NEWS DIGESTสาลิกาคาบข่าว Vol.284By salika - October 10, 2020FacebookXPinterestLINE EEC HDC ผนึกมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ และ ฟอรั่ม 21 หนุนเปลี่ยนผ่านการศึกษาไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 21 (ซ้าย) ดร.อภิชาต ทองอยู่, (ขวา) Dr. Céline-Agathe Caroเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2563 ณ โรงแรมโนโวเทลศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี Dr. Céline-Agathe Caro ผู้แทนมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ (Konrad Adenauer Foundation) จากประเทศเยอรมนี และองค์กรฟอรั่ม 21 ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนด้านการพัฒนาสังคมร่วมสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาทุกระดับในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทางฟอรั่ม 21 และ EEC HDC โดย ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ร่วมจัดสัมมนาผู้บริหารการศึกษาภาคตะวันออกกว่า 100 สถาบัน สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการจริงในการเปลี่ยนแปลงของศตวรรษที่ 21 ด้าน Dr. Céline-Agathe Caro ได้เสนอ 9 ความเคลื่อนไหวสำคัญที่จะช่วยปรับการจัดการศึกษาให้เข้ากับโลกที่เป็นจริงจากประสบการณ์ของเยอรมนี ตามโมเดลของเศรษฐกิจระบบตลาดเพื่อสังคม ที่ภาครัฐมีหน้าที่รับประกันว่าทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จะได้รับการปกป้อง คุ้มครอง และขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กัน ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้คนในสังคมเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อการพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต สำหรับการจัดการศึกษาที่มาพร้อมกับการฝึกอาชีพของเยอรมนีนั้น มีเป้าหมายในการเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่สามารถก้าวสู่โลกการทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่ติดขัด และองค์กรก็สามารถได้บุคลากรที่พร้อมใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาฝึกใหม่ รูปแบบจะเป็นการฝึกงานที่เน้นการปฏิบัติงานจริง นักศึกษาที่ผ่านการเรียนทฤษฎีอย่างเข้มข้นจากสถาบันศึกษาจะฝึกงานในองค์กรราว 3-4 วันต่อสัปดาห์ และได้รับค่าจ้างด้วย ซึ่งการจัดสัมมนาครั้งนี้ เพื่อให้ผู้บริหารสถาบันการศึกษาตระหนักถึงความร่วมมือกับการศึกษายุคใหม่ในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาที่ต้องมีผู้ประกอบการเข้ามีส่วนร่วม เพื่อช่วยจัดปรับการศึกษาให้สอดคล้องกับ ความต้องการจริงของอุตสาหกรรม ดร.อภิชาต กล่าวเสริมว่า แนวทางดังกล่าวสอดรับและถือเป็นแนวทางเดียวกันกับที่ EEC HDC ดำเนินงานอยู่ในรูปแบบของอีอีซี โมเดล ไทป์ เอ และไทป์ บี ซึ่งผู้บริหารสถานศึกษาต่างขานรับการเปลี่ยนแปลงนี้กันอย่างถ้วนหน้า และยินดีที่จะร่วมขับเคลื่อนการศึกษายุคใหม่ให้เป็นไปตามความต้องการที่แท้จริงในพื้นที่ EEC1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัยเริ่มจ้างงานนักศึกษา ประชาชน บัณฑิตจบใหม่ 6 หมื่นคน พ.ย. นี้ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบจ้างงานบัณฑิตจบใหม่ นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่จำนวน 60,000 คน ตามโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย) โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในระยะแรกมีการดำเนินการในพื้นที่ทั้งหมด 3,000 ตำบล และมีมหาวิทยาลัย 73 แห่งเข้ามาดำเนินการในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ งบประมาณในการดำเนินโครงการทั้งสิ้น 10,629 ล้านบาท กลุ่มเป้าหมายประชาชนทั่วไป ค่าจ้าง 9,000 บ./เดือน บัณฑิตจบใหม่ไม่เกิน 3 ปี ค่าจ้าง 15,000 บ./เดือน นักศึกษา ค่าจ้าง 5,000 บ./เดือน ตัวอย่างงาน อาทิ วิเคราะห์ข้อมูล ประสาน ติดตามสถานการณ์โควิด พัฒนาอาชีพใหม่ ถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี ฯลฯ นำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม ไปยกระดับเศรษฐกิจและสังคมในตำบล สร้างและพัฒนาอาชีพใหม่ เสริมสร้างความเข้มแข็งของวิสาหกิจชุมชน พัฒนาการท่องเที่ยวของชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิต เช่นสุขภาพ การศึกษา และความปลอดภัยในชุมชน จ้างงานต่อเนื่อง 1 ปี เริ่ม พ.