ถอด Key Messages ชี้ชัด “บทบาทของ EEC Automation park กับการพัฒนากำลังคน ตอบโจทย์ประเทศชาติ”

“บทบาทของ EEC Automation Park คือ การเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการและประสานงานการพัฒนากำลังคน นวัตกรรม และการเรียนรู้ Robotics and Automation ในเขตพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC และบริหารนโยบายโดยคณะกรรมการ EEC Automation Park Steering Committee ที่ลงนามแต่งตั้งโดย ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงาน EEC-HDC”

“ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจาก EEC-HDC สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO), บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด, มหาวิทยาลัยบูรพา และประธานกลุ่ม TARA เป็นที่ปรึกษา และมีคณะกรรมการเป็นผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานราชการและภาคเอกชน ที่ดำเนินกิจกรรมด้านการพัฒนากำลังคนทั้งด้านระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และทักษะอื่นที่เกี่ยวข้อง”
รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา
รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ที่ปรึกษาพิเศษด้านพัฒนาการศึกษา บุคลากร และเทคโนโลยี สกพอ.
นี่คือ สิ่งที่ รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ที่ปรึกษาพิเศษด้านพัฒนาการศึกษา บุคลากร และเทคโนโลยี สกพอ. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร EEC Automation Park ได้อธิบายไว้ชัดเจน ตั้งแต่ในช่วงเริ่มโครงการจัดตั้ง EEC Automation Park ที่ มหาวิทยาลัยบูรพา ถึง บทบาทของ EEC Automation Park จนกระทั่งมาในวันนี้ ความสำเร็จของโครงการจัดตั้งศูนย์นี้ ได้ก้าวผ่านบันไดขั้นแรกมาแล้ว
เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงานแถลงข่าวความร่วมมือเครือข่าย EEC Automation Park ขึ้น ณ มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งในงานนี้ ได้มีเหล่าผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมงานกันมากมาย โดยเฉพาะมีเหล่า Key persons ผู้มีบทบาทในการทำให้โครงการจัดตั้งศูนย์ EEC Automation Park เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ได้ส่งสาส์นสำคัญ ผ่าน Key Messages ที่จะมาย้ำให้ชัดถึง “บทบาทของ EEC Automation park กับการพัฒนากำลังคน ตอบโจทย์ประเทศชาติ” ในครั้งนี้

‘ดร.คณิศ แสงสุพรรณ’ เลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)

“ในนามของ EEC เราต้องบอกว่า เรามีความดีใจและยินดีอย่างมาก ที่ได้เห็น ศูนย์ EEC Automation Park เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในวันนี้ เพราะเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เราเริ่มคอนเซปการปฏิรูปการศึกษาที่เรียกว่า Demand driven คือการสร้างคนที่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้กำลังคน เราไม่ต้องการให้มีการผลิตคนออกไปแล้วไม่มีงานทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ทุกคน ทุกภาคส่วนต้องเผชิญหน้ากับ Technology Disruption นี้”

“เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ทาง สกพอ. ได้ลงนามความร่วมมือร่วมกับ มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อให้ ม.บูรพา เป็น มหาวิทยาลัยหลักของ EEC ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ในตอนนี้ก็นับว่าเกิดความร่วมมือขึ้นหลายเรื่องที่เป็นไปได้ตามแผนที่วางไว้”
“อย่าง โครงการจัดตั้ง EEC Automation Park นี้ ไม่ได้มีที่ ม.บูรพา เพียงแห่งเดียว แต่ตอนนี้มีอยู่ 3 แห่ง คือที่ ม.บูรพา แห่งนี้ ที่ นิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ ของทาง ฮิตาชิ และแห่งสุดท้ายอยู่ที่ กลุ่มมิตรผล ที่ร่วมมือกับ Denso Corporation”
ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

