ถ้าจะกล่าวว่า อีกไม่นานชื่อชั้นของ ประเทศไทย จะไปปรากฎในฐานะผู้ผลิตใน อุตสาหกรรมอวกาศ โลก หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน ทว่า ในวันนี้ เมื่อมีข่าวยืนยันจากปากของ ‘วรายุทธ เย็นบำรุง’ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มิว สเปซ แอนแอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด บริษัทด้านอุตสาหกรรมดาวเทียมและเทคโนโลยีอวกาศสัญชาติไทย ที่กำลังจะเป็นผู้ให้บริการดาวเทียมต่างชาติแห่งแรกของไทย แสงสว่างก็ดูเหมือนว่าจะเริ่มปรากฎขึ้นแล้วที่ปลายอุโมงค์

ทำความรู้จัก ‘วรายุทธ เย็นบำรุง’ ผู้จุดประกายศักยภาพของไทย ในอุตสาหกรรมดาวเทียมและเทคโนโลยีอวกาศ
‘บริษัท มิว สเปซ แอนแอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด’ มีจุดเริ่มต้นมาจาก เจมส์ วรายุทธ เย็นบำรุง ซึ่งในปัจจุบันเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านอุตสาหกรรมการบินและอากาศยาน จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมการบินและอากาศยาน และปริญญาโทสาขาวิศวกรรมเครื่องกล จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA)
วรายุทธ เคยทำงานในตำแหน่ง “วิศวกรระบบดาวเทียม” ในโครงการของ นอร์ทธรอป กรัมแมน (Northrop Grumman) บริษัทด้านอวกาศและเทคโนโลยีการป้องกัน และต่อมาก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าทีมโครงการระบบพาหนะไร้คนขับ
ในขณะที่หน้าที่การงานกำลังไปได้สวยในอุตสาหกรรมการบินระดับท็อปของโลก วรายุทธ ได้ตัดสินใจครั้งใหญ๋ในชีวิต โดยเดินทางกลับสู่ประเทศไทย ด้วยความตั้งใจที่จะนำความรู้ความสามารถกลับมาพัฒนาประเทศ อีกทั้ง เขายังมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำพัฒนาธุรกิจด้านดาวเทียมและเทคโนโลยีอวกาศของไทย เพื่อสร้างชื่อชั้นให้ประเทศไทย ในฐานะฐานการผลิตที่มีศักยภาพด้านอุตสาหกรรมดาวเทียมและเทคโนโลยีอวกาศด้วย

ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการก้าวสู่ธุรกิจด้านดาวเทียม ที่มุ่งจะผลักดันให้ธุรกิจดาวเทียมและอวกาศเกิดขึ้นในประเทศไทยให้ได้ เขาจึงไม่รีรอที่จะนำส่ง payload ในครั้งที่ 4 ของมิว สเปซ เพื่อแสดงให้เห็นว่านี่คือสัญญานที่ดีในความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรมอวกาศ ที่จะสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับคนไทยทุกคนในอนาคตได้อย่างแน่นอน
มาในวันนี้ มิว สเปซ ก่อตั้งมาประมาณ 3 ปี จุดโฟกัสธุรกิจก็ยังคงเป็นเรื่องของการสร้างดาวเทียม ระบบอินเทอร์เน็ต อุตสาหกรรมอวกาศ เพราะ วรายุทธ เล็งเห็นว่าเทรนด์ในอนาคต ผู้คนจะเริ่มไปหาทรัพยากรจากนอกโลก เริ่มเดินทางไปนอกโลก ซึ่งสำหรับเขา และ มิว สเปซ ดวงจันทร์เป็นที่แรก ที่จะเดินทางไปถึงให้ได้
ขณะที่ ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต ประเทศไทยก็มีโรงงานและพลังงานพร้อมที่จะปรับรูปแบบโรงงานให้เป็นฐานการผลิตดาวเทียมได้แล้ว วรายุทธ ยืนยันว่า
“จากการได้มีโอกาสทำงานร่วมกับนาซ่าในการพัฒนาอุปกรณ์โครงสร้าง เมื่อเจอเทคโนโลยีใหม่ๆ จะใช้ทีมงานประมาณ 30 คน เข้าไปศึกษาพื้นฐาน และดูว่าประสิทธิภาพของระบบสามารถทำอะไรได้บ้าง จากประสบการณ์นี้เอง ทำให้เรารู้เทคโนโลยีในเชิงลึกในเรื่องนี้ และพร้อมนำมาปรับใช้ในการดำเนินกิจการของ มิว สเปซ”
ฝันให้ไกลถึงอวกาศ แล้วปูทางไปคว้ามันมาให้ได้
ซีอีโอ มิว สเปซ เน้นย้ำต่อว่า เป้าหมายหลักของ มิว เปซ คือ การพัฒนาเทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อนำประเทศไทยมุ่งสู่ธุรกิจทางด้านอุตสาหกรรมอวกาศ อย่างเช่น โครงการวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติ (Autonomous Robot) เพื่อใช้ในภารกิจทางด้านอวกาศในอนาคตอันใกล้

