Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.282

ผุดหลักสูตร WINS สร้างเครือข่ายการทำงานผู้บริหารระดับสูง อว.-ภาครัฐ-เอกชน

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงที่มาของการเปิดหลักสูตร WINS ว่า จากนโยบายของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้เกิดความร่วมมือและสร้างความเชื่อมโยงงานของสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานด้านการวิจัยเพื่อขับเคลื่อนงานของกระทรวงอว.ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถทำงานร่วมกับภาคเอกชนได้ตามยุทธศาสตร์การนำวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ขับเคลื่อนประเทศ และสร้างขีดความสามารถการแข่งขันในระดับโลก ตนจึงได้มีนโยบายให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) จัดทำโครงการพัฒนาเครือข่ายและศักยภาพผู้บริหารระดับสูง ครอบคลุมทั้งหน่วยงานของ อว. หน่วยงานภาครัฐอื่นๆ รวมถึงภาคธุรกิจหรือเอกชน เพื่อสนธิกำลังให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีพลัง และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ได้สร้างความสัมพันธ์ เรียนรู้งานซึ่งกันและกัน ถือเป็นการดึงศักยภาพของทุกหน่วยงานใน อว.ออกมารับใช้สังคมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยได้มอบหมายให้ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในฐานะประธาน ทปอ. เป็นผู้ออกแบบหลักสูตรและจัดกิจกรรมอย่างเร่งด่วน WINS ย่อมาจาก WISE-ทันโลก ทันเทคโนโลยี, Innovation-พัฒนานวัตกรรม, Network- สร้างเครือข่าย, Serving Society-รับใช้สังคม มีเป้าหมายหลักคือการสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันของผู้บริหารระดับสูงขององค์กร ซึ่งเป็นผู้มีศักยภาพและขีดความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่การพัฒนาสังคมและการศึกษาไทย

5 องค์กรร่วมศึกษา “พลาสติกเหลือใช้” ทำ “ถนน” ตอบโจทย์ ศก. หมุนเวียน 1 กม. ลดถุง 9 แสนใบ

กรมทางหลวง – กรมทางหลวงชนบท – เอสซีจี – กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย – มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมมือศึกษาและพัฒนาการนำพลาสติกเหลือใช้ เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมในแอสฟัลต์คอนกรีตสำหรับงานก่อสร้างทาง ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและยืดอายุการใช้งานของถนน หวังสร้างมาตรฐานใหม่ให้การทำถนนของประเทศ ตอบโจทย์การส่งเสริมการบริหารจัดการขยะอย่างถูกวิธีและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สอดคล้องตามนโยบาย BCG Economy (Bio – Circular – Green Economy) ของรัฐบาล โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือด้านวิชาการ ทรัพยากร และการบริหารจัดการที่ภาคเอกชน โดยเอสซีจีและกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย จะนำประสบการณ์และองค์ความรู้จากการวิจัยและพัฒนาการทำถนนพลาสติกรีไซเคิลที่ได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2561 ผ่านกระบวนการทดสอบตามมาตรฐานในห้องปฏิบัติการ และใช้งานจริงในพื้นที่ของภาคเอกชนต่างๆ เช่น นิคมอุตสาหกรรมอาร์ ไอ แอล จ.ระยอง และนิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ ชลบุรี เป็นต้น มาใช้ศึกษาและพัฒนาโครงการนี้ โดยมีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าร่วมศึกษางานวิชาการ รวมถึงผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ได้เข้ามาร่วมศึกษาและสนับสนุนการจัดทำมาตรฐานการนำพลาสติกเหลือใช้มาเป็นส่วนผสมในแอสฟัลต์คอนกรีต ซึ่งหากโครงการฯ สำเร็จจะสามารถขยายผลไปสู่การทำถนนในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทยได้จริง ช่วยส่งเสริมการบริหารจัดการขยะ โดยเฉพาะพลาสติกได้อย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ถนนจากพลาสติกรีไซเคิลความยาว 1 กิโลเมตร ที่มีหน้ากว้างถนน 6 เมตร จะสามารถนำขยะพลาสติกไปใช้ประโยชน์ได้ถึงประมาณ 3 ตัน หรือเท่ากับถุงพลาสติกเกือบ 900,000 ใบ ปัจจุบันเอสซีจีและกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ได้ร่วมกับภาคเอกชนทำถนนแอสฟัลต์คอนกรีตต้นแบบที่มีพลาสติกเหลือใช้เป็นส่วนผสม รวมความยาวถนน 7.7 กิโลเมตร สามารถนำพลาสติกเหลือใช้หมุนเวียนกลับมาสร้างคุณค่าได้รวม 23 ตัน

รายงานความมั่งคั่งของโลกปี 2020 ร่ำรวย-ยากจนห่างเพิ่มขึ้น ไทยสัดส่วนหนี้สูงลำดับ 45

อลิอันซ์ เปิดเผยรายงาน Global Wealth Report ฉบับที่ 11 วิเคราะห์สถานการณ์ทรัพย์สินและหนี้สินของครัวเรือนใน 60 ประเทศทั่วโลกพบว่าช่องว่างทางด้านการเงินระหว่างประเทศที่ร่ำรวยและประเทศที่ยากจนสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีรายงานความมั่งคั่งทั่วโลกสูงขึ้นอย่างมากเท่าครั้งนี้ สินทรัพย์ทางการเงินโดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 9.7% ในปี 2562 ซึ่งเป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2548 นับเป็นการเติบโตที่สูงเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าในปี 2562 โลกจะเผชิญกับสถานการณ์ความไม่สงบ ความขัดแย้งทางการค้าที่รุนแรงมากขึ้น และภาวะถดถอยทางอุตสาหกรรม แต่เมื่อธนาคารกลางเปลี่ยนทิศทางและตัดสินใจผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดหุ้นซึ่งดีดตัวขึ้นถึง 25% ส่งผลให้สินทรัพย์ทางการเงินเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยสินทรัพย์ประเภทหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 13.7% ในปี 2562 และเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วที่สุดของศตวรรษที่ 21ขณะที่ประเทศไทยในปี 2562 สินทรัพย์รวมของครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้น 5.2% ซึ่งเป็นผลมาจากเงินประกันและบำเน็จบำนาญที่เพิ่มขึ้น 13.4% หลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 3.9% และเงินฝาก 2.9% โดยเงินฝากยังคงเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดของครัวเรือนไทย มีส่วนแบ่งตลาด 51.2% ในขณะที่หลักทรัพย์มีส่วนแบ่ง 27.6% เงินประกันและบำนาญ 21.1% เงินกู้เติบโตในอัตราที่น้อยลงที่ 5.1% ซึ่งน้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์โดยรวมเล็กน้อย อย่างไรก็ตามสัดส่วนหนี้ครัวเรือนของไทยยังคงน่าเป็นห่วง หนี้ต่อจีดีพีเพิ่มขึ้น 79.7% มากกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 55% และยังเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในภูมิภาค สินทรัพย์สุทธิต่อหัวเพิ่มขึ้น 5.1% ไปอยู่ที่ 3,936 ยูโร (หรือประมาณ 146,419 บาท) เมื่อสิ้นปี 2562 เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ไทยอยู่ในลำดับที่ 45 เช่นเดียวกับปีก่อน

คีนน์ คว้ารางวัลองค์กรนวัตกรรมดีเด่น ปี 63 ชูธุรกิจเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

ดร.วสันต์ อริยพุทธรัตน์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท คีนน์ จำกัด ผู้นำทางด้านไบโอเทคโนโลยี เปิดเผยว่า บริษัทฯ รู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ด้านองค์กรนวัตกรรมดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2563 บริษัท คีนน์ มีการกำหนดนโยบายด้านนวัตกรรมที่ชัดเจน โดยมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาไบโอเทคโนโลยีด้านชีววิทยาศาสตร์ LifeScience ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการสร้างพันธมิตรในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ตรงตามความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย มีการจัดการความเสี่ยงและสร้างโอกาสจากความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคมาต่อยอดธุรกิจ ควบคู่ไปกับการพัฒนาและต่อยอดในองค์กร โดยมุ่งเน้นส่งเสริมความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมในทุกภาคส่วนขององค์กร เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ผลิตภัณฑ์เด่นของบริษัทส่วนใหญ่เป็นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่พัฒนาสำหรับฆ่าเชื้อและทำความสะอาด ไม่ทิ้งสารตกค้าง สามารถย่อยสลายทางชีวภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย อาทิเช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์บำบัดน้ำเสีย ขจัดคราบน้ำมัน และกลุ่มทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ เป็นต้น

ผู้ป่วยโควิดแห่ขอลองยารักษาทรัมป์ แพทย์เตือนรอข้อมูลด้านประสิทธิภาพ

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานบรรดาผู้ป่วยได้ขอเข้าร่วมการทดลองทางคลินิกสำหรับการใช้ยารักษาโรคโควิด-19 ที่สกัดจากแอนติบอดีของบริษัท Regeneron Pharmaceuticals Inc. ซึ่งใช้ในการรักษาอาการป่วยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ได้ออกจากโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ทหารแห่งชาติวอลเตอร์ รีด และกลับเข้าทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ต.ค.หลังได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันศุกร์ที่ 2 ต.ค. โดยเขามีอาการติดเชื้อที่ปอดจนระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลง แพทย์ประจำตัวของปธน.ทรัมป์เผยว่า ผลการตรวจเลือดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาพบว่าแอนติบอดีมีการต่อสู้กับเชื้อโรค ซึ่งโฆษกของ Regeneron ให้เหตุผลว่าอาจเป็นผลมาจากการรักษาด้วยยาของบริษัท ด้านปธน.ทรัมป์ได้สัญญาว่าเขาจะให้ชาวอเมริกันได้รับยาดังกล่าวฟรี พร้อมทั้งบรรยายถึงสรรพคุณของยานี้