ประเทศใดที่พัฒนา เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) ให้ก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วและสามารถประยุกต์ใช้ในบริบทที่หลากหลาย ประเทศนั้นย่อมสร้างความได้เปรียบในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น การลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน การยกระดับคุณภาพชีวิต ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพิ่มศักยภาพด้านผลผลิต (productivity) ตลอดจนยกระดับความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศ
ในวันที่ 14 กันยายน 2563 นี้ ผมอยากบันทึกไว้ว่า เป็นความก้าวหน้าที่น่ายินดีอย่างยิ่งของประเทศไทย เนื่องจากมีการลงนามความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ถึง 3 ด้าน ได้แก่ พิธีลงนามกฎบัตรภาคีปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (Thai AI Consortium) พิธีเปิดโครงการ Super AI Engineer และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดการองค์ความรู้ดิจิทัลการรับรองและพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ (AI Academy Alliance)


ปัญญาประดิษฐ์ ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ประเทศไทยยังขาดผู้เชี่ยวชาญเข้ามารองรับความต้องการ ทั้งในภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคการศึกษา เนื่องจากการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขานี้จะใช้เวลานาน ส่งผลให้ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องลงทุนเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในมูลค่าที่สูง จึงเกิดแนวความคิดที่จะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ ผู้ที่มีแรงบันดาลใจ มีความตั้งใจพัฒนาตนเอง มาพบปะหรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคโนโลยีนี้ร่วมกัน รวมถึงการสร้าง ชุมชนปัญญาประดิษฐ์ (AI Community) ขึ้น
ด้วยจุดมุ่งหมายที่ต้องการให้ AI สร้างผลงานและแจ้งเกิดอย่างเป็นรูปธรรม นำมาสู่การก่อตั้ง กฎบัตรภาคีปัญญาประดิษฐ์ไทย ซึ่งมีข้อตกลงหรือบรรทัดฐานด้านความร่วมมือของสมาชิกหรือชุมชนที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย โดยเริ่มจาก
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA)
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)
ศูนย์หุ่นยนต์อุตสาหกรรมและระบบอัตโนมัติ (CiRA)
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (สจล.)
สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT)
จากนั้นก็ขยายความร่วมมือออกไป รวมแล้วมีมากกว่า 60 องค์กร ด้วยวัตถุประสงค์หลักคือ ร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มกลางสำหรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์พร้อมใช้ในประเทศไทย และพัฒนานักปัญญาประดิษฐ์ในสาขาวิชาต่างๆ ให้ทำงานได้จริง เพื่อก่อให้เกิดคุณูปการต่อประเทศ
การรวมตัวครั้งนี้ แสดงถึงศักยภาพของประเทศไทยที่พร้อมจะขับเคลื่อนไปสู่สังคมปัญญาประดิษฐ์ ที่เกิดจากองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง ระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ ของประเทศ โดยมุ่งหวังที่จะ
(1) ประยุกต์ปัญญาประดิษฐ์ในบริบทของประเทศไทย
(2) ผลักดันการยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตและบริการด้วยปัญญาประดิษฐ์
(3) เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยน การให้คำแนะนำ การตรวจสอบ การรับรองเครือข่ายชุมชนปัญญาประดิษฐ์บนฐานการทำงานที่มีคุณภาพระดับสากล
(4) แสวงหาโอกาสในการขยายเครือข่ายไปยังภูมิภาคอื่นๆ ต่อไปในอนาคต
สำหรับ โครงการสุดยอดวิศวกรปัญญาประดิษฐ์ (Super AI Engineer) ทาง สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (Artificial Intelligence Association of Thailand: AIAT) และสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับอนุมัติทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนากําลังคน การพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัย และการสร้างนวัตกรรม (บพค.) ให้ดำเนินงาน โครงการพัฒนานวัตกร/วิศวกร/นักวิจัย/วิสาหกิจเริ่มต้น ด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือเรียกสั้นๆ ว่า สุดยอดวิศวกรปัญญาประดิษฐ์ (Super AI Engineer) โดยปัจจุบันมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 2,059 คน ซึ่งเป็นทั้งนิสิต นักศึกษา พนักงานบริษัท ผู้ประกอบการอิสระ รวมถึงผู้ก่อตั้งวิสาหกิจเริ่มต้น

โดยผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้ามาแข่งขันจะได้รับการอบรมด้านปัญญาประดิษฐ์ หากมีความรู้อยู่แล้วก็เข้ามาต่อยอดจากฐานความรู้เดิม ซึ่งในท้ายที่สุดจะมีการแบ่งบุคลากรด้านปัญญาประดิษฐ์ออกเป็น 3 กลุ่ม
สุดยอดวิศวกรปัญญาประดิษฐ์ 100 คน
ผู้เชี่ยวชาญปัญญาประดิษฐ์ 300 คน
ผู้เริ่มพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ 1,500 คน โดยเน้นให้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เรียนรู้เพื่อสร้างคอมมิวนิตี้นักปัญญาประดิษฐ์ขึ้น
สำหรับการจัดการองค์ความรู้ดิจิทัล การรับรองและพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ หรือเรียกสั้นๆ ว่า พันธมิตรวิทยสถานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Academy Alliance) นี้ เป็นความร่วมมือในการสร้างมาตรฐานหลักสูตรการอบรมด้านปัญญาประดิษฐ์ของ 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่
สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย
สถาบันพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต
เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) โดย สถาบันวิชาการทีโอที
สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาบุคลากรของชาติ สร้างทรัพยากรการเรียนรู้ และดำเนินกิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้จาก ‘ชุมชนปัญญาประดิษฐ์’ สู่ ‘ระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์’ ของประเทศจะสัมฤทธิผลได้ก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันผลักดัน จัดอบรมฝึกทักษะให้แก่คนไทยด้วยกัน และส่งต่อองค์ความรู้ ร่วมกันพัฒนาระหว่างกันได้ เมื่อนั้น ภาพความเปลี่ยนแปลงของประเทศก็จะชัดเจนขึ้น ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สังคมและเศรษฐกิจประเทศก็จะดีตามไปด้วย
เรื่อง : ศ.ดร.ธนารักษ์ ธีระมั่นคง อาจารย์ประจำสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคีสมาชิก สำนักงานราชบัณฑิตยสภา และนายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย
สนใจปัญญาประดิษฐ์อยู่ใช่ไหม แนะนำให้อ่านบทความเหล่านี้ต่อ
ยุคของการใช้ AI ปรับแต่งความต้องการแบบ Personalize ฉันจะเปย์ไวถ้า “ตามใจฉัน”