“มิว สเปซ จึงมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะสามารถสนับสนุนการค้นหาทรัพยากร ประกอบกับการนำไปพัฒนาต่อยอดด้านการสื่อสารดาวเทียม ให้มีคุณภาพสูงแต่มีค่าใช้จ่ายต่ำ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทุกรูปแบบและสอดคล้องกับความต้องการในตลาดอย่างลงตัว”
“ทั้งนี้ ถ้าทำได้ ย่อมเป็นการสร้างงาน สร้างโอกาส ขยายตลาดแรงงานทักษะสูง ตลอดจนถึงบุคลากรผู้มีความรู้ความสามารถ ในการยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศของไทยสู่นานาชาติ ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ เราได้เปิดตัว แผนการสร้าง Spaceship หรือพาหนะทางอวกาศขนาดเล็กลำแรกของไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ
สร้าง Data Center นอกชั้นบรรยากาศของโลก เพื่อลดปัญหาสำคัญของการสร้างศูนย์เก็บข้อมูล เช่น การควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมต่อการปฏิบัติการของระบบภายใต้สภาวะอุณหภูมิต่ำ ซึ่งใช้ปริมาณมากถึง 40% ของพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด การนำ Data Center ออกไปยังสภาวะอวกาศที่เย็นกว่า -270 องศาเซลเซียส ทำให้สามารถขจัดข้อจำกัดเรื่องของอุณหภูมิไปได้อย่างมาก
ใช้พลังงานบริสุทธิ์อย่างแท้จริง ไม่พึ่งพาพลังงานจากโลก โดย Spaceship จะโคจรค้างฟ้า และรับพลังงานจากแสงอาทิตย์บริเวณใต้ท้องตลอดเวลา จึงสามารถปฏิบัติงานด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งพลังงานจากโลก
มุ่งเน้นความปลอดภัย โดยทำให้ spaceship ที่ลอยค้างฟ้าและเชื่อมต่อกันเป็นโครงข่าย constellation มีความปลอดภัยจากอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่มักเกิดขึ้นบนโลก เช่น ไฟไหม้ หรือ น้ำท่วม ยิ่งไปกว่านั้น การเชื่อมต่อกันเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ครอบคลุมทั้งโลก จะทำให้การเชื่อมต่อมีความลื่นไหลเข้าถึงได้ทุกมุมโลก
และในเดือนสิงหาคมที่ผ่าน มิว สเปซ ได้ทดสอบวัสดุที่เหมาะสมต่อการนำมาสร้าง Spaceship นี้แล้ว โดยได้ทดสอบความแข็งแรงของวัสดุ จากการจำลองกระสุนปืนชนิดพิเศษ ที่มีความเร็วเทียบเท่ากับความเร็วของเศษขยะอวกาศ อยู่ที่ความเร็วมากกว่า 1,100 m/s ซึ่งผลทดสอบปรากฎว่าผ่านมาตรฐานการป้องกันกระสุนในระดับ 3
โดย มิว สเปซ ได้เตรียมสร้างโรงงานขนาดกลาง ภายในปลายปีนี้ เพื่อให้สามารถเริ่มผลิต Spaceship อย่างเต็มรูปแบบในปี 2021 ด้วย
มิว สเปซ กับภารกิจเดินหน้าปูทางประเทศไทย สู่พรมแดง อุตสาหกรรมอวกาศ แห่งภูมิภาค
“ล่าสุด ส่วนประกอบต่างๆของดาวเทียม HTS (high throughput satellite) ที่ผลิตโดย มิว สเปซ และ ผู้ผลิตภายในประเทศ ด้วยเทคโนโลยีของคนไทยที่ได้มาตรฐานสากล คืบหน้าไปกว่า 40% แล้ว” เจมส์ วรายุทธ อัปเดตถึงอีกหนึ่งความก้าวหน้าล่าสุดในสิ่งที่เขามุ่งมั่นทำ
“คาดว่าเราจะสามารถปล่อยดาวเทียมสู่วงโคจรภายในปี 2024 และ มิว สเปซ จะกลายเป็นผู้ให้บริการดาวเทียมต่างชาติแห่งแรกของไทย ทันทีที่มีการเปิดเสรีดาวเทียม โดยล่าสุด ทาง มิว สเปซ ได้ร่วมมือกับ ทีโอที วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ ดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit หรือ LEO) และทดลองส่งอุปกรณ์ขึ้นสู่อวกาศระดับ Sub-Orbital ด้วยจรวดของบริษัท Blue Origin ประเทศสหรัฐฯ”
“ปรากฎการณ์นี้ สามารถโชว์ศักยภาพการให้บริการเกตเวย์ภาคพื้นดิน บริการ Space IDC และ Space Digital Platform ในอนาคต โดยเทคโนโลยีดาวเทียมวงโคจรต่ำนี้จะเป็น Disruptive Technology หรือตัวแปรสำคัญที่จะมาทดแทนอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์แบบมีสาย และบริการดิจิทัลรูปแบบอื่น”
“อีกทั้ง ยังเป็นการยกระดับเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสารของไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้มีศักยภาพทัดเทียมกับนานาชาติ รวมไปถึงการรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ อาทิ 5G, Cloud storage, Online Transaction และความปลอดภัยในการทำธุรกิจต่าง ๆ ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น”

