ดัชนีนวัตกรรมไทยไปไกลแค่ไหนในเวทีโลก

นวัตกรรมคืออาวุธที่จะถูกนำมาห้ำหั่นกันในศตวรรษที่ 21 ใครมีนวัตกรรมเหนือกว่าคู่แข่งคนนั้นคือผู้ชนะ

กานต์ ตระกูลฮุน อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคยกล่าวไว้เมื่อหลายปีก่อนในยุคที่ยังเป็นซีอีโอองค์กรแห่งนี้ว่า สินค้าอุตสาหกรรมจะไม่ใช่แค่สินค้าพื้นฐาน (Commodity) ที่มีอยู่ทั่วไป แต่จะเป็นสินค้าที่มีคุณสมบัติสูงขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนขึ้น การวิจัยและพัฒนาจึงเป็นสิ่งสำคัญ
เขายกตัวอย่างนวัตกรรมสินค้าและบริการคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน อาทิ นวัตกรรมบ้านแห่งอนาคตที่ช่วยลดการใช้พลังงานในบ้านและใช้ระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ ขวดน้ำที่มีส่วนผสมจากพืชสามารถย่อยสลายได้ด้วยตัวเอง พลาสติกท่อน้ำแรงดันสูงที่สามารถดักจับและยับยั้งเชื้อโรคในน้ำ เหล่านี้คือสินค้าที่มีอนาคต

นักธุรกิจคนหนึ่งยกตัวอย่าง ‘ซัมซุง’ ของเกาหลีใต้เคยเป็นแบรนด์ล้าหลังถูกวางซุกตามซอกมุม ท่ามกลางการอวดโฉมอย่างสง่างามของโซนี่ พลัน! เมื่อ ลี คุน ฮี ประธานบริษัทซัมซุงไปพบสินค้าของเขาถูกซุกซ่อนอยู่อย่างเหนียมอาย แทนการสิ้นหวัง ท้อแท้ ห่อเหี่ยว เขาคิดกลับด้าน ถึงเวลาต้องผ่าตัดครั้งใหญ่ นำนวัตกรรมมาปลุกความอับเฉา เปลี่ยนวิธีการผลิตใหม่ จากเดิมวิศวกรออกแบบวงจรเสร็จ ฝ่ายดีไซน์ต้องทำแพกเกจจิ้งครอบวงจรที่ถูกออกแบบมา เปลี่ยนเป็นให้ฝ่ายดีไซน์ออกแบบแพกเกจจิ้งก่อนแล้วให้วิศวกรหาทางพัฒนาวงจรใส่เข้าไปในทีวีบางเฉียบ ดีไซน์กลายเป็นจุดขายของซัมซุง พลิกแบรนด์ที่เกือบจะถูกลืมให้กลับมาผงาดอย่างยิ่งใหญ่ ประดุจนกฟีนิกซ์ฟื้นคืนชีพจากกองไฟ

นวัตกรรมไม่ได้ทำได้เฉพาะแต่บริษัทใหญ่ๆ บริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ก็ทำได้ มิหนำซ้ำธุรกิจ SMEs ยังมีจุดเด่นตรงที่สามารถปรับตัวเปลี่ยนแปลงได้ตามกระแสความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่
เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ได้แนะนำนวัตกรรมของสตาร์ทอัพไทยที่ชื่อว่า “Save the kids” ที่เข้ามาช่วยป้องกันปัญหาการลืมเด็กไว้บนรถด้วย “Bio Censor” ซึ่งเป็นนวัตกรรมการตรวจสิ่งมีชีวิตจากอัตราคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาจากร่างกาย หากมีคนติดอยู่ในรถประมาณ 15 นาที ระบบจะเริ่มวัดระบบคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีอยู่ภายในรถ และหากพบว่ามีระดับคาร์บอนไดออกไซด์สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบบจะส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ดูแลรถหรือครูผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ว่ามีคนติดอยู่ในรถ ซึ่งการแจ้งเตือนนี้จะทำให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือเด็กได้ทันท่วงที
“Save the kids” นวัตกรรมของสตาร์ทอัพไทย
GPS Watch POMO หรือนาฬิกาติดตามตัวโพโมะ
หรือนวัตกรรมช่วยป้องกันปัญหาเด็กหายและปัญหาอาชญากรรมในเด็กที่ชื่อว่า GPS Watch POMO: หรือนาฬิกาติดตามตัวโพโมะ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้คู่กับแอบพลิเคชั่น POMO Connect ซึ่งผู้ปกครองสามารถดาวน์โหลดเพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับนาฬิกา โดยกระบวนการทำงานของนาฬิกาโพโมะจะใช้ระบบการติดตามตัวผู้ส่วมใส่ด้วยกัน 3 ระบบ คือ ระบบ WIFI หากเด็กอยู่ในอาคารที่มี WIFI นาฬิกาจะแท็กสัญญาณอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้ผู้ปกครองสามารถรู้พิกัดเด็กได้ทันที ระบบ GPS จะทำหน้าที่ในการระบุตำแหน่งที่เด็กอยู่ ซึ่งระบบนี้จะใช้ในกรณีที่เด็กอยู่พื้นที่โล่งแจ้ง และระบบ A GPS เป็นระบบที่เข้ามาช่วยคำนวณตำแหน่งให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น 
นั่นคือ 2 นวัตกรรมจากฝีมือของสตาร์ทอัพไทย

จากผลการจัดอันดับดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index: GII) ประจำปี 2563 ภายใต้ธีมใครจะจ่ายเงินทำนวัตกรรม (Who Will Finance Innovation?) ซึ่งจัดโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก (WIPO) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยคอร์เนล และ The Business School for the World (INSEAD) เพื่อวัดระดับความสามารถทางด้านนวัตกรรมของแต่ละประเทศกว่า 131 ประเทศทั่วโลก ปรากฎว่าประเทศไทยอยู่อันดับที่ 44 ถือว่าเป็นอันดับที่น่าพอใจ

แต่ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือการวัดผลด้านปัจจัยค่าใช้จ่ายมวลรวมภายในประเทศสำหรับการวิจัยและพัฒนาซึ่งลงทุนโดยองค์กรธุรกิจต่างๆ และปัจจัยการส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ ประเทศไทยถูกจัดเป็นอันดับ 1 ของโลก

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA
ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า จากการจัดอันดับความสามารถทางด้านนวัตกรรมของประเทศไทยในช่วงเวลาที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าแนวโน้มคะแนนอันดับความสามารถทางนวัตกรรมโดยรวมสูงขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป สลับขึ้นลงในอันดับที่ไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก
แม้ว่าในปีนี้อันดับดัชนีนวัตกรรมจะลดลง แต่ในด้านโครงสร้างพื้นฐานทั่วไป จำนวนบุคลากรที่มีความรู้ในประเทศ การดูดซับองค์ความรู้ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและยกระดับความเป็นอยู่ของคนในประเทศมีอันดับที่ดีขึ้น
ปัจจัยเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีการพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในด้านต่างๆ
แม้ยังไม่บรรลุเป้าหมายสูงสุด แต่หนทางสดใสยิ่งนัก