เป็นที่รู้กันว่าการสร้างนิคมอุตสาหกรรมสักแห่ง นับเป็นเรื่องใหญ่ ที่ถ้าตัดสินใจเดินหน้าโปรเจ็กต์นี้แล้ว ผู้บริหารโครงการจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับหลากหลายปัญหาที่ถาโถมเข้ามาอย่างแน่นอน ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะภาพจำของ “นิคมอุตสาหกรรม” ที่สร้างมลพิษหลายด้านให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อม
ทว่า หากถามถึงประเด็นน่าเป็นห่วงนี้กับ กุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ผู้บริหารบริษัท ดับเบิล พีแลนด์ จำกัด และผู้บริหารโครงการนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราบลูเทค ซิตี้ จะได้คำตอบที่ถ้าเปิดใจฟังจะรับรู้ถึงความตั้งใจของผู้บริหารหญิงท่านนี้ ที่อยากลบภาพของนิคมอุตสาหกรรมแบบเก่า และแทนที่ด้วยภาพของ นิคมอุตสาหกรรมแห่ง EEC ซึ่งใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดเป็นหลัก ซึ่งไม่ก่อให้เกิดมลพิษในแบบเดิมแน่นอน

ความตั้งใจแต่แรกเริ่ม สร้างนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ แห่ง EEC
ก่อนอื่น กุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ได้เริ่มต้นสื่อสารถึงความตั้งใจในการสร้าง นิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราบลูเทค ซิตี้ ให้เป็น นิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Industrial Estate) ว่า
“ในยุคนี้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่อยู่ในนิยามความเป็น “อัจฉริยะ” ทั้งการเชื่อมต่อและการบรรจบกันของเทคโนโลยีก้าวหน้าทั้ง เทคโนโลยีฐานชีวภาพ เทคโนโลยีฐานฟิสิกส์ และฐานดิจิทัลที่จะเป็นความท้าทายต่อโลกของการแข่งขันอย่างมาก”
“ด้วยเหตุนี้ประเทศไทยจึงต้องลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนา วิทยาศาสตร์ วิจัยและพัฒนาให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยี สมัยใหม่และเกิดนวัตนกรรมที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมูลค่าสูงและแข่งขันได้ รวมทั้ง พัฒนาคุณภาพชีวิตคน ส่งผลให้ภาครัฐจึงต้องมีการดำเนินนโยบายเพื่อเป็นกลไกสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในทศวรรษหน้า อาทิ นโยบายประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นต้น”

“โดยนโยบายดังกล่าว มุ่งเน้นการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าอุตสาหกรรมในปัจจุบัน รัฐบาลได้พิจารณาถึงศักยภาพของพื้นที่ภาคตะวันออกในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งด้านการเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรรม และเป็นจุดเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียนจึงได้มีแนวคิดโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกขึ้นครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง” “เพื่อยกระดับพื้นที่ให้เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของเอเชีย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเชื่อมโยงภูมิภาค การพัฒนาเมืองและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการยกระดับอุตสาหกรรมด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และยังเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงด้วย”
“เมื่อนโยบายการวางโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศชัดเจนเช่นนี้แล้ว เราจึงนำมาเป็นหลักในการวาง โครงการนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราบลูเทค ซิตี้ โดยกำหนดเป็นแนวทางไว้เลยว่าการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นที่นี่ จะก้าวหน้าไปอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในกลุ่มของเทคโนโลยีชีวภาพ นาโนเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับวิทยาการปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งจะส่งผลให้รูปแบบ การดำเนินชีวิต คุณภาพชีวิตและรูปแบบธุรกิจพัฒนาไปอย่างที่ตั้งเป้าไว้”
เปิดลิสต์ “อุตสาหกรรมเป้าหมาย” ที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนใน นิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราบลูเทค ซิตี้
สำหรับ “อุตสาหกรรมเป้าหมาย” ที่เราจะได้เห็นใน นิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราบลูเทค ซิตี้ ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ แห่ง EEC นี้ กุลพรภัสร์ ระบุชัดเจนว่า จะเกิดอุตสาหกรรมเป้าหมายต่อไปนี้ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม บลูเทค ซิตี้ แน่นอน
อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน/อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมผลิต
อุตสาหกรรมอุปกรณ์จัดเก็บพลังงานไฟฟ้าที่มีความจุสูง และชิ้นส่วน/วัตถุดิบที่ใช้ร่วมผลิต
อุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์สำหรับสถานีอัดประจุไฟฟ้าแก่ ยานยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ Smart System Equipment เพื่อเครือข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะและอื่นๆ
อุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และ/หรือผสมอุปกรณ์จัดเก็บพลังงานไฟฟ้าที่มีความจุสูง
อุตสาหกรรมภายใต้การส่งเสริมของ BOI 10 กลุ่มอุตสาหกรรม ภายใต้ S-curve และ New S-curve
“โดยอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นใน นิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราบลูเทค ซิตี้ จะมุ่งสู่การผลิตเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Next-Generation Automotive) สนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engine of Growth)”
“และเป้าหมายหลักของโครงการ ยังมุ่งไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมประเภทเซลล์เก็บพลังงานไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในไทย และส่งออกให้กับโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคและในโลกต่อไป”
“ทั้งนี้ คาดว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถให้กับผู้ผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในไทยมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาระบบสำรองไฟฟ้า (Energy Grid Storage) ที่จะมีส่วนช่วยให้การผลิตไฟฟ้าจากโรงงานไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้นด้วย”
“นิคมอุตสาหกรรม ที่ นวัตกรรม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เติบโตไปพร้อมธุรกิจ” ความใฝ่ฝันของ กุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ที่ต้องเกิดขึ้นจริงใน EEC
อย่างไรก็ดี ผู้บริหารหญิงท่านนี้ได้สะท้อนมุมมองแบบตรงไปตรงมาด้วยว่าการต้องมารับตำแหน่ง ผู้บริหารโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ นับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ในชีวิตที่มาพร้อมความกดดันใหญ่หลวงว่า จะทำอย่างไรพื่อให้คนในชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ ได้เข้าใจในบริบทของการสร้างนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ รวมถึงการเข้ามาของทีมงานโครงการฯว่าเราเข้ามาเพื่ออะไร
“หลักๆ แล้วเราเข้ามาเพื่อที่จะสื่อสารข้อเท็จจริงว่า เมื่อนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ ชาวบ้านและชุมชนจะได้อะไร ขณะเดียวกันเขามีปัญหา มีความกังวลอะไร ทั้งที่เกี่ยวกับการสร้างนิคมฯ หรือที่เกี่ยวกับปากท้อง คุณภาพชีวิตของเขา เราก็พร้อมที่จะรับฟัง และหาทางแก้ปัญหาไปพร้อมกับเขา”
“ที่ผ่านมา สิ่งที่เราทำ เราพิสูจน์ด้วยผลลัพธ์การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม เพราะเราวางอนาคตให้กับคนในชุมชน การเอาเงินไปแจกให้ชาวบ้านคนละ 1,000-2,000 บาท ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ แต่สิ่งที่ทำ ต้องสามารถสร้างความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน รวมทั้งจับต้องได้จริง”