“แต่ต้องยอมรับว่า Automation Park ที่ทันสมัยที่สุดอยู่ที่ ม.บูรพา แห่งนี้ ที่นี่ทุกคนจะเห็นภาพของการเป็นแหล่งเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ที่อยู่ในบริบทของภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง และผมเชื่อว่า ต้นแบบของ EEC Automation Park นี้จะเป็นแบบอย่างของการก้าวไปแบบ “ก้าวกระโดด” ของการศึกษาและการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทย เพราะนี่เป็นผลของการประสานประโยชน์ระหว่างภาคเอกชน ที่กรุณาเอาเครื่องจักรที่ทันสมัยมาตั้งไว้ที่มหาวิทยาลัย ทำให้ภาครัฐและภาคการศึกษา หรือมหาวิทยาลัย ไม่ต้องลงทุนในเรื่องนี้”

“หลายคนอาจมองว่าความร่วมมือในครั้งนี้ดูราบรื่น ง่าย แต่ต้องบอกตามตรงว่า ทุกภาคส่วนต้องออกแรงเยอะ กว่าจะได้ Model Line นี้มา คุณวิเชียร ในฐานะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิฯ ประเทศไทย ได้ลงแรงไปเยอะทีเดียว และสิ่งที่ท่านเห็นนี้ เป็นเพียงการเริ่มต้นแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ดังนั้น วันนี้เรายังไม่ได้เปิดศูนย์นี้อย่างเป็นทางการ เป็นการมาลองปฏิบัติงานภาวใต้ศูนย์นี้ดูก่อน ผมต้องขอบคุณทางมิตซูบิชิอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้”

“ทางภาครัฐ ก็ได้ให้ความช่วยเหลือ ผ่านการอนุมัติให้นำมูลค่าเครื่องจักรที่ทางมิตซูบิชิให้กับทางศูนย์ Automation Park มานี้ ไปหักลดภาษีได้อย่างเพียงพอ นับว่าเป็นเคสแรกของประเทศไทยที่ทำได้ ต้องขอบคุณทางกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ด้วย ต่อมาต้องขอบคุณทาง ม.บูรพา ที่กรุณาจัดเตรียมพื้นที่ สถานที่ตั้งศูนย์ให้ นี่จึงเป็นการแสดง Commitment ในการทำงานร่วมกันกับทาง EEC ในด้านการพัฒนาบุคลากรต่อไปในอนาคต ให้ ม.บูรพา เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาในภูมิภาคตะวันออกต่อไป”

“ผมคิดว่าหลายครั้งที่เราทำโครงการนี้ เกือบจะถอดใจไปเหมือนกัน แต่ที่สุดแล้ว พอเราจับมือกันแน่น เหมือนการเดินหน้าโครงการ Automation park นี้ เราก็สามารถลดระเบียบ ขั้นตอน ที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินงานลงได้”
”ทาง EEC รับปากว่าจะช่วยทำต่อ เพื่อสร้างศูนย์การเรียนรู้ในรูปแบบนี้ในอุตสาหกรรมด้านอื่นๆกับทั้งทาง ม.บูรพา และมหาวิทยาลัยในพื้นที่”
“แต่ขอย้ำว่า หลักการทำงานของทาง EEC คือการสร้างศูนย์ที่ทันสมัยที่สุด และให้ทุกคนมาเรียนรู้ในที่เดียวกัน เราไม่มีนโยบายที่จะกระจายศูนย์แบบนี้ไปในหลายที่ เพราะเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ”

