ผสานนวัตกรรม ขับเคลื่อน ‘บ้านฉางเมืองน่าอยู่’ พร้อมรับ เมืองการบินอู่ตะเภา & รถไฟความเร็วสูง

อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง นอกจากจะเป็นเมืองอุตสาหกรรมแห่ง EEC หรือ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก แล้ว ยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่จะเกิดโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานระดับบิ๊กโปรเจกต์หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น สนามบินอู่ตะเภา โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และเมืองการบินอันทันสมัย ด้วยเหตุนี้ เพื่อเตรียมพร้อมรับความเจริญเติบโตที่กำลังจะมีขึ้นในอนาคต การวางแนวทางเพื่อพัฒนา ‘บ้านฉางเมืองน่าอยู่’ จึงต้องผสานเอาแนวคิดเชิงนวัตกรรมมาปรับใช้ในการพัฒนาเมืองอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

โครงการพัฒนาย่านนวัตกรรมอู่ตะเภา-บ้านฉาง จึงเกิดขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และล่าสุดก็ได้จัดตั้ง “ศูนย์นวัตกรรมวิชาการเทศบาลเมืองบ้านฉาง” ขึ้น ด้วยความร่วมมือกันระหว่าง เทศบาลเมืองบ้านฉาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA

ที่มาของการก่อตั้งศูนย์นี้เป็นอย่างไร ทั้งภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ และสถาบันการศึกษา จะมีบทบาทในการพัฒนา บ้านฉางเมืองน่าอยู่ ได้อย่างไรบ้าง ต้องไปหาคำตอบกัน

สะท้อนมุมมองการพัฒนา บ้านฉางเมืองน่าอยู่ จากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสถาปัตย์

ไมเคิล ปริพล ตั้งตรงจิตร คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในฐานะหัวหน้าโครงการพัฒนาย่านนวัตกรรมอู่ตะเภา-บ้านฉาง กล่าวถึงที่มาของการจัดตั้งศูนย์ฯ แห่งนี้ว่า
“เป็นโปรเจกต์ต่อเนื่องมาจากยุทธศาสตร์การพัฒนานวัตกรรมเชิงพื้นที่ (Area-based Innovation) ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสนเทศ (GISTDA) เทศบาลเมืองบ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง และ มจธ. เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา”
“ทั้งนี้ เราตั้งคอนเซปต์ไว้ว่า การพัฒนาย่านนวัตกรรมจะต้องมีองค์ประกอบ คือ หนึ่ง ต้องมีผู้ประกอบการรายใหม่ หรือหน่วยธุรกิจที่จะเร่งรัดให้มันเติบโตขึ้นมาได้ สอง ต้องมีการทำธุรกิจนวัตกรรม สาม พื้นที่นี้ต้องเกิดกิจกรรมที่นำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยธุรกิจใหม่ๆ ให้เติบโตได้เร็วขึ้น”
“โดย เทศบาลเมืองบ้านฉาง นอกจากจะตั้งอยู่ในเขต EEC แล้ว ยังมีโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเกิดขึ้นที่นี่อีกมากมาย ส่งผลให้ บ้านฉางเมืองน่าอยู่ ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตแบบก้าวกระโดด และความเจริญที่เข้ามานี้เองที่จะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ได้”
“ยิ่งถ้าไม่มีการพัฒนาเมืองอย่างเป็นระบบหรือการวางแผนการจัดการที่ดี อาจส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของเมืองที่เป็นเมืองสงบและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนได้”

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ มจธ.เข้ามาร่วมกับเมืองบ้านฉางเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ รองรับการเจริญเติบโตที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยหลังจาก มจธ.ได้ทำงานในพื้นที่มากว่า 3 ปี จนเป็นที่รู้จักของคนในชุมชน จึงมีความคิดริเริ่มที่จะก่อตั้งศูนย์นวัตกรรมวิชาการเทศบาลเมืองบ้านฉางขึ้น ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ชาวเมืองบ้านฉางเห็นว่า ทางคณะทำงานยังคงเดินหน้าดำเนินงานอย่างจริงจังอยู่
“ขณะเดียวกันก็เพื่อใช้พื้นที่นี้ติดต่อระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน แม้จะมีขนาดจะไม่ใหญ่โต แต่ก็เป็นเสมือนเป็นเมล็ดพันธุ์ของกิจกรรมที่เกิดจากความร่วมมือและความตั้งใจของนายกเทศมนตรีเมืองบ้านฉาง ที่จะพัฒนาเมืองบ้านฉางให้เป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตและเป็นเมืองของการเรียนรู้ ซึ่งได้ถูกบรรจุไว้ในแผนการพัฒนาเทศบาลเมืองบ้านฉางเรียบร้อยแล้ว”

ความตั้งใจที่แน่วแน่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กับการยกระดับคุณภาพชีวิตชาวบ้านฉาง ให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลง

ด้าน ไพโรจน์ เรืองธุรกิจ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านฉาง หัวเรือใหญ่ทางฟากฝั่งขององค์กรปกครองสวนท้องถิ่น กล่าวว่า การจัดตั้ง ศูนย์นวัตกรรมวิชาการเทศบาลเมืองบ้านฉาง ขึ้น ภายในพื้นที่ของสำนักงานเทศบาลเมืองบ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง จะทำหน้าที่สื่อสารเรื่องของแนวคิดนวัตกรรมต่างๆ เนื่องจากทุกวันนี้การสื่อสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชนได้ไม่น้อย
“ทางเทศบาลจึงมีแนวคิดที่จะให้เด็กเยาวชนและประชาชนทุกช่วงวัย ได้เข้ามาใช้บริการและเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการสื่อสาร เทคโนโลยีใหม่ๆ และนวัตกรรมต่างๆ ที่ศูนย์แห่งนี้”
โดยศูนย์ฯ จะเป็นสถานที่ประสานงานและบ่มเพาะความรู้ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เปิดให้จัดแสดงผลงานที่มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน การอบรมต่างๆ หรือสิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริบทของชุมชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานในท้องถิ่น
“รวมถึงพัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมในการประกอบอาชีพและการพัฒนาเมืองในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ครูอาจารย์ ประชาชน และบุคลากรของภาครัฐและเอกชน ได้มีโอกาสเรียนรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และต่อยอดทางความคิด สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ชุมชน และองค์กร เพื่อทำให้บ้านฉางเดินสู่ บ้านฉางเมืองน่าอยู่ อย่างยั่งยืนต่อไป”
ในโอกาสนี้ จิรศักดิ์ ตะปะโจทย์ นายอำเภอบ้านฉาง กล่าวเสริมว่า บ้านฉางจะมีความเปลี่ยนแปลงอย่างมากในอนาคต โดยเฉพาะความเจริญที่กำลังเข้ามาในพื้นที่ การพัฒนาคนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำควบคู่กันไปกับการพัฒนาพื้นที่
“ศูนย์ฯ แห่งนี้จึงเป็นสถานที่ให้ผู้ที่ใฝ่รู้ได้มาเรียนรู้แลกเปลี่ยนกันในเรื่องของนวัตกรรม และเป็นพื้นที่จุดประกายให้คนในพื้นที่ทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าได้เรียนรู้และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ”

ส่องกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งยุค ที่จะเกิดขึ้นที่ “ศูนย์นวัตกรรมวิชาการเทศบาลเมืองบ้านฉาง”

อาจารย์ไมเคิล ปริพล กล่าวถึงกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ ซึ่งจะเกิดขึ้นในหลากรูปแบบ ดังต่อไปนี้

  • จัดแสดงเทคโนโลยีหุ่นยนต์ พัฒนาการเรียนรู้ของเยาวชน
การจัดแสดงเทคโนโลยีหุ่นยนต์นี้ เป็นกิจกรรมคู่ขนาน เพื่อแนะนำโครงการต่างๆ ของมหาวิทยาลัย โดยจัดแสดงในรูปแบบของ Interactive Multimedia กับการนำหุ่นยนต์ภาคสนามเข้ามาทำจัดกิจกรรม เพื่อให้ประชาชนคุ้นชินกับระบบกลไกและเรื่องการพัฒนาเมือง
อย่างการนำหุ่นยนต์ “น้องโอม” จากสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มาสอนเด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งหลังจากนี้จะเตรียมจัดหาผู้ที่มีความรู้มาฝึกให้เด็กๆ ได้เรียนรู้กลไกบังคับการเคลื่อนไหวต่อไป หรืออาจต่อยอดจัดเป็นชมรม หรือจัดประกวด เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เทคโนโลยีให้แก่เยาวชนในพื้นที่

  • ให้คำปรึกษาด้านการทำเกษตรอัจฉริยะ
จากการลงเก็บข้อมูลในชุมชนบ้านฉางยังพบว่า สิ่งที่คนในชุมชนต้องการองค์ความรู้ ก็คือเรื่องของการเกษตร ซึ่งบางทีชาวบ้านไม่รู้จะไปปรึกษาใครก็สามารถมาขอคำปรึกษาจากศูนย์ฯ ได้ เช่น กรณีชาวบ้านที่ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ประสบปัญหาเรื่องแมลงหรือสภาพอากาศ ทำให้ผลผลิตไม่ได้ออกมาตามที่คาดคิด จะต้องแก้ปัญหาอย่างไร ศูนย์ฯ ก็จะช่วยให้ชาวบ้านมีความรู้ ทำอะไรที่จับต้องได้

