สรุปเทรนด์เที่ยวไทยหลังคลายล็อกดาวน์ : ไป ‘ชายหาด’ เปย์ ‘เมืองรอง’ กด ‘จอง’ อะไรได้ก็จองไว้ก่อน

อุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง บอบช้ำอย่างหนักจากวิกฤตโควิด-19 ผู้ประกอบการบางรายต้องปิดกิจการ บางรายหยุดดำเนินการชั่วคราว ภาครัฐของแต่ละประเทศก็ประกาศนโยบายหรือแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงคลายล็อกดาวน์แตกต่างกันไป 

ยกตัวอย่างในบ้านเรา รัฐบาลกระตุ้นการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยผ่านโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน เพื่อช่วยกระจายรายได้และเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมและธุรกิจที่อยู่แวดล้อม  โดยรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน (ค่าที่พัก ค่าตั๋วเครื่องบิน คูปองดิจิทัล)  ซึ่งมีผู้ประกอบการโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร รวมถึงแพลตฟอร์มสำหรับการจองที่พัก เข้าร่วมโครงการด้วย 
เจาะเทรนด์เที่ยวไทยของคนไทย จากการใช้แพลตฟอร์ม Agoda
จอห์น บราวน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Agoda (อโกด้า) ดิจิทัลแพลตฟอร์มด้านการเดินทาง ซึ่งเติบโตจากบริษัทสตาร์ทอัพด้านอีคอมเมิร์ซ ให้ข้อมูลว่า อโกด้าเป็นแพลตฟอร์มจองที่พักรายแรกที่พัฒนาระบบเพื่อเข้าร่วมโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน ค้นหาได้ทั้งโรงแรมสุดหรู โรงแรมราคาประหยัด  อพาร์ตเมนต์ บ้านพักส่วนตัว เกสต์เฮ้าส์ วิลล่า โฮสเทล

อโกด้า เป็นส่วนหนึ่งของ Booking Holdings Inc. (Nasdaq: BKNG) และมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันให้บริการด้านการจองที่พักกว่า 2.4 ล้านแห่ง ใน 200 ประเทศ และเขตปกครองตนเอง ทั้งนี้มีพนักงานกว่า 4,000 คน กระจายอยู่ใน 30 ประเทศทั่วโลก

จอห์น บราวน์ รับผิดชอบทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การตลาด การสร้างแบรนด์ การบริการและดูแลประสบการณ์ของลูกค้า การร่วมงานกับพาร์ทเนอร์ ตลอดจนการพัฒนาตลาด เมื่อถามถึงข้อมูลเกี่ยวกับ อโกด้าในประเทศไทย จอห์นเผยเบื้องต้นว่า 
  • อโกด้าเข้ามาตั้งสำนักงานในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2547 ตามมาด้วยสำนักงานในจังหวัดภูเก็ต และเชียงใหม่ 
  • อโกด้ามีที่พักอยู่ในระบบมากกว่า 53,000 แห่งทั่วไทย โดยรวมทั้งที่พักที่ปิดกิจการ ปิดกิจการชั่วคราว และที่พักที่กลับมาให้บริการต่อ (reopen)
  • อโกด้ามีพนักงานในประเทศไทยกว่า 2,200 คน 

สำหรับการจัดอันดับจุดหมายปลายทางจากพฤติกรรมคนไทยจากการใช้งานแพลตฟอร์มอโกด้า ในช่วงวันที่ 1 มิถุนายน – 31 ธันวาคม 2563* พบว่า
  • จุดหมายปลายทางยอดนิยมในประเทศไทยคือ กรุงเทพฯ
  • จุดหมายปลายทางที่คนไทยค้นหามากที่สุดคือ หัวหิน / ชะอำ
*ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563

เผยเทรนด์เที่ยวไทยหลังคลายล็อกดาวน์ 
  • 78% ของคนไทยอยากเที่ยวในประเทศ 
  • 80% ของที่พักในประเทศไทยเป็น SMEs ในท้องถิ่น
  • 37% ของทริป เป็นการเที่ยวแบบครอบครัว
  • 52% ของคนไทยบอกว่า ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด 
  • 41% ของคนไทยสะดวกเดินทางในระยะเวลา 3-4 ชั่วโมง และมี 36% ของคนไทยที่เลือกเดินทาง 2 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่สูงที่สุดของโลก
  • 50% ของคนไทยเลือกเดินทางด้วยเครื่องบิน 
  • 41% ของคนไทยเลือกเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว เป็นค่าเฉลี่ยที่สูงที่สุด และมากกว่าค่าเฉลี่ยของทั่วโลกเกือบสองเท่า (28%)
  • 38% ของคนไทยเลือกเที่ยว ชายหาด เป็นอันดับ 1 ตามมาด้วย ป่าไม้และภูเขา
  • 43% ของคนไทยคาดหวังให้มีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในห้องพักทุกวัน

เติมคำศัพท์ด้านการท่องที่ยว

 

– Outbound Tourism คือ การท่องเที่ยวขาออก เช่น นักท่องเที่ยวไทยไปเยือนสิงคโปร์ 

 

– Inbound Tourism คือ การท่องเที่ยวขาเข้า เช่น นักท่องเที่ยวจีนบินมาเที่ยวทะเลไทย 

 

– อีกคำที่ควรรู้คือ Domestic Tourism หรือ การท่องเที่ยวภายในประเทศที่ตนเองมีถิ่นพำนักอยู่ เช่น คนไทยเที่ยวเมืองไทยนั่นเอง


ความนิยมเที่ยวเมืองไทยที่เปลี่ยนไปและสังเกตได้
    • อโกด้ามียอดจองที่พักรวมแล้วมากกว่า 1 ล้านคืน โดยได้แรงหนุนจากโครงการเราเที่ยวด้วยกัน 
    • จำนวนผู้เข้าพักเพิ่มขึ้นต่อการจอง 1 ครั้ง เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด
    • คนไทยมักจะจองห้องพักล่วงหน้า 0-3 วัน ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือวันหยุดยาว
    • กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ หัวหิน/ชะอำ ภูเก็ต คือจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทย
    • พัทยา หัวหิน เขาใหญ่ กาญจนบุรี ระยอง คือจุดหมายปลายทางที่โตเร็วเป็นอันดับต้นๆ
    • เมืองรอง ได้แก่ นครศรีธรรมราช นครนายก ขอนแก่น อุดรธานี จันทบุรี เป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่คนไทย
    • เมื่อพูดถึงเทรนด์การท่องเที่ยวหลังโควิด ไทยเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค

7 ข้อสังเกตและ Crisis Management โดยซีอีโอ อโกด้า
(1)
“10% ของ GDP ทั่วโลกมาจากการท่องเที่ยว สำหรับประเทศไทย GDP 20% ที่มาจากการท่องเที่ยว จึงได้ผลกระทบจากวิกฤตโควิดไม่น้อย แต่หากคนไทยเที่ยวในประเทศไทยก็ถือว่าได้ช่วย SMEs และกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศได้ ซึ่งทางอโกด้าเองก็ไม่เก็บค่าคอมมิชชั่นจากโครงการเราเที่ยวด้วยกัน”
(2)
“สาเหตุที่ ‘เมืองรอง’ ได้รับความนิยมมากขึ้น เป็นไปได้ว่าคนไทยเดินทางไปต่างประเทศไม่ได้ จึงเลือกใช้เงินกับสถานที่แปลกใหม่ หรือที่ที่จะให้ประสบการณ์แตกต่างไปจากเดิม เช่น เมืองรองอย่าง นครศรีธรรมราช นครนายก ขอนแก่น จันทบุรี และในขณะนี้มีคนไทยเที่ยวไทยมากถึง 97%”
(3)
“เมื่อเดินทางไปต่างประเทศไม่ได้ นักท่องเที่ยวจึงเลือกที่พักในประเทศที่ดีขึ้นหรืออัปเกรดกว่าเดิม เช่น จากที่พักระดับ 3 ดาว ก็เลือกจองที่พักระดับ 4 ดาว ซึ่งในภาพรวม ผู้ใช้งานก็เลือกตัวเลือกที่สูงขึ้น ไม่ใช่แค่ระดับ 3 ดาวเท่านั้น”
(4)
สำหรับไตรมาส 4 คาดว่า การท่องเที่ยวภายในประเทศจะทรงตัวและค่อยๆ ฟื้นตัว ดูได้จากคนไทยที่กลับมาจองที่พักในแอปมากขึ้น โดยปัจจัยที่ทำให้คนกล้าจองที่พักล่วงหน้ามี 3 ข้อ
“หนึ่ง เราร่วมตรวจสอบเรื่องความสะอาดปลอดภัย (hygiene) ของที่พัก เพิ่มความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว สอง จองที่พักแล้วสามารถยกเลิกได้ง่ายและรวดเร็ว (easy to cancel) เพราะเราเข้าใจสถานการณ์ไม่แน่นอน และ สาม ราคาที่พักถูกลง (low price) เลือกได้หลากหลายขึ้น นอกจากนี้เรายังมีส่วนลดต่างหาก” 
(5)
“เดือนที่หนักที่สุดของเราคือ เมษายน เพราะเริ่มมีการล็อกดาวน์ ทุกคนต้องปรับตัว เปลี่ยนแปลงหลายอย่างมาก ทั้งประหยัดค่าใช้จ่ายในบริษัท ลดการใช้งบการตลาด ลดเงินเดือนผู้บริหารระดับสูง และสิ่งสุดท้ายที่เราจะทำก็คือ การเลย์ออฟพนักงาน ซึ่งก็ต้องทำ โดยปลดพนักงานในเอเชียไป 1,500 คน เป็น worst case scenario ที่ให้บทเรียนครั้งใหญ่สำหรับเรา”
(6)
“ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีน ก็ต้องปรับตัวกันไป ซึ่งการที่อโกด้ามีสำนักงานในไทย พวกเราทำงานกันแบบ Agile และ Flexibility อยู่แล้ว จึงเป็น core value ที่ทำให้เราปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ได้ตลอดเวลาและมีความคล่องตัวสูง”
(7)
“3 คำที่อยากฝากถึงผู้บริหาร ผู้ประกอบการ ผู้นำ คือ 1) Agillity & Speed คุณต้องวางกลยุทธ์ให้ทีมปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์และเดินหน้าต่อได้อย่างรวดเร็ว 2) Empathy ในช่วงวิกฤต ผู้นำยิ่งต้องมีทักษะในการทำความเข้าใจ รับรู้อารมณ์ และเห็นอกเห็นใจพนักงาน ที่สำคัญต้องเปิดกว้าง เปิดใจรับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ และให้พนักงานทุกคนเข้าถึงและพูดคุยได้ และ 3) Creativity ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ทักษะนี้จำเป็นมากในยุคที่มีการแข่งขันสูง เพราะความคิดสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ และพาทีมก้าวไปสู่อนาคตที่ไม่แน่นอนได้ โดยไม่ติดอยู่ในกรอบ”

ผู้ใช้งาน Agoda ทั่วโลก มอง ‘ไทย’ เป็น Wishlist เบอร์ต้นๆ
ปิดท้ายกันในจังหวะที่คนไทยมีโอกาสเที่ยวไทยได้ทุกภูมิภาค แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังเข้ามาเที่ยวบ้านเราได้เพียงน้อยนิด อย่างไรก็ตาม ปรากฏข้อมูลการค้นหาของผู้ใช้งาน Agoda ทั่วโลกว่า 
  • ไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 2 ที่มีคนค้นหามากที่สุดไปจนถึงสิ้นปี 2563 
  • ไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 2 ของนักเดินทางที่เดินทางเป็นครอบครัว 
  • ไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 3 ของนักเดินทางที่เดินทางเป็นกลุ่มและเดินทางคนเดียว

แนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในรูปแบบและพื้นที่ต่างๆ อยู่ในลิงก์เหล่านี้

‘ณรงค์ชัย คุณปลื้ม’ กับแผนเดินหน้าดัน เมืองแสนสุข เป็นจุดหมายปลายทาง “เมืองท่องเที่ยวน่าอยู่” แห่งภาคตะวันออก

“อยู่นานๆ ได้ไหม นานๆ จะเจอกันสักที” เมื่อการผ่อนคลายด้วยการกักกันตัวระยะยาว คือทางออกของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก

คืนชีวิตให้ ‘การท่องเที่ยวชุมชน’ สร้างสตอรี่ ‘นาเชิงคีรี-ทุ่งหลวง’ แห่งสุโขทัย พร้อมก้าวสู่มาตรฐาน CBT Thailand