‘วิเชียร งามสุขเกษมศรี’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด

“ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า เราได้ผ่านอุปสรรค มาร่วมกัน ทั้งในส่วนของบริษัทพันธมิตรทั้งหลาย ทั้งทางสำนักงาน EEC ทั้งทางคณะทำงานผลิตบุคลากร EEC หรือ EEC HDC คิดเป็นระยะเวลาแล้ว กว่า 700 วัน และความท้าทายของการทำให้โครงการ EEC Automation park เป็นจริงได้ มีอยู่ 3 ด้าน”
  • หนึ่ง เราจะจูงใจให้เหล่า Technology Owner หรือบริษัทผู้ผลิตและเป็นเจ้าของเทคโนโลยี ทรานสเฟอร์เทคโนโลยีได้อย่างไร
  • สอง เราจะสามารถจูงใจให้ทางภาครัฐ ตอบรับเทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อนำมาพัฒนาเมืองไทยได้อย่างไร
  • สาม การนำความรู้จากภาคอุตสาหกรรมนี้ เข้ามาบรรจุในหลักสูตรของภาคการศึกษาไทย เราจะต้องทำอย่างไร
‘วิเชียร งามสุขเกษมศรี’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด
“ทว่า ในที่สุด ความท้าทาย ทั้ง 3 ด้านนี้ ก้าวผ่านได้ด้วยความร่วมมือทั้งของภาครัฐ หน่วยงานภาคการศึกษา และสถานประกอบการในภาคอุตสาหกรรม โดยแท้จริง ทำให้ภารกิจการจัดตั้ง EEC Automation park ลุล่วงได้จนถึงวันนี้”
“สุดท้าย ต้องกล่าวขอบคุณ บุคคลที่เป็น Key person ในความสำเร็จวันนี้ คือ ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ดร.อภิชาติ ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC HDC ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ที่ปรึกษาพิเศษด้านพัฒนาการศึกษา บุคลากร และเทคโนโลยี สกพอ. นอกจากนั้น ยังต้องขอขอบคุณจากใจ กับ พันธมิตรจากทุกบริษัท ทุกหน่วยงาน ที่ได้เหน็ดเหนื่อยร่วมกันมากว่า 2 ปี”

“บริษัท มิตซูบิชิ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวกลาง เชื่อมโยงกับพันธมิตรทุกท่าน ช่วยกันผลักดัน จน EEC Automation park ก่อตั้งได้อย่างเป็นรูปธรรมในวันนี้ “
“โดยในศูนย์แห่งนี้ ไฮไลต์ อยู่ที่ E-factory model line showcase และยังมีชุดฝึกอบรมต่างๆ ที่สามารถใช้เป็นประโยชน์ในการเรียนการสอนหลักสูตรที่เกี่ยวกับ Automation & Robotic ด้วย”

รศ.ดร. วัชรินทร์ กาสลัก อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา

“ที่ผ่านมาเราได้ทำงานร่วมกับทาง คณะทำงาน EEC HDC มาโดยตลอด เพื่อตอบสนองโจทย์สำคัญด้านการพัฒนากำลังคน บุคลากร ในพื้นที่ EEC มาตลอด ทั้งในรูปแบบของการจัดฝึกอบรม การจัดเสวนา ซึ่งต้องยอมรับว่า การทำงานในรูปแบบที่ผ่านมา ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมเท่าสิ่งที่ผมได้เห็นในงานวันนี้ นั่นคือ ความร่วมมือเครือข่าย EEC Automation Park ที่สร้าง ศูนย์การเรียนรู้ด้าน Automation & Robotic ขึ้นที่มหาวิทยาลัยบูรพา ในวันนี้”
รศ.ดร. วัชรินทร์ กาสลัก อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา
“ในโอกาสนี้ ผมอยากบอกเล่าต่อว่า ทำไมการเกิดขึ้นของ EEC Automation Park ในวันนี้จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมาก เพราะผมเองก็เติบโตมาจากการเป็นอาจารย์สายวิศวะ ต้องบอกว่าแต่ก่อน ความทุกข์ใจที่สุดของอาจารย์ที่สอนในหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ คือ การได้ยินว่า เมื่อเราสอนนิสิตให้จบไปแล้ว เดินเข้าโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว ทำงานไม่ได้ ทางโรงงานฯต้องส่งเด็กไปเทรนอีก 6 เดือน ถึง 1 ปี นี่เป็นสัญญาณที่บอกว่าองค์ความรู้ที่สอนอยู่ในหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ในปัจจุบันนั้น ไม่สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการและการทำงานจริงในโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว”
“ดังนั้น ความร่วมมือกันในครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาการศึกษาระดับประเทศ ที่สำเร็จได้ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา ภาครัฐ โดยแท้จริง”

