นการเพิ่มศักยภาพด้านธุรกิจแก่ผู้เรียนอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมงอีกทางหนึ่ง การดำเนินโครงการในครั้งนี้จัดขึ้นโดย 3 หน่วยงานคือ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) สำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ (สอศ.) และสำนักความร่วมมือสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยเลือกกลุ่มครูผู้สอนสาขาการเป็นผู้ประกอบการใหม่ของศูนย์บ่มเพาะจากสถานศึกษาที่เป็นกลุ่มเป้าหมายด้านการเกษตรและประมง จำนวน 50 คน เข้ารับอบรมเชิงปฏิบัติการและแนวทางเกี่ยวกับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ การฝึกปฏิบัติทั้งในเรื่องช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่การเป็นผู้ประกอบการ การค้นหาความเป็นผู้ประกอบการในตนเอง (Young Entrepreneurship Discovering) การออกแบบการเรียนรู้ (Learning Unit Design) ทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 และทักษะการเป็นโค้ชและการให้คำปรึกษา (Coaching and Mentoring) โดยจะมีการมอบเกียรติบัตรให้แก่ครูที่เข้ารับการอบรมในวันที่ 28 สิงหาคม 2563 ณ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี นำความรู้ไปส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นเกษตรกรวิถีใหม่เป็นได้ทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่ายที่มีศักยภาพ
ไฟเขียวงบสาธารณสุขพันล้าน ลุยวัคซีนโควิด-19 ทั้งผลิตเองและร่วมทุน
นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดสัญจรที่จ.ระยอง ได้อนุมัติงบประมาณเงินกู้สนับสนุนให้กับกระทรวงสาธารณสุข 1,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ทั้งผลิตวัคซีนโควิด-19 และร่วมทุนผลิตวัคซีนกับมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด รวมถึงบริษัทในประเทศอังกฤษ ทั้งนี้งบประมาณในส่วนนี้ครม.ให้สาธารณสุขดำเนินการใน 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.ส่วนที่ไทยดำเนินการได้เองซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกำลังดำเนินการผลิต 2.ส่วนที่ไทยผลิตได้เองใช้งบประมาณไม่มากและมีจุฬาฯเป็นผู้สนับสนุน และ 3.ร่วมกับมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ดในการทำข้อตกลงเพื่อจัดสรรโควต้าวัคซีนกรณีที่มีการผลิตได้วัคซีนต้นแบบ ซึ่ง ครม.ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินทางทั้ง 3 ส่วนแล้ว ส่วนไหนทำได้ก่อนให้ดำเนินการได้เลย โดยในส่วนวัคซีนที่ไทยผลิตเองนั้นอย่างช้าที่สุดน่าจะได้เห็นกันในกลางปี 2564


















