แม้ว่า No Time To Die ภาพยนตร์ James Bond ตอนล่าสุด จะถูกเลื่อนฉายออกไปอีกครั้ง จาก เม.ย. 62 มาเป็น พ.ย. 62 และไปเป็น เม.ย. 63
ทว่า ตัวละครสำคัญคนหนึ่งใน James Bond ได้รับการหยิบยกมาพูดถึงอีกครั้ง-และอย่างต่อเนื่องเสมอ ยามเมื่อเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาด-ไม่ชอบมาพากล
นั่นก็คือ ตัวละครที่มีชื่อว่า Q
ผมเขียนเคยเรื่องราวเกี่ยวกับ Q มาแล้วหนหนึ่ง ใน SALIKA ของเราแห่งนี้ ชื่อตอนว่า “Q “ตัวจริง” ตัวละครลับ (ที่ไม่ลับ) ของ James Bond”
ว่า “ถ้าไม่มี Q ก็ไม่มี Bond”

เพราะ Q คือเบื้องหลังสำคัญของ Bond ในทุกภารกิจ
โดยนอกจากจะมีหน้าที่ตระเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนออกปฏิบัติการให้กับ James Bond แล้ว
Q ยังต้องช่วยเหลือ Bond หลังจากทำหน้าที่ในทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจพิสูจน์หลักฐาน ที่สำคัญก็คือ Q เป็นหน่วยสนับสนุน ที่ต้อง “ระวังหลัง” ให้ James Bond ระหว่างตะลุยภารกิจอีกด้วย
Character ของ Q ตามบทประพันธ์ดั้งเดิมของ Ian Fleming นั้น Q มีชื่อเต็มว่า