แอร์โฮสเตส-สจ๊วต อาชีพในดวงใจของเด็กหลายคนที่ฝันอยากเป็น นางฟ้า-เทพบุตร ทำงานบนเครื่องบิน
หลายคนเดินตามความฝันจนสำเร็จ แต่หลายคนก็พลาดหวัง เพราะอาชีพแอร์โฮสเตส-สจ๊วตเรียกร้องคุณสมบัติที่มากกว่าวิชาชีพทั่วไปอยู่หลายประการ
บุคลิกภาพ และรูปร่าง-หน้าตา ก็ส่วนหนึ่ง แต่ที่ถือเป็นปัจจัยหลักๆ เลยก็คือ “ความสามารถด้านภาษา” ที่ทุกวันนี้ ภาษาอังกฤษ เป็นพื้นฐาน-ธรรมดาที่ทุกคนทราบดี ว่าต้องมีไว้ ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม
แต่เหนือขึ้นไปกว่านั้น ภาษาที่ 3 หรือ Third Language กลายเป็นองค์ประกอบหลักในโลกสมัยใหม่ไปแล้ว
โดยเฉพาะสายการบินที่ต้องรับแขก-ให้บริการลูกค้านานาชาติ ซึ่งแน่นอนว่า ลำพังเก่งภาษาอังกฤษ ในบางสถานการณ์ก็อาจไม่เพียงพอ จึงมีการฝึกฝน Third Language หรือ ภาษาที่ 3 กันเพิ่มมากขึ้น

อีกคุณสมบัติหนึ่งซึ่งทำให้อาชีพแอร์โฮสเตส-สจ๊วตมีความโดดเด่นกว่าวิชาชีพอื่นก็คือ “หัวใจใฝ่บริการ” หรือ Service Mind
ชนิดที่เรียกว่า หากสมรรถนะวัดกันตัวต่อตัว หรือปอนด์ต่อปอนด์ แล้ว ใครที่มี Service Mind หรือ “หัวใจใฝ่บริการ” มากกว่า คนนั้นคือผู้ชนะ
เพราะไม่เพียงงานภาคบริการ แต่งานภาคในภาคอื่น เช่น ภาคอุตสาหกรรม นายจ้างก็ต้องการพนักงานที่มี “หัวใจใฝ่บริการ” หรือ Service Mind เหมือนกัน
อย่างไรก็ดี สถานการณ์ของอาชีพแอร์โฮสเตส-สจ๊วตในช่วง COVID-19 บุกโลกในช่วงปลายปีที่แล้ว ต่อต้นปีนี้ที่ผ่านมาตราบจนกระทั่งวันนี้ ที่เข้าเดือนที่ 9 เดือนที่ 10 เข้าไปแล้ว สถานการณ์วิกฤตก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย
ทุกวันนี้ ทั่วโลกยังคงปิดประเทศ ปิดน่านฟ้า ระงับการบินเชิงพาณิชย์กันอย่างกว้างขวาง-ทั้งหมด ส่งผลกระทบโดยตรงถึงแอร์โฮสเตส-สจ๊วตที่ไม่มีลูกค้าบนเครื่องบินให้บริการเหมือนเดิมอีกต่อไป
หลายคนจึงหันมาประกอบอาชีพใหม่ หลายคนเรียกว่าอาชีพเสริม แต่หลายคนก็ออกจากแวดวงการบิน ทั้งแบบชั่วคราว และถาวร
เราจึงได้เห็นกัปตันสายการบิน ควบ Big Bike คู่ชีพ ส่งอาหาร Delivery ดังที่ผมเคยเขียนบทความไว้ที่ SALIKA ของเราแห่งนี้ ชื่อตอนว่า “ชีวิตวิถีใหม่” Thai Rider “ม้าเร็ว” อาสาคลายทุกข์ “ยุค COVID”
นอกจากนี้ เรายังได้เห็นช่างซ่อมเครื่องบินเปิดร้านรับล้างแอร์ เห็นคู่รักแอร์โฮสเตส-สจ๊วตขายไอติม และอีกหลายคนก็เปิดร้านขายอาหาร หรือบริการอื่นๆ อีกมากมาย ฯลฯ
ด้วยพื้นฐาน Service Mind หรือ “หัวใจใฝ่บริการ” ของพนักงานสายการบิน ทั้งกัปตัน นักบิน ช่างซ่อมเครื่องบิน แอร์โฮสเตส และสจ๊วต ไปจนถึงเจ้าหน้าที่กราวน์ดโฮสเตสอีกหลายคน
สามารถประกอบอาชีพใหม่-ให้เป็นที่ยอมรับจากสังคมได้อย่างสบายๆ จากการที่พวกเขาและพวกเธอมี “หัวใจใฝ่บริการ” หรือ Service Mind อย่างเต็มเปี่ยมนั่นเอง
ล่าสุด “ครัวการบินไทย” ได้เปิดตัว Project “อร่อยล้นฟ้า…ไม่ต้องบินก็ฟินได้” นำอาหารนานาชาติที่เป็นจุดเด่นของ “การบินไทย”
โดยเฉพาะอาหารที่ใช้เสิร์ฟในชั้น Business Class และ First Class มาให้ลูกค้าได้ลองชิมแบบ “ไม่ต้องบินก็อร่อยได้”
โดย “เชฟการบินไทย” ได้ลงมาปรุงอาหารสดๆ ให้ได้ชิม บริเวณโถงชั้น 1 สำนักงานใหญ่การบินไทย
สัมผัสประสบการณ์ใหม่“ ROYAL ORCHID”Dining Experience เปิดให้บริการแล้ววันนี้ ทั้งรูปแบบ Self Service และ Full Service ที่ให้บริการ set menu จากชั้น Royal First Class ของการบินไทย ทุกวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-14.00 สำนักงานใหญ่ การบินไทย วิภาวดี ** สำรองที่นั่งสำหรับบริการ Full Service ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 ได้ที่โทร. 02-356-1666 #THAICatering #Thaiairways #RoyalOrchid #DiningExperience#อร่อยล้นฟ้าไม่ต้องบินก็ฟินได้
Posted by THAI Catering on Tuesday, 8 September 2020




ก่อนจะต่อยอดมาเป็น การปรับ Canteen ชั้น 2 สำนักงานใหญ่การบินไทย ที่ตกแต่งให้คล้ายกับบรรยากาศบนเครื่องบิน โดยเก้าอี้ก็เป็นเก้าอี้แบบเดียวกับบนเครื่องบิน โดยมีการนำรถบันไดจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มาติดตั้งข้างอาคาร ให้บรรยากาศเหมือนขึ้นเครื่องบิน
คล้ายกับ Campaign ของ EVA Air ที่ผมก็เคยเขียนบทความไว้ที่ SALIKA ของเราแห่งนี้ ชื่อตอนว่า “บินเรื่อยเปื่อย…ไม่มีจุดหมาย เหินฟ้าบำบัดอาการ Cabin Fever” ผิดแต่ว่า ของ “การบินไทย” ไม่ได้ขึ้นบิน แต่เป็นการนั่งกินในบรรยากาศเครื่องบิน

นอกจาก Project “อร่อยล้นฟ้า…ไม่ต้องบินก็ฟินได้” ของ “การบินไทย” ที่แน่นอนว่า เป็นการชูจุดเด่นของ Service Mind หรือ “หัวใจใฝ่บริการ” ของพนักงานสายการบิน แล้ว
ยังมีองค์กรธุรกิจ ที่เล็งเห็นศักยภาพ “หัวใจใฝ่บริการ” หรือ Service Mind ของพนักงานสายการบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมรรถนะด้าน Third Language หรือ ภาษาที่ 3
นั่นคือ การประกาศรับสมัครแอร์โฮสเตส และสจ๊วต เป็นตัวแทนขายโครงการคอนโดมิเนียม และบ้านจัดสรร ในเครือ Origin กว่า 40 โครงการ

กับ Campaign โครงการ Property Ambassador ที่เล็งเห็นศักยภาพ “หัวใจใฝ่บริการ” หรือ Service Mind ของพนักงานสายการบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมรรถนะด้าน Third Language หรือ ภาษาที่ 3
จึงนับเป็นตัวอย่างอันดีสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่แม้ว่าจะไม่ได้ประกอบอาชีพอยู่ในอุตสาหกรรมการบินเหมือนแอร์โฮสเตส และสจ๊วต
แต่หากเรามีสมรรถนะด้าน Third Language หรือ ภาษาที่ 3 และมี “หัวใจใฝ่บริการ” หรือ Service Mind ก็รับรองได้ว่าจะ “ไม่ตกงาน”
เพราะคนเก่งรอบด้าน ยังไงก็เป็นที่ต้องการเสมอ