“ยกตัวอย่าง การเกิดขึ้นของนิคมอุตสาหกรรมฯ ที่จะสร้างแหล่งงานรองรับลูกหลานคนในชุมชน เมื่อลูกหลานชาวชุมชนเรียนจบมา ก็ไม่ต้องไปทำงานไกลบ้าน ขณะเดียวกัน เรามีโครงการหมู่บ้านบลูเทคฯ ที่ต้องการจัดสรรที่ดินให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเรื่องที่อยู่อาศัย ได้เช่าซื้อที่ดินในราคาย่อมเยาปลอดดอกเบี้ย ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนเขาดิน ที่อยู่รอบนิคมฯได้มาก”
“ในวันนี้ เมื่อเห็นชาวชุมชนได้มีอาชีพ มีที่ดินทำกิน ทำให้เขามีทางเลือกในชีวิตมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ก็รู้สึกดีใจจากใจจริง ความตั้งใจของเราคือ อยากให้ชุมชนเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจของเรา โดยในอนาคต บลูเทค ซิตี้ ก็จะกลายเป็น สมาร์ทซิตี้ และแลนมาร์คที่สำคัญของ EEC และภาคตะวันออกนั่นเอง”
ท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายของ ผู้บริหารหญิงแห่ง บริษัท ดับเบิล พีแลนด์ จำกัด และผู้ก่อตั้งโครงการนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราบลูเทค ซิตี้ ก็ได้เน้นย้ำว่า “การขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้คนไทยทุกคนเข้าถึงบริการทางสังคมที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง และสร้างความแข็งแรงให้ชุมชนพึงพิงตนเองได้ เป็นพลังในการพัฒนาใหญ่หลวง ที่ทุกองค์กรต้องมีส่วนร่วมในการสร้างให้เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุดในสังคมไทย”
เพราะถ้าทำได้ เส้นชัยแห่งการการสร้างความมั่นคงและความเป็นธรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย แบบที่ใครหลายคนชอบพูดว่า เราต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ก็จะเกิดขึ้นได้จริงไม่ได้เป็นเพียงแค่ลมปากอีกต่อไป
ขอบคุณภาพประกอบจาก เว็บไซต์ bluetechcity.net
เปิดรับเรื่องราวดีๆ ของการพัฒนารูปแบบใหม่ ที่ชช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไกลกันต่อ
‘รศ.วิรุฬห์ ศรีบริรักษ์’ มากกว่าภารกิจ อาจารย์มหาวิทยาลัย คือ การพัฒนา ธุรกิจนวัตกรรม ตอบโจทย์สังคม
‘ณรงค์ แผ้วพลสง’ หยิบจุดเด่น ลบจุดด้อย เดินหน้าพลิกโฉมอาชีวศึกษาไทย















