เรียนรู้จาก ‘ทุเรียน ราชาผลไม้ไทย’ ตัวแทนสินค้าเกษตรไทย ฝ่าวิกฤตโรคระบาดได้ ด้วยยอดส่งออกสูงต่อเนื่อง

ในวันที่วิกฤตโควิด-19 ระบาด ส่งผลให้การส่งออกสินค้าเกษตรของไทยหลายชนิดต้องหยุดชะงัก แต่ทำไม ทุเรียน ราชาผลไม้ไทย ยังคงผงาดในวงการ ด้วยยอดการส่งออกทุเรียนไทยใน 6 เดือนแรกของปี 2563 ยังคงขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าประเทศคู่ค้าสำคัญจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

จากข้อสงสัยนี้เอง ที่นำสู่การเรียนรู้จาก ทุเรียน ว่าสินค้าเกษตรไทยควรวางกลยุทธ์ในการฝ่าวิกฤตโรคระบาด เพื่อรักษายอดการส่งออกในห้วงยามแห่งวิกฤตนี้อย่างไร จึงจะได้ผล โดย สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ได้รายงานไว้ในบทวิเคราะห์การส่งออกทุเรียนไทย ที่สรุปเป็นประเด็นสำคัญน่ารู้ สามารถนำไปต่อยอดปรับใช้กับการส่งออกสินค้าเกษตรไทยในช่วงวิกฤตนี้ได้อย่างแยบยล

ทุเรียน ราชาผลไม้ไทย

อัปเดต สถานการณ์การส่งออก ทุเรียนไทย ต้นแบบสินค้าเกษตรไทย ที่ส่งออกได้แบบไม่หวั่นแม้วันวิกฤตมา

จากรายงานวิเคราะห์การส่งออกทุเรียนไทยฉบับล่าสุด พบว่าการส่งออกทุเรียนไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 ยังคงขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าประเทศคู่ค้าสำคัญอย่าง ประเทศจีน จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
โดยการส่งออกใน 6 เดือนแรก มีมูลค่า 1,411.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 72.6 ซึ่งเป็นการขยายตัวที่สูงทั้งปริมาณและมูลค่าการส่งออก ขณะที่ ตลาดส่งออกที่สำคัญอย่างจีนก็มีมูลค่าการส่งออก 1,022.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 140.3
ทั้งนี้ ถ้าวิเคราะห์ตัวเลขการส่งออกนับจากปี 2552 จะพบว่า การส่งออกสินค้าเกษตรของไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณ ราคา และมูลค่า

ทุเรียน ราชาผลไม้ไทย

จนกระทั่งในปี 2562 การส่งออกทุเรียนเพิ่มขึ้นจากปี 2552 ถึงประมาณร้อยละ 1222.3 นับเป็นอัตราการเติบโตที่สูงเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ ทุเรียน ราชาผลไม้ไทย จึงเป็นสินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญที่ สร้างรายได้ให้กับการส่งออกไทยอย่างต่อเนื่องเสมอมา

ดังนั้น ยอดการส่งออกทุเรียนไทยที่ผ่านมา เป้นบทพิสูจน์แล้วว่า ทุเรียนไทย สามารถก้าวข้ามจุดอ่อนของการส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญๆ ได้ อย่างข้อจำกัดของสินค้าเกษตรหลายชนิดที่เมื่อราคาเพิ่มสูงขึ้น ปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้น และนำมาสู่การปรับตัวเข้าสู่ดุลยภาพใหม่ที่ทำให้ราคาลดลง” ในลักษณะกราฟใยแมงมุม หรือ Cobweb Theory

อย่างไรก็ตาม การส่งออกทุเรียน มีความแตกต่างเฉพาะตัวจากการส่งออกผลไม้ประเภทอื่นๆ อยู่เหมือนกัน นั่นคือ เมื่อราคาส่งออกสูงขึ้น แม้จะทำให้ปริมาณการผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นไปด้วย แต่การปรับตัวเข้าสู่ดุลยภาพใหม่ในลักษณะราคาและปริมาณการส่งออกที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (new high) ก็สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการซื้อจากต่างประเทศที่สามารถดูดซับอุปทานที่เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ในลักษณะ “Demand Driven” นั่นเอง
ดังนั้น หากประเทศไทยยังสามารถขยายตลาดตอบสนองความต้องการซื้อที่มากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตได้ ย่อมคาดหวังได้เลยว่าราคาและปริมาณการส่งออกของไทยจะยังมีทิศทางที่เพิ่มขึ้นแน่นอน