นอกจากนั้น ศูนย์ฯ ยังมีบทบาทในการวางแผนขับเคลื่อน บ้านฉาง ให้เกิดการพัฒนาตามคอนเซปต์ Innovative Learning & Living คือ เป็นเมืองน่าอยู่คู่กับการเรียนรู้
โดยอาจารย์ไมเคิล ปริพล ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงแผนการดำเนินงานเพื่อตอบโจทย์ภารกิจในด้านนี้ว่า
“คณะต่างๆ ใน มจธ. อาทิ บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมขนส่ง คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมการส่องสว่าง และศูนย์วิศวกรรมสารสนเทศภูมิศาสตร์และนวัตกรรม ยังได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลทางด้านกายภาพของเทศบาลเมืองบ้านฉาง เพื่อนำมาจัดทำแผนพัฒนาเชิงกายภาพด้านการพัฒนาเทศบาลเมืองบ้านฉางให้เป็นเมืองน่าอยู่เพิ่มเติมด้วย”

เดินหน้าพัฒนา บ้านฉาง ให้เป็นเมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว คู่นวัตกรรมและการเรียนรู้

จากการลงพื้นที่เมืองบ้านฉาง ทางทีมคณาจารย์และนักศึกษา มจธ. ยังพบว่า บ้านฉางเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของคนที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งตั้งอยู่โดยรอบเขตเทศบาลฯ เบื้องต้น จึงได้กำหนดแนวทางพัฒนาสภาพแวดล้อมเมืองบ้านฉางให้สอดคล้องกับศักยภาพของสภาพแวดล้อมเดิม พร้อมกับดึงดูดกลุ่มคนในระบบนิเวศความรู้ด้านนวัตกรรม (Knowledge Exchange) เข้ามาอยู่อาศัยและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่นให้ดีขึ้นได้

“อย่างไรก็ตาม ด้วยพื้นที่บ้านฉางอยู่ใกล้สนามบินอู่ตะเภา ทำให้ที่ดินในชุมชนมีราคาแพงขึ้น หลายคนจึงมีความคิดจะขายตึกขายที่ดินแล้วย้ายออกไปอยู่ที่อื่น ทางมหาวิทยาลัยจึงมีแนวคิดที่จะทำโครงการเปลี่ยนบ้านให้เป็นที่พัก เพราะมองว่าในพื้นที่เทศบาลเมืองบ้านฉาง แม้ไม่ได้มีแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ แต่สามารถใช้เป็นจุดพักค้างแรมของนักท่องเที่ยวในราคาที่ไม่แพงได้”

พราะจุดเด่นของบ้านฉางคือ การเป็นเมืองสงบ และอาหารทะเลสด นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปในพื้นที่อื่นรอบๆ ได้สะดวก เช่น เกาะเสม็ด บ้านเพ ระยอง หรือ พัทย
“สำหรับการจัดฝึกอบรมให้ชาวบ้านที่สนใจ เปลี่ยนบ้านเป็นที่พักนักท่องเที่ยว ในราคาไม่แพงนั้น ขั้นแรก เริ่มต้นจากการพาไปศึกษา ดูการทำธุรกิจที่พักตามสถานที่ใกล้เคียง เพื่อใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น ขั้นที่สองจึงจะจัดโปรแกรมฝึกอบรมการทำธุรกิจที่พัก”

“นอกจากแผนการพัฒนาให้เกิดธุรกิจเปลี่ยนบ้านเป็นที่พักแล้ว ในส่วนของแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยในอนาคตให้เป็นเมืองน่าอยู่นั้น ทาง มจธ.จะเข้าไปช่วยปรับผังพื้นที่ให้เหมาะสม ซึ่งทางเทศบาลเมืองบ้านฉางเองได้เริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว”
อาจารย์ไมเคิล ปริพล ยกตัวอย่างสิ่งที่ทางเทศบาลดำเนินการไปแล้ว อาทิ การนำสายไฟลงใต้ดิน การทำพื้นที่สีเขียว การทำพื้นที่เหมือนเป็น civic space ของเมืองเพื่อให้ผู้สูงอายุกับเด็กได้มาออกกำลังกาย
“แต่การจัดทำพื้นที่ civic space นั้น ไม่ใช่จะสร้างที่ไหนก็ได้หรือมีที่ว่างที่ไหนก็ทำได้ เพราะต้องคิดถึงการเข้ามาใช้ด้วยว่า คนจะเข้ามาใช้บริการอย่างไร”

โมเดลการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ให้พร้อมรับการเติบโตในพื้นที่ EEC มีอะไรอีกบ้าง ไปอัปเดตกัน

Watch & Learn ปรากฎการณ์เทคโนโลยีเปลี่ยนชีวิตคนไทย ที่ ศูนย์ทดสอบการใช้งาน 5G ม.เกษตร ศรีราชา

ชูโมเดลรีไซเคิลน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ ‘อมตะซิตี้’ แก้ ปัญหาขาดแคลนน้ำ ในภาคอุตสาหกรรม ประหยัดได้ถึง 40%

พัทยา เดินหน้าสร้างโปรไฟล์ใหม่ ‘เมืองต้นแบบคมนาคม’ ฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค