ชวนมาซึ้งในรส ‘พระทำ’ ร่วมเรียนรู้ การจัดการและแยกขยะ @ วัดจากแดง แห่งคุ้งบางกระเจ้า

คุ้งบางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ นอกจากจะเป็น ปอดของกรุงเทพฯ เป็นแหล่งโอโซน ที่ชาวกรุงสามารถเดินทางมาท่องเที่ยว ปั่นจักรยาน ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของ วัดจากแดง วัดต้นแบบที่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชื่อเสียงเรื่องการจัดการขยะอีกด้วย

โดยที่มาของการริเริ่มดำเนินงานเรื่อง การจัดการและการคัดแยกขยะนั้น พระทิพากร อริโย รองเจ้าอาวาสวัดจากแดง ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า วัดจากแดง ทำเรื่องการจัดการขยะตามแนวที่พระพุทธองค์ตรัสสอนมา เริ่มตั้งแต่ปี 2548

“ขยะ ในบริบทที่วัดจากแดงจัดการ ก็มีทั้ง ขยะมีชีวิต และขยะไม่มีชีวิต สำหรับขยะมีชีวิต ก็คือ สุนัข แมว ที่ประชาชนนำมาปล่อยที่วัด ซึ่งแต่ก่อนมีเยอะมากถึงเกือบ 300 ตัว และ ขยะไม่มีชีวิต ที่เป็นขยะมาจากทั้งบ้านเรือน จากคนที่เอามาทิ้งลงแม่น้ำ และไหลมารวมกันที่ท่าน้ำหลังวัด รวมถึงขยะที่มาจากการทำโรงทาน ทำอาหารเพื่อบริจาคให้กับผู้คน”

โดยที่ผ่านมาทางวัดพยายามจัดการกับขยะเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด จนกระทั่งวันนี้ วัดจากแดง สามารถถอดบทเรียนเรื่องการจัดการและคัดแยกขยะ ที่อ้างอิงเข้ากับหลักพระธรรมคำสั่งสอน ซึ่งสามารถเข้าถึงชาวบ้านและคนรุ่นใหม่ สร้างแรงกระตุ้นให้ผู้คนหันมาคัดแยกขยะกันได้ไม่น้อย

เรื่องเล่าการลองผิดลองถูก จนกลายมาเป็นบทเรียนจากการปฏิบัติเรื่องการจัดการขยะ ที่ วัดจากแดง

พระทิพากร เริ่มบอกเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวการลองผิดลองถูกในการจัดการกับปัญหาขยะที่ทางวัดต้องเผชิญ ตั้งแต่การนำขยะมาแปรรูปเป็นน้ำมันด้วยเครื่องผลิตน้ำมันจากขยะ โดยขยะ 20 กิโลกรัม สามารถนำมาผลิตน้ำมันได้ 1 ลิตร จากนั้นก็หาวิธีจัดการขยะหลายๆประเภทมาเรื่อยๆ อย่างการนำขยะเปียกมาทำปุ๋ย และทำก๊าซชีวภาพใช้หุงต้มอาหาร

GC

“จนมามีโครงการ Our Khung BangKachao ที่ทาง มูลนิธิชัยพัฒนาเป็นผู้จัด ก็ได้เห็นว่าทาง วัดจากแดง ทำเรื่องการจัดการขยะมาอย่างต่อเนื่อง และทาง GC บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด ก็เข้ามาร่วมสนับสนุน ทำงานร่วมกับทางวัด เพื่อบริหารจัดการ นำแนวคิดการสร้างนวัตกรรมมาเพิ่มมูลค่าให้ขยะ อย่าง ผ้าไตรจีวรและผ้าจีวรจากขวดพลาสติก”
“โดยที่ผ่านมา การสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ขยะ ถือเป็นสิ่งที่จูงใจให้ผู้คนเข้ามาศึกษา เรียนรู้เรื่องการจัดการขยะกันมากขึ้น ซึ่งตอนนี้ทางวัดก็ขยายฐานการเรียนรู้เรื่องการจัดการขยะไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น การสอนให้ใช้เครื่องย่อยสลายเศษใบไม้ เพื่อนำมาทำปุ๋ย การหมักปุ๋ยอินทรีย์ที่เกิดจากเศษอาหาร”