วิเคราะห์ จุดอ่อน จุดแข็ง ตลาดส่งออกทุเรียน แบบอินไซด์

ต่อมา รายงานการวิเคราะห์ฉบับนี้ยังได้วิเคราะห์จุดแข็งของการส่งออกและการนำเข้าทุเรียนในตลาดโลกด้วย ดังนี้
  • จุดแข็ง
ด้านราคา ทุเรียนจัดเป็นสินค้าพรีเมียมอยู่แล้ว ดังนั้น ราคาที่สูงขึ้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อปริมาณความต้องการส่งออก ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก demand driven จากประเทศจีน
ด้านตลาดของผู้นำเข้า ตลาดผู้นำเข้าทุเรียนสำคัญของโลก อย่างประเทศจีน มีลักษณะเป็นการผูกขาดเกือบสมบูรณ์ มีการแข่งขันน้อย และที่สำคัญไทยยังอยู๋ในฐานะผู้มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูง “หรือไทยทำให้มีการผูกขาดเกิดขึ้น” ทำให้มีโอกาสน้อยที่คู่แข่งทางการค้าจะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากไทย
ด้านผู้ผลิต Big player ในตลาดส่งออกทุเรียนยังมีเพียงประเทศไทย ไม่มีผู้ส่งออกประเทศอื่นๆที่จัดอยู่ในกลุ่มผู้ส่งออกดาวรุ่ง “หรือยังขาดแคลน ผู้ส่งออกดาวรุ่งในตลาดทุเรียน” ทำให้ไทยอาจจะยังไม่ต้องกังวลถึงการแข่งขันในตลาดส่งออกทุเรียนจากประเทศต่างๆ

ส่วนจุดอ่อนสำคัญเพียงประการเดียวของการส่งออกทุเรียนไทย นั่นคือ ประเทศที่มีการนำเข้าทุเรียนเป็นอันดับหนึ่งของโลกยังคงกระจุกตัวอยู่ที่ตลาดจีนเท่านั้น ขณะที่ประเทศที่ต้องการนำเข้าทุเรียนประเทศอื่นๆ ยังมีสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อยอยู่

ทุเรียนพันธุ์มูซังคิงจากมาเลเซีย
ทุเรียนพันธุ์มูซังคิงจากมาเลเซีย
ทว่า จากการสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม ในข้อมูลให้ความรู้ประชาชน เรื่อง “ทุเรียนราชาแห่งผลไม้ไทยถูกใจคนต่างแดน” ได้ระบุถึงอีกมุมมองในเรื่องของความท้าทายในตลาดการส่งออกทุเรียนไทยว่า
“แม้ในตอนนี้ เบอร์หนึ่งของตลาดส่งออกทุเรียน ประเทศไทยยังครองอยู่ แต่เราก็ประมาทคู่แข่งที่กำลังพัฒนาสายพันธุ์ทุเรียนในภูมิภาคเดียวกับเราไม่ได้ นั่นคือ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศจีน คู่ค้าคนสำคัญของเรานั่นเอง”
  • ล่าสุด จีนได้อนุมัติให้มีการนำเข้าทุเรียนพันธุ์มูซังคิงจากมาเลเซียแล้ว
  • ฟิลิปปินส์เดินหน้าเพิ่มพื้นที่ปลูกทุเรียนอย่างจริงจัง และมีประเทศผู้นำเข้าบางส่วนได้ไปเจรจาติดต่อเพื่อจองผลผลิตทุเรียนสดไว้จำนวนมาก ซึ่งคาดว่าประเทศฟิลิปปินส์จะเดินหน้าเจรจากับจัน เพื่อเป็นผู้นำเข้าทุเรียนอีกรายของจีนตามหลังมาเลเซียไปติดๆ แน่นอน
  • ด้านประเทศจีนเอง ก็ได้เริ่มมีการทดลองปลูกทุเรียนแล้วบนเกาะไหหลำ มณฑลไห่หนาน ตั้งแต่ ปี 2557 และคาดว่าจะให้ผล ในปี 2562 ที่ผ่านมา
ส่งออกทุเรียน
นอกจากนั้น ปัญหาการบริหารจัดการกับธุรกิจล้งรับซื้อทุเรียน ยังเป็นอีกหนึ่งปัญหาเรื้อรัง ที่มาสกัดกั้นตลาดการส่งออกทุเรียนไทยด้วย เพราะที่ผ่านมา ผลผลิตทุเรียนไทยจะถูกจำหน่ายแบบเหมาสวนให้กับล้งที่ให้ราคาดี เพื่อนำไปส่งออกไปตลาดจีน
และด้วยกระบวนการนี้ ทำให้ล้งสามารถเอาเปรียบเกษตรกรไทยได้ด้วยการเสนอราคาที่ไม่เป็นธรรม ต่ำกว่าราคาตลาด โดยล้งถือว่าตนมีอำนาจที่จะต่อรองราคา เพราะอ้างว่ารู้ขั้นตอนและกระบวนการในการส่งออกทุเรียนไปจีนมากกว่า ปัญหานี้จึงเป็นปัญหาที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ต้องมาแก้อย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยยเหลือไม่ให้ประชาชนถูกเอาเปรียบจากล้ง

ข้าวเหนียวทุเรียน

ข้อเสนอแนะ ส่ง ทุเรียนไทย โกอินเตอร์ได้ แบบไม่หวั่นแม้วิกฤตจะมา

สุดท้ายแล้ว ข้อเสนอแนะสำคัญที่สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการส่งออกทุเรียนไทยให้เติบโตทั้งปริมาณและคุณภาพ นั่นคือ
  • ต้องรักษามาตรฐานการส่งออกเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสินค้าไทย และสร้างความเข้มแข็งกับเครือข่ายผู้ส่งออก/ผู้กระจายสินค้าในจีน เพื่อป้องกันการแข่งขันจากประเทศอื่นๆ
  • ขยายตลาดการส่งออกไปยังมณฑลต่างๆ ของจีน รวมถึงตลาดอื่นให้มากขึ้น เพื่อรองรับปริมาณผลผลิตที่จะเพิ่มขึ้น และเป็นการกระจายตลาดการส่งออก เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดจีนสูง
  • เพิ่มจุดแข็งด้านการผลิตทุเรียนนอกฤดู เพื่อตอบโจทย์ในช่วงที่ประเทศคู่ค้าอย่างจีนมีการจับจ่ายสูง โดยเฉพาะให้มีผลผลิตตรงกับช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ของจีน ซึ่งมีกำลังซื้อสูง
  • เพิ่มทางเลือกการขนส่งสินค้า ที่ปัจจุบันมีการกระจุกตัวในการส่งผ่านทางด่านเวียดนามและจีนตอนใต้ ซึ่งหากผลผลิตเพิ่มขึ้นจะทำให้การส่งออกมีความแออัดและมีระยะเวลานานขึ้น ซึ่งอาจจะกระทบต่อคุณภาพสินค้าได้

ที่มา :


อัปเดตบทวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจในมุมมองที่น่าสนใจ เข้าใจง่าย และรอบด้าน ได้ที่นี่

อุตสาหกรรม นวัตกรรม เศรษฐกิจพอเพียง สามประสาน สร้าง ‘บ้านบึงโมเดล’ พลิกฟื้นภาคการเกษตรไทยจากวิกฤตอย่างได้ผล

ยิ่งมี ‘ผู้ว่างงาน’ เพิ่มขึ้น ยิ่งควรสนับสนุน ‘ตลาดแรงงานแบบยืดหยุ่น’

Experience Economy : ยุคของการเก็บ Data มาสร้าง ‘ประสบการณ์ใหม่’ ให้ลูกค้ารัก-สมาชิกหลง

Previous articleThird Language-Service Mind “เตรียมไว้” อนาคตไม่ลำบาก
Next articleสาลิกาคาบข่าว Vol.255
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์