“สำหรับแผนในการดำเนินธุรกิจต่อไปของ มิว สเปซ คือ เราจะเป็นผู้ให้บริการ Gateway & Satellite Service เป็นจุดกระจายสัญญาณ โดยทาง ทีโอที ได้เริ่มศึกษาจุดที่ตั้งเครือข่าย ตั้งเป้าจะให้บริการกับบริษัทขนาดใหญ่ก่อน ซึ่งผู้ที่ได้ประโยชน์คือผู้ใช้บริการในไทยและในเอเชีย”
“เรามั่นใจว่า มิว สเปซ คือ ทางเลือกใหม่ของคนไทย ที่จะสามารถพัฒนารูปแบบการให้บริการในทิศทางใหม่ๆได้อย่างตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าอย่างทั่วถึง พร้อมช่วยทำให้การรับส่งสัญญาณมีประสิทธิภาพและเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น”
เปิดมุมมองผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมดาวเทียมและอินเทอร์เน็ตของไทย ต้องเดินไปในทิศทางใด จึงจะถูกทาง?
วรายุทธ มองว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมดาวเทียมและอินเทอร์เน็ตในไทย แม้จะโฟกัสไปถูกจุดแล้ว นั่นคือ ความเร็ว และประสิทธิภาพ แต่ประเทศไทยก็ยังติดอยู่ในกับดักของความเคยชินในการจ้างคนอื่นมาติดตั้งระบบโครงข่าย แต่ไม่เคยทำด้วยตัวเอง
“ดังนั้น การจะผลักดันให้อุตสาหกรรมด้านนี้ของไทยก้าวข้ามกับดักนี้ไปให้ได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือกันของ นักลงทุน พาร์ทเนอร์ และผู้ใช้บริการที่ต้องการอะไรใหม่ๆ โดยทาง มิว สเปซ พร้อมสนับสนุนกิจการภาครัฐในการรับส่งสัญญาณระบบดิจิทัลทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ”

“เพราะถ้าทำได้ จะเป็นการร่วมพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีอวกาศ เพิ่มศักยภาพการให้บริการเครือข่ายสถานีภาคพื้นดิน บริการการรับและส่งสัญญาณดาวเทียมในระบบวงโคจรต่ำ รองรับการใช้งาน เทคโนโลยีเครือข่าย 5G ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จะทําให้การสื่อสารกระจายครอบคลุมไป ทั่วทุกพื้นที่มากยิ่งขึ้น ทั้งพื้นที่ที่ห่างไกลซึ่งเสาสัญญาณไม่สามารถเข้าถึงได้”
“โดยผลลัพธ์ของความร่วมมือนี้ ผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดคือประชาชนทุกคน ที่จะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถเข้าถึงการศึกษา ความรู้ อาชีพ และโอกาสต่าง ๆ ได้อย่างเท่าเทียม” วรายุทธ กล่าวในที่สุด
มีอุตสาหกรรมอะไรบ้าง ที่ไทยมีศักยภาพ พร้อมก้าวสู่ผู้นำในภูมิภาค ไปอัปเดตกัน ผ่านบทสัมภาษณ์ของผู้บริหารเหล่านี้
วิเชียร งามสุขเกษมศรี วิเคราะห์เมืองไทย-คนไทย และความ(ไม่)พร้อมรองรับ Factory Automation