“ทั้งนี้ การจัดการขยะทุกเรื่อง ต้องเกิดจากการคัดแยกขยะก่อนทั้งสิ้น โดยทางวัดก็ทำเป็นแบบอย่าง อย่างบนโรงครัวของวัดก็มีถังขยะวางไว้ให้เพื่อแยกขยะ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าด้วยวิธีนี้ ก็ได้ผลไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะที่สุดแล้วขยะทุกประเภทก็ยังไม่ได้รับการแยกอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากยังคงมีผู้ไม่รู้อยู่รวมกับผู้รู้”
ขณะที่ ขยะประเภทเศษอาหาร ทางวัดก็เคยเข้าไปรับขยะที่เป็นเศษอาหารจากญาติโยม มาใส่ถังสังฆทาน แต่พอเราไปขอรับขยะจากชาวบ้าน ชาวบ้านก็กลับเข้าใจว่าวัดต้องการขยะมาทำประโยชน์ แต่พวกเขาไม่ได้เข้าใจว่า นี่เป็นกุศโลบายที่ทางวัดอยากสอดแทรกไปให้ชาวบ้านได้รู้ คือ แนวคิดการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง”
“ตรงนี้ก็ทำให้เราถอดบทเรียนออกมาได้ว่า ที่ผลลัพธ์ออกมาแบบนี้เพราะเราไม่ได้ให้ความรู้ชาวบ้านก่อน ดังนั้น ในช่วงแรก เราจึงชวนชาวบ้านมาร่วมกันเรียนรู้เรื่องการคัดแยกขยะในวันอาทิตย์ โดยขอแรงจากจิตอาสาที่มีความรู้เรื่องนี้มาร่วมกันเป็นวิทยากร แล้วทางวัดก็ดึงดูดใจให้ชาวบ้านเข้มาร่วมในโครงการฯด้วยการแยกน้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ เพื่อมอบให้ชาวบ้านที่เข้ามาร่วมอบรมการคัดแยกขยะในครั้งนี้”
“ความสำเร็จของการดูแล บริหารจัดการขยะในชุมชนคุ้งบางกระเจ้า ในขั้นแรก ที่สามารถสร้างความตระหนักให้กับชาวชุมชนในคุ้งได้ระดับหนึ่ง ก็มาจากการบูรณาการการเรียนรู้ที่มาจากหลายแห่ง แล้วนำมาปรับใช้เพื่อให้เกิดผลจริง โดยทางเราต้องเปิดใจคนที่ต้องการมาร่วมอุดมการณ์กับเราก่อน ซึ่งคนกลุ่มแรกที่มาร่วมอบรมกับเราเป็นกลุ่มแม่บ้านในพื้นที่ 13 คน โดยตอนนี้เป็นสมาชิกของทางวัด ที่มีหน้าที่ต้องคัดแยกขยะแล้วมาส่งให้ทางวัด”
“อย่างไรก็ดี จนถึงตอนนี้ เราก็ยังต้องรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกต่อ เพราะคนทั่วไปก็ยังมองแค่ว่า วัดจากแดง เป็นวัดที่รับบริจาคขยะ ซึ่งนั่นก็ถูกต้องส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดีถึงสาส์นที่เราต้องการจะสื่อว่า ถ้าแยกขยะดีแล้ว ขยะนั้นสามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้ ที่ผ่านมา จึงยังมีชาวบ้านและประชาชนทั่วไปกลุ่มหนึ่งที่เข้าใจว่า วัดรับบริจาคขยะ จึงไม่ทิ้งอะไรสักอย่าง แล้วนำมาบริจาคให้ทางวัด”
“ในขั้นต่อมา ที่ทางวัดตั้งใจจะสร้างจิตสำนึกในระยะยาว เราจึงต้องมาปรับกระบวนท่าใหม่ เพื่อสร้างอุปนิสัยที่ดีของการคัดแยกขยะให้กับประชาชนทั่วไป ด้วยการสร้างแรงจูงใจ ผ่านทั้งการให้ความรู้ การพาทำ พาปฏิบัติ ให้สิ่งนั้นกลับไปเป็นประโยชน์ ให้เขาได้เรียนรู้ว่าการทำสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ดี ภายแนวคิดว่า “ต้องสนุก ต้องง่าย และต้องได้ประโยชน์”
“ยกตัวอย่าง มีลวด ที่ได้จากขยะที่เป็นสายสัญญาณ ก็เอามาทำเป็นลวดเกี่ยวถุงพลาสติก ที่ตั้งชื่อเรียกว่า “ลวดพระทำ” อย่าง ถุงแกงที่ญาติโยมใส่บาตรมาให้กับทางวัด ก็เก็บมาทำความสะอาดแล้วเกี่ยวด้วยลวดนี้ ก็จะเป็นการจัดเก็บที่สนุก”
“ต่อไป การจัดคัดแยกและเก็บขยะก็จะอยู่ใน 3 ขั้นตอน ไม่เกินนี้ อย่างการแยกขยะ บางวิธี มีการแยกใส่ถังขยะถึง 5-7 ประเภท เราก็ลดลงมาเหลือแค่ 3 คือ แยกขยะที่เน่าได้ ขยะสะอาดไม่เน่า และสุดท้ายคือขยะปนเปื้อน พอเผยแพร่แนวทางนี้ไป การคัดแยกขยะก็ดูง่ายขึ้น คนก็นำไปปรับใช้กันมากขึ้นด้วย”

