Andes Renovables บิ๊กโปรเจกต์ในชิลี ที่มีการระดมทุนเพื่อ ‘พลังงานหมุนเวียน’

ยิ่งโลกร้อนขึ้น มนุษย์โลกยิ่งตระหนักถึงความจำเป็นของการใช้ ‘พลังงานหมุนเวียน’ หรือ ‘พลังงานสะอาด’ โดยเฉพาะพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และแม้ว่าลมกับแสงอาทิตย์ เป็นสิ่งที่ได้มาจากธรรมชาติฟรีๆ แต่หากจะนำมาแปลงเป็น ‘พลังงานไฟฟ้า’ หรือ ‘พลังงานหมุนเวียน’ ก็ต้องลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าด้วยเม็ดเงินมหาศาล


รู้ไหมว่า…โครงการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ในประเทศอะไร?
คำตอบคือ เวียดนาม โดย Mainstream Renewable Power Ltd. เป็นผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Soc Trang ขนาด 800 เมกะวัตต์ 

Andes Renovables

ล่าสุดมีข่าวอัปเดตที่คนทั่วโลกต้องอึ้ง คือ Mainstream Renewable Power บรรลุข้อตกลงเงินกู้ในโครงการ Andes Renovables เฟส 2 สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานลมและแสงอาทิตย์ มูลค่าราว 1.8 พันล้านดอลลาร์ (หรือราว 5.6 หมื่นล้านบาท) ในประเทศชิลี
ด้วยมูลค่าดังกล่าว บิ๊กดีลนี้จึงเป็นหนึ่งในข้อตกลงเงินกู้ขนาดใหญ่ที่สุดของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั่วโลกในปี 2020 ซึ่งมีประเด็นควรรู้ ดังนี้ 
  • เป็นโครงการขนาด 1.3 กิกะวัตต์ ที่ยังคงเดินหน้าแม้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เนื่องจากมาตรการด้านความปลอดภัยภายในที่มีการควบคุมอย่างเคร่งครัด
  • ตามข้อตกลง Mainstream ได้รับเงินกู้ 620 ล้านดอลลาร์ (หรือราว 2 หมื่นล้านบาท) จากกลุ่มธนาคาร 5 แห่ง เพื่อนำไปใช้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมและแสงอาทิตย์ เฟส 2 ประกอบด้วย
    • IDB Invest
    • KfW IPEX-Bank
    • DNB
    • CaixaBank
    • MUFG
  • แม้จะเป็นการผลิตพลังงานหมุนเวียนในประเทศชิลี แต่ Mainstream ผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าจากไอร์แลนด์ เป็นเจ้าของโครงการทั้งหมด 

ความสำเร็จในการระดมทุน 620 ล้านดอลลาร์ ผ่านการกู้ยืมเพื่อเดินหน้าก่อสร้างเฟส 2 ของโรงไฟฟ้าในละตินอเมริกาแห่งนี้ ส่งผลให้เม็ดเงินทั้งหมดที่โครงการ Andes Renovables ระดมทุนมาได้จนถึงปัจจุบัน มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 1.25 พันล้านดอลลาร์ (หรือราว 3.88 หมื่นล้านบาท)

ข้อตกลงการกู้เงินเพื่อธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่มีมูลค่าสูงสุดครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลกนี้ ยังมีธนาคารแห่งที่ 6 คือ Santander ที่จัดสรรวงเงินกู้เพื่อนำไปจ่ายภาษี VAT อีกต่างหาก

Andes Renovables
www.mainstreamrp.com
หากมองภาพรวมของทั้งโครงการโรงไฟฟ้า Andes Renovables แบ่งออกเป็น 3 เฟส
เฟสแรกชื่อ Cóndor เฟส 2 ชื่อ Huemul และเฟสสุดท้ายชื่อ Copihue รวมแล้วจะมีโรงไฟฟ้าพลังงานลมบนชายฝั่ง 7 แห่ง และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 3 แห่ง
สำหรับเฟส 2 มีกำลังการผลิต 630 เมกะวัตต์ และมีชื่อเรียกว่า Huemul ประกอบด้วยโรงไฟฟ้า 5 แห่ง ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานลมบนชายฝั่ง 3 แห่ง และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 2 แห่ง
โดยโรงไฟฟ้าทั้ง 5 แห่งอยู่ในช่วงก่อนก่อสร้าง และจะดำเนินงานในเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2564-2565 ซึ่งจะผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างยั่งยืนและมากพอสำหรับบ้านเรือน 781,000 หลังในชิลี
ที่สำคัญ จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 744,200 เมตริกตันต่อปี
Construction of our Phase 1 Condor projects, including the 86 MW Alena Wind Farm above, is already more than 30% complete // www.mainstreamrp.com
The pouring of the first concrete foundation at Alena marked the halfway mark in the build-out of this 18-turbine wind farm // www.mainstreamrp.com

แยกเฟส แยกส่วน
เฟสแรกของโครงการที่ชื่อ “Cóndor” ปิดการระดมทุนผ่านการกู้ยืมเงินในเดือนพฤศจิกายน 2562 และก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ไปกว่า 30% แล้ว และยังคงดำเนินงานอยู่

Cóndor เฟสแรกของโครงการ สร้างงานเกือบ 1,200 ตำแหน่ง ใน 3 ภูมิภาคของชิลี 

ส่วนเฟสสุดท้าย “Copihue” ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานลมอีก 1 แห่ง ซึ่งมีกำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ และมีแนวโน้มว่าจะปิดการระดมทุนทางการเงินได้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 
Andes Renovables
Andes Renovables
บิ๊กโปรเจกต์นี้จะมี Vestas, Nordex Group และ Siemens Gamesa มาเป็นผู้จัดหากังหันลม Sacyr Industrial, SEMI และ Elecnor จะมาเป็นผู้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลม

ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จะก่อสร้างโดยบริษัท Sterling & Wilson และ Metka-Egn ขณะที่หม้อแปลงไฟฟ้าหลักทั้ง 5 ตัวสำหรับโครงการดังกล่าวมีบริษัท Hitachi ABB Power Grids เป็นผู้จัดหา ส่วนงานเชื่อมสายไฟฟ้า มีกลุ่มบริษัท Transelec, Inprolec และ Isotron-Siemens เป็นผู้ดำเนินการ

Mary Quaney
Mary Quaney ประธานบริหารกลุ่ม Mainstream
Mary Quaney ประธานบริหารกลุ่ม Mainstream กล่าวถึงการปิดการระดมทุนในเฟส 2 ของโครงการ Andes Renovables ว่า นับเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งของของ Mainstream ในละตินอเมริกา
แม้จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนอันเนื่องมาจากโควิด-19 แต่การบรรลุข้อตกลงเงินกู้ครั้งนี้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการสนับสนุนของกลุ่มธนาคารที่มีให้ Mainstream ในฐานะผู้พัฒนาพลังงานหมุนเวียนอิสระชั้นนำของโลก” 
Mary บอกเพิ่มว่า โครงการ Andes Renovables ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่มากและเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับชิลีนี้ จะสร้างประโยชน์อื่นๆ ในระยะยาวอีกด้วย
“เนื่องจากชิลีกำลังคาดหวังที่จะลงทุนเพื่อการฟื้นตัวจากโควิด-19 อย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการทำให้ระบบไฟฟ้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และลดราคาการผลิตไฟฟ้าทั่วประเทศ”
Andes Renovables
Manuel Tagle ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคละตินอเมริกาของ Mainstream กล่าวว่า
ในขณะที่เรากำลังก่อสร้างโรงไฟฟ้าเฟสแรกซึ่งมีความก้าวหน้าอย่างมาก ผมดีใจที่ทีมงานของเราสามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ซึ่งมีสาเหตุมาจากโรคระบาดได้” 
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของโครงการนี้มีความสำคัญมาก และนอกจากโครงการ Andes Renovables แล้ว Mainstream ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมและแสงอาทิตย์ที่อยู่ในแผนพัฒนาอีก 2.7 กิกะวัตต์ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มการสนับสนุนชิลีให้มากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้” 
สรุปแล้ว โรงไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 1.3 กิกะวัตต์ ซึ่ง Mainstream เป็นเจ้าของทั้งหมด จะเข้าสู่การดำเนินงานเชิงพาณิชย์ในปี 2564 

ย้อนดูข้อมูลเก่า เข้าใจเป้าหมายในอนาคต

หากกลับไปดูจุดเริ่มต้น Mainstream Renewable Power ได้เข้าไปทำโครงการในชิลีเมื่อปี 2559 โดย Mainstream ชนะประมูลโครงการผลิตไฟฟ้าแบบเป็นกลางทางเทคโนโลยี ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่สุดของชิลี และคว้าส่วนแบ่งมากที่สุดถึง 27%
ณ ขณะนั้น คณะกรรมาธิการพลังงานแห่งชาติของชิลีทำสัญญาในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐระยะเวลา 20 ปี เพื่อมอบหมายให้ Mainstream ผลิตไฟฟ้า 3,366 กิกะวัตต์ต่อชั่วโมง นับตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ Mainstream ยังมี โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมอีก 332 เมกะวัตต์ โดยร่วมมือกับบริษัท Actis ซึ่งเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ครั้งแรกเมื่อปี 2557 และยังมี โรงไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 2,700 เมกะวัตต์ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในชิลี
Mainstream’s 3 GW Hornsea development is now close to entering operation with Ørsted // www.mainstreamrp.com
ในด้านเป้าหมายของการสร้างโรงไฟฟ้า Mainstream Renewable Power มุ่งส่งมอบโรงไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์คุณภาพสูง รวมกว่า 9 กิกะวัตต์ ทั่วละตินอเมริกา แอฟริกา เอเชียแปซิฟิก รวมถึงอุตสาหกรรมพลังงานลมนอกชายฝั่งทั่วโลก

ถ้าแบ่งตามการดำเนินงาน Mainstream ส่งมอบโรงไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีกำลังผลิตรวมกว่า 1.1 กิกะวัตต์ เข้าสู่การดำเนินงานเชิงพาณิชย์แล้ว ส่วนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้านั้นมีกำลังการผลิต 1.9 กิกะวัตต์ ทั่วละตินอเมริกาและแอฟริกา

ขณะเดียวกัน โรงไฟฟ้าในแอฟริกาใต้ก็มีความคืบหน้า โดยบริษัทได้ส่งมอบโรงไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ รวมกำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์เข้าสู่การดำเนินงานเชิงพาณิชย์แล้ว และอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมอีก 250 เมกะวัตต์
ยังไม่หมด Mainstream ยังร่วมทุนกับบริษัท Lekela Power ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 410 เมกะวัตต์ในเซเนกัลและอียิปต์ด้วย
Parc Eolien Taiba N’Diaye will provide more than 450,000 MWh of electricity per year to more than two million people when full operational later this year // www.mainstreamrp.com
Ministers and senior Government officials joined members of our joint venture team to mark the latest milestone for a project that will increase Egypt’s wind energy capacity by 18% // www.mainstreamrp.com

ดีลอื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จ

ชื่อเสียงของ Mainstream ผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งอิสระที่ประสบความสำเร็จที่สุดในระดับโลก มาจากโครงการ Hornsea One (1.2 กิกะวัตต์) ในอังกฤษ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน รวมทั้งประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการ Hornsea 2 (1.4 กิกะวัตต์) ก่อนขายโครงการเหล่านี้และทั้งโซนในปี 2558
พี่เบิ้มแห่งวงการพลังงานหมุนเวียนยังลงนามข้อตกลงกับ Eni บริษัทพลังงานระดับโลกสัญชาติอิตาลี เพื่อร่วมกันพัฒนาพลังงานหมุนเวียนทั่วแอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากเดิมพุ่งเป้าไปที่โครงการ Offshore Round 4 ของสหราชอาณาจักร
หรือเคสที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง บริษัทก็สามารถขายสัมปทานโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Neart na Gaoithe ขนาด 450 เมกะวัตต์ ในสก๊อตแลนด์ได้อีกด้วย
สรุปตัวเลขรวม ณ ปัจจุบันที่ Mainstream ระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการแล้ว ได้มากกว่า 3 พันล้านยูโร หรือถ้าคิดเป็นเงินไทยก็มากกว่า 1.1 แสนล้านบาท!

ที่มา : 


อ่านบทความที่นำเสนอ ‘พลังงานหมุนเวียน’ ในแง่มุมอื่นๆ 

พลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะมอบชีวิตใหม่ให้ทะเลทรายในจีน แรงบันดาลใจจาก ‘ดอกทานตะวัน’

ความท้าทายที่ซ่อนอยู่ในการเปิดตัว เรือพลังงานไฟฟ้า ฝีมือคนไทยลำแรกของโลก

10 เทรนด์ใหม่ในระบบพลังงานด้านโทรคมนาคม ที่จะมาภายในปี 2025