‘ไพบูลย์ ลิ้มปิติพานิชย์’ ผู้อำนวยการ EEC Automation Park บอกเล่าถึง บทบาทของ EEC Automation Park แบบเจาะลึก
“ศูนย์นี้ ดำเนินการในลักษณะของเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อพัฒนาบุคลากรและถ่ายทอดอุตสาหกรรม 4.0 โดยทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนที่มาเป็นเกียรติในวันนี้ มีส่วนร่วมและมีบทบาทในการถ่ายทอดอุตสาหกรรม 4.0 ในรูปแบบของการแชร์ Facility ต่างๆ เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ร่วมกัน”
‘ไพบูลย์ ลิ้มปิติพานิชย์’ ผู้อำนวยการ EEC Automation Park
“โดยส่วนแรก เป็นส่วนของ Learning Center เป็นการเล่าเรื่องราวของอุตสาหกรรม 4.0 ว่าเกี่ยวข้องกับอะไรบ้างผ่านชุด Smart Factory ที่ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด นำมาติดตั้ง และต่อมาเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับ Smart Factory เช่นกัน คือ การถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อสร้าง Inspiration ให้กับเยาวชน ให้เขาได้รู้ว่าในอนาคต ถ้าเขาเรียนในด้านนี้ ก็จะต้องพบเจอกับเทคโนโลยีเหล่านี้ เพื่อให้เขาเตรียมความพร้อม และเตรียมรับกับเทคโนโลยีที่จะเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของเขา”
“ต่อมาเป็นเรื่องของการฝึกอบรม ในลักษณะของเครือข่ายหรือ Training Network ซึ่งทาง ศูนย์ Automation Park แห่งนี้มีเครือข่ายการอบรมทั้งในส่วนของสถาบันศึกษาจากภาครัฐ ที่มีหน้าที่ในการพัฒนาบุคลากร เพื่อแชร์ความร่วมมือกันในการฝึกอบรม การใช้เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่ต่อยอดสู่การพัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป”

“สุดท้าย จะเป็นส่วนของ Co-working space เป็นพื้นที่ของการสร้างและการจับคู่ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ที่มีการใช้เครื่องจักร และระบบอัตโนมัติ โดยจับคู่กับกลุ่มผู้พัฒนาระบบ หรือ System Integrator รวมถึงเรายังรองรับกับเครือข่ายของเราทั้งหมด เพื่อสร้างนวัตกรหรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่สามารถต่อยอดตัวเอง คิดนวัตกรรมใหม่ๆขึ้นมาเพื่อตอบสนองหรือตอบโจทย์ของภาคอุตสาหกรรมได้”

“ทั้งหมดนี้ คือภารกิจของ EEC Automation Park ที่เรายินดีเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญ เชื่อมต่อทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม ให้มาทำงานร่วมกันเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่ตอบโจทย์การพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 ของประเทศในที่สุด”

ที่มา : เรียบเรียงจาก Facebook Live งานแถลงข่าวความร่วมมือเครือข่าย EEC Automation Park ณ มหาวิทยาลัยบูรพา วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563 เผยแพร่ทาง Facebook : EEC Automation Park


ร่วมชื่นชมกับแบบอย่างของความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรของชาติ 

‘EEC Automation Park’ ศูนย์พัฒนาบุคลากร หุ่นยนต์ & ระบบอัตโนมัติ ตอบโจทย์อุตฯเป้าหมาย ต้นแบบความร่วมมือ รัฐ-เอกชน-สถาบันการศึกษา

‘ฮับ’ หุ่นยนต์แห่งอาเซียน ไม่ไกลเกินเอื้อม

EEC HDC กับ 7 ความเคลื่อนไหว: คลื่นใหม่ที่ปรับสร้างการพัฒนาบุคลากรใน EEC (ตอนแรก)

Previous articleเลขานุการ…อาชีพที่ขาดแคลน เงินเดือนดี มีอนาคต
Next articleสาลิกาคาบข่าว Vol.270
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์