ถ่ายทอดความรู้เรื่องการคัดแยกขยะ ผ่านพระธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา

“นอกจากนั้น ในฐานะที่เราเป็นวัด เราก็เผยแพร่วิธีการคัดแยกขยะ ด้วยการเปิดใจประชาชน โดยอ้างอิงกับหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาด้วย” พระทิพากร ชี้เทคนิคต่อไป ที่ทางวัดใช้ในการสร้างอุปนิสัยการแยกขยะให้กับชาวบ้าน ด้วยการสอดแทรกหลักพระธรรมคำสั่งสอนทางพุทธศาสนาเข้าไป ซึ่งทำให้บทเรียนเรื่องการยกและการจัดการขยะ เข้าถึงพุทธศาสนิกชนได้มากขึ้น
“ทางวัดจะสื่อสารว่าพระพุทธองค์ท่านตรัสสอนอะไร อานิสงส์จากการคัดแยกขยะตามพระสูตรมีอะไรบ้าง 5 ประการ คือ มนุษย์รักใคร่ เทวดารักใคร่ ตัวเรามีความสุข ผิวพรรณผ่องใส และได้ทำวิมานบนสวรรค์ให้เกิดขึ้น”
“ส่วนของพระภิกษุ ก็มีกำหนดไว้ในพระวินัย ให้พระสงฆ์ต้องดูแลเสนาสนะสงฆ์ ซึ่งเป็นที่พักอาศัย เจติยางควัตร การดูแลที่ทีพระพุทธเจ้าประดิษฐาน อย่าง โบสถ์ เจดีย์ การดูแลเวจกุฎีวัตร คือ ห้องน้ำ ทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นพระวินัยที่พระภิกษุต้องปฏิบัติ ถ้าไม่ปฏิบัติก็ปรับเป็นอาบัติ”
“นอกจากนั้น การแยกขยะ การจัดการขยะ ก็ต้องอาศัยความมีวินัย การมีวินัยก็เป็นหลักธรรมหนึ่งที่ทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข”
“และในวันนี้ วัดจากแดงยังได้นำธรรมะของพระพุทธเจ้ามาเผยแพร่ให้พุทธศาสนิกชนได้เรียนรู้ในอีกด้านมุมหนึ่ง โดยชี้ว่าผู้ที่เป็นศาสดาทั้งของศาสนาพุทธและศาสดาในการคัดแยกขยะ คือ พระพุทธเจ้า นั่นเองง และอย่างที่ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ท่านได้พูดไว้ว่า ในยุคนี้ พระสงฆ์ควรหันมาพูดถึงพระธรรมคำสั่งสอนแก่ญาติโยม ให้มาสนใจเรื่องการดูแล รมณียสถาน หรือที่ส่วนกลางที่เราต้องดูแลกัน”
“ขณะเดียวกัน เราชี้ให้ญาติโยมได้เห็นว่า ในวันนี้ที่ชาวพุทธเราประพฤติตาม ศีล 5 ได้ นั่นเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ต้องยอมรับว่าเมื่อพวกเรามาวัด เรายังคงทิ้งสิ่งของ ทิ้งขยะ จะโดยตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจก็ตาม บางครั้ง ขยะ ก็มาจากความเชื่อที่เรานำของมาทำบุญด้วยศรัทธา การทิ้งแบบนี้ก็ถือเป็นบาป เพราะทิ้งภาระไว้ให้วัดต้องดูแล”
“เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งสำคัญที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน คือ การให้ความรู้ และการปรับเปลี่ยนก็จะต้องเกิดขึ้นที่ตัวบุคคล ที่จะยอมรับและลงมือทำเอง ความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีจึงจะเกิดขึ้นได้”

สังคมจะไร้ขยะได้ ต้องอาศัยจิตสำนึกของทุกคน

“ตอนนี้ต้องยอมรับว่า คนส่วนใหญ่ยังมองว่า ที่สาธารณะไม่ใช่ที่ที่เราต้องไปรับผิดชอบ เราจึงยังไม่มีจิตสาธารณะกัน ทางวัด จึงพยายามจะบอกญาติโยมด้วยว่าอย่างที่วัดนี้ ก็เป็นที่สาธารณะที่คนในชุมชนต้องดูแลรักษาร่วมกันด้วย” พระทิพากร พูดถึงอีกหนึ่งประเด็น ที่เป็นสาหตุให้เรื่องของการจัดการ การแยกขยะ ไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมเสียทีในสังคมไทย
“แน่นอนว่าภาพฝันที่ทางวัดตั้งไว้ ในการเป็นต้นแบบด้านการดูแลจัดการขยะ คือ การไม่มีขยะ นั่นหมายถึงว่า ในตอนนี้ ขยะ เป็นมายา ที่มาอยู่รวมกัน สะสม และปะปนกัน ที่นี้ ทำอย่างไรให้ผู้คนเห็นร่วมกันว่าถ้าขยะเหล่านี้ผ่านการคัดแยก จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง”

“ดังนั้น ถ้าเราอยากให้สังคมไม่มีขยะ ก็ต้องมาศึกษาบริบทของคนที่อยู่ในสังคม อย่างชาวบ้านที่อยู่กันในสลัม ในพื้นที่แออัด พวกเขามีพฤติกรรมอย่างไร คนที่อยู่ในเรือกสวนไร่นา หรือคนที่ทำการค้าขายอยู่ริมถนน ก็มีพฤติกรรมการทิ้งขยะแตกต่างกันออกไป ดังนั้น การศึกษาบริบทของคนในสังคม ก็ย่อมทำให้เราสามารถสร้างเครื่องมือเล็กๆ หรือวิธีการนำเสนอเพื่อจูงใจให้มาร่วมจัดการขยะด้วยกันได้”
“การทำให้คนมาคัดแยกขยะ จึงไม่ควรมีแค่บริบทของการจัดให้มีถังคัดแยกขยะเพียงแค่บริบทเดียว เพราะการเริ่มแยกขยะด้วยการใช้ถัง อาตมาถือว่าผิดเลยทันที แต่การเริ่มนับหนึ่งสู่การแยกขยะ ต้องเริ่มด้วยการสร้างเข้าใจให้ผู้คนว่าการแยกขยะจะทำให้เกิดประโยชน์อย่างไรบ้าง”
“สำหรับวัดจากแดง เราเริ่มต้นด้วยการสร้างโมเดลเล็กๆในหอฉัน โดยในตอนแรก เราลองตามคำแนะนำทั่วไป ที่ให้แยกเป็น 8 ประเภท ซึ่งผู้ทิ้งขยะก็คือแม่ครัว พวกเขามองว่ามันยุ่งยากที่จะแยกขยะ ทีนี้เลยมาลองใแบ่งการแยกขยะใหม่ แบ่งเป็นแค่ 3 ประเภท อย่างที่กล่าวมา”
“ปรากฎว่าในตอนนี้ แม่ครัวทุกคนเห็นความสำคัญของการแยกขยะว่าสามารถนำมารีไซเคิลทำอะไรได้บ้าง พวกเขาก็เลยมาช่วยกันแยกขยะ ตอนนี้ เป็น 10 ประเภท นี่เป็นบทพิสูจน์ว่าผลสัมฤทธิ์ของการแยกขยะจะเกิดขึ้นได้ต้องมาจาการเปิดใจยอมรับและเรียนรู้ด้วยตัวคนทิ้งเอง”
“อาตมาขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพเพิ่มเติม อย่างขยะที่มาจากหอฉัน มีไม้เสียบลูกชิ้น ถ้าคนทิ้งไม่แยก ไม้นั้นก็จะมาทิ่มทำให้ถุงรั่ว หรือมีขยะที่เป็นเศษอาหารที่มีน้ำ ซึ่งถ้าทิ้งไม่ดี ถุงรั่ว ก็จะขนย้ายยาก เขาก็แยกขยะเหล่านี้เป็นอีกประเภทหนึ่ง มีเศษกระดูก ก้างปลา มีเศษทิชชู่ เหล่านี้เขาจับแยกหมดเลย”

“เราเชื่อว่าคนทุกคนรักความสะอาด แต่ที่ผ่านมา แค่ไม่รู้ว่า จะเริ่มอย่างไรเท่านั้น เมื่อเริ่มไม่ถูก ก็อาจจะนำสู่ความล้มเหลวในการลงมือทำ”
“สุดท้าย ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการคัดแยกขยะ คือการที่เราหันมาใส่ใจดูแลตัวเอง เพราะเมื่อสิ่งแวดล้อมดี ไม่มีมลพิษจากขยะ เราก็จะมีสุขภาพดี มีความสุข และตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด-19 ขึ้น ก็ยิ่งมาเน้นย้ำให้ผู้คนรู้อีกว่า ชีวิตที่มีคุณภาพ คือ การมีสุขภาพอนามัยที่ดีนั่นเอง”
“ในการอบรมที่วัดจากแดง เราพยายามสร้างความตระหนักว่า การมีส่วนในการจัดการ ดูแล แยกขยะนั้น มันเกี่ยวข้องอยู่กับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา เราไม่สอนเรื่องการเก็บ ขยะข้างนอก แต่สอนเรื่องการเก็บ ขยะข้างใน ขยะที่เกิดจากความไม่รู้ มากกว่า”
“ที่ผ่านมา ปัจจัยที่ทำให้การจัดการขยะ การแยกขยะ ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร อาตมามองว่าเป็นเพราะผู้คนส่วนใหญ่ไม่เปิดใจรับ เนื่องจากเราไม่มีถูกสร้างขึ้นมาให้มีพฤติกรรมในการดูแล จัดการ สิ่งแวดล้อม เพราะเราไปมองว่าทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการดูแล จัดการ สิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องขององค์กร ภาครัฐ ที่มีหน้าที่ในการทุ่มงบประมาณมาจัดการตรงนี้”
“แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่คิดว่า เรื่องของการจัดการขยะ การคัดแยกขยะ เป็นเรื่องที่เราสามารถแบ่งเบาภาระตรงนี้จากหน่วยงาน องค์กรภาครัฐได้ ด้วยมือของเราเอง ทำได้วันนี้เลย สิ่งที่วัดจากแดงต้องการสื่อสารกับพุทธศาสนิกชนและชาวไทยทุกคนคือเรื่องนี้”
“เราอยากให้ทุกคนมีความตระหนักร่วมกันว่า ถ้าเรายังไม่ยอมเริ่มที่จะคัดแยกขยะ นั่นคือเรายังไม่มีวุฒิภาวะทางจิต ซึ่งปกคลุมไปด้วยความไม่รู้”
“ที่ผ่านมา สิ่งที่ทางวัดทำ ถ้ามีคนมาอบรม คือ การสร้างโมเดลของกิจกรรมที่ทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกว่าได้มาเรียนรู้ อย่างการเริ่มให้ความรู้แก่ผู้คนก่อน ติดอาวุธทางปัญญาให้ก่อน ในเรื่องการแยกขยะก่อนเก็บ คนจะรู้เลยว่า ฉันเก็บอะไร และสิ่งที่ฉันเก็บ สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้ โดยมีเครื่องมือ เป็นสิ่งเล็กๆในการกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ เช่น ลวดพระทำ ที่เอามาร้อยขยะที่คัดแยกแล้ว เพื่อให้เห็นและรับรู้ว่าขยะแต่ละประเภทจะเอาไปทำอะไร”
“ช่วงที่สอง ก็เริ่ม พาไปเก็บขยะ โดยในแต่ละช่วง ทำไม่เกิน 1 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้เข้าร่วม ไม่ร้อน ไม่เหนื่อย จนเกินไป และพอเขาเพลิน อยากเก็บ เราก็ให้เขาเลิก เพื่อสร้างความรู้สึกให้ติดอยู่ในใจว่า อยากจะมาอีก”
พระทิพากร อริโย รองเจ้าอาวาสวัดจากแดง
“ช่วงที่สาม เป็นช่วงเวลาที่กินข้าว ที่จะมาเผยความรู้สึกกันว่า มาร่วมกิจกรรมวันนี้แล้วรู้สึกอะไร จะไม่ถามว่ามาวันนี้ได้ความรู้อะไร เพราะ “เมื่อ ความรู้ ไม่กะเทาะออกมาเป็น ความรู้สึก นั่นย่อมไม่ทำให้เกิด การกระทำ”
สุดท้าย พระทิพากร สื่อสารชัดเจนว่า “อาตมาเชื่อว่า ทุกวันนี้ที่ยังไม่มีคนมาคัดแยกขยะ จัดการขยะ กัน เพราะเขาไม่รู้ ไม่รู้ว่าทำไปแล้วเกิดประโยชน์อะไร หรือบอกตัวเองว่ายังไม่พร้อม ไม่ว่าง ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็ต้องบอกตัวเองด้วยว่า ก็ต้องหันมาใส่ใจ รับผิดชอบในสิ่งที่เราจะทิ้งแทน นั่นคือสิ่งที่คุณสามารถทำได้เลย”  

ในยุคที่ สุขอนามัย ของผู้คนเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทุกคนต้องดูแล เรามีบทความที่เกี่ยวกับการดูแลทั้งสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมมาฝาก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรคกัน

แค่รู้ทันก็พร้อมรับมือ โรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ ในเขตร้อน สู้ด้วยวิธีดูแลตัวเองที่ง่ายกว่าที่คิด

เมื่อ “น้ำคือชีวิต” ชวนมาเรียนรู้การบริหารจัดการน้ำด้วยความสามัคคี ที่ บ้านแม่กอน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

ฮาวทูไฟท์ Climate change ฉบับเร่งรัด ด้วย 6 วิธี จัดการน้ำง่ายๆ ด้วยมือเรา