ย. 63กิน ช้อป เที่ยว เทศกาลริมชายหาดครั้งยิ่งใหญ่ “สีสันตะวันออก EEC” เลียบชายหาดพัทยา การกลับมาของเทศกาลริมชายหาดพัทยา ครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี “เทศกาลสีสันตะวันออก” ครั้งนี้เป็นการรวมตัวครั้งใหม่ของกลุ่มจังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ประกอบด้วย จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา โดยในปีนี้นับว่าเป็นครั้งที่ 11 ของการจัดงาน โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี ผู้จัดโครงการจะพาไปพบกับสีสันใหม่ๆ พร้อมมอบความทรงจำดีๆอีกครั้ง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สีสันตะวันออก EEC สีสันน่ากิน น่าเที่ยว” ระหว่างวันที่ 22 – 25 ตุลาคม นี้ ณ ถนนเลียบหาดพัทยา ตั้งแต่บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยาบีช ไปจนถึงพัทยาซอย 11 ภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมตามโซนต่างๆ ได้แก่ โซนสีสันน่ากิน ของกินสุด POP รวบรวมร้านดัง สไตล์ Street Food มาให้ชิมกันมากมาย สุดฟินกับโซนสีสันน่าเที่ยว ไปกันให้หายคิดถึง เลือกซื้อแพคเกจแหล่งท่องเที่ยวและที่พักในราคาสุดคุ้ม พร้อมช้อปปิ้งกันต่อที่โซนของดีท้องถิ่นสุด POP พบสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะกลุ่ม 3 จังหวัดนี้เท่านั้น ความพิเศษในงานครั้งนี้คือ การจัดกิจกรรมการขายแบบ NEW NORMAL โดยจัดงานแบบออนกราวด์ และ ออนไลน์ควบคู่กันไป (HYBRID) ผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยมีดี” สื่อกลางในการนำเสนอสินค้าไทยจากกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก EEC นอกจากนี้ยังมีโซนกิจกรรมพิเศษเพื่อสร้างสีสันตลอดงาน อาทิ โซน Very Popular ชมการสาธิตหรือกิจกรรมพิเศษจากผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันออก มินิคอนเสิร์ต ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม รวมถึงรับชมภาพบรรยากาศของงานในปีก่อนหน้านี้ได้ที่ Facebook แฟนเพจ สีสันตะวันออก หรือ facebook.com/colorsoftheeastbyimcAIS แจ้งเกิด PLAY NEWS ดิจิทัลแพลตฟอร์มของคนไทยดันครีเอเตอร์บินสูงนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวถึงที่มาของบริการ PLAY NEWS ว่า “ในโอกาสครอบรอบ 30 ปี เอไอเอสต้องการขอบคุณและตอบแทนคนไทย ด้วยการสร้างสรรค์คอนเทนต์ดีๆ ให้กับสังคมไทย ให้คนไทยได้ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล ก้าวทันเทรนด์และสถานการณ์โลก เพื่อปรับตัวและเดินหน้าอย่างเท่าทัน ท่ามกลางยุคที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารที่มีทั้งจริงและหลอกลวง (Fake news) เราจึงเชื่อว่าคอนเทนต์ข่าวดีๆ นี้จะช่วยสร้างความแข็งแรงและภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ให้กับคนไทย (Cyber Wellness) สอดคล้องกับโลกยุคดิจิทัลที่คนสามารถเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารผ่านเทคโนโลยีต่างๆ ได้ง่าย ในมุมของการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม เรามุ่งหวังให้ “PLAY NEWS” เป็นต้นแบบโมเดลธุรกิจคอนเทนต์ ที่ยั่งยืนสำหรับผู้ที่มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทุกคน (Professional Generated Content Creator) ที่จะต่อยอดและพัฒนาเป็นแหล่งสร้างรายได้ใหม่สำหรับมือผลิตคอนเทนต์ในอนาคต เพื่อสร้าง WIN-WIN ให้กับภาพรวมของอุตสาหกรรมสื่อและโซเชียลแพลตฟอร์มในประเทศไทย พร้อมกันนี้ได้นำศักยภาพเครือข่าย 5G และนวัตกรรม VR (Virtual Reality) เข้ามาร่วมสร้าง Co-creation ยกระดับการผลิตข่าวและการรายงานข่าวมิติใหม่ ให้กับวงการสื่อสารของไทย เพื่อสะท้อนให้คนไทยได้เห็นถึงประโยชน์ของเทคโนโลยี 5G ด้วยHong Leong Bank ธนาคารแห่งแรกในมาเลเซียให้บริการเปิดบัญชีดิจิทัลเต็มรูปแบบหลังจากที่ธนาคารกลางมาเลเซียประกาศนโยบาย Electronic Know-Your-Customer (eKYC) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ทางธนาคาร Hong Leong Bank และ Hong Leong Islamic Bank (HLB) ได้ประกาศหลักชัยครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการเป็นธนาคารแห่งแรกในมาเลเซียที่มอบประสบการณ์การเปิดบัญชีดิจิทัลเต็มรูปแบบอย่างแท้จริงให้แก่ชาวมาเลเซียที่กำลังต้องการเปิดบัญชีธนาคาร โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่สาขาธนาคารหรือจุดบริการตัวเอง เพียงแค่ดาวน์โหลดแอปมือถือ “Apply@HLB” ลูกค้าก็สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้ทุกที่ทุกเวลา จากนั้นทางธนาคารจะส่งบัตรเดบิตไปให้ลูกค้าไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในมาเลเซียก็ตาม บริการที่ง่ายดายและสะดวกสบายเช่นนี้เหมาะสมอย่างยิ่งกับสถานการณ์โควิด-19 และยังสอดรับกับการเปลี่ยนแปลง “ทุกสิ่งอย่าง” ไปสู่ระบบดิจิทัล Domenic Fuda กรรมการผู้จัดการและซีอีโอของ HLB กล่าวว่า “เรายินดีที่ได้ช่วยให้ชาวมาเลเซียทำธุรกรรมอย่างปลอดภัยท่ามกลางโรคระบาดในขณะนี้ และเราภูมิใจที่ได้มีส่วนผลักดันนวัตกรรมดิจิทัลในภาคการเงิน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศ พร้อมทั้งตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ทำทุกอย่างผ่านมือถือมากขึ้น เราเห็นการเปลี่ยนไปใช้ธนาคารดิจิทัลมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา และการขยายบริการดิจิทัลของเราด้วยการให้เปิดบัญชีดิจิทัลครบวงจรเป็นครั้งแรกผ่าน eKYC จะยิ่งผลักดันการเปลี่ยนไปใช้บริการธนาคารดิจิทัล” Post Views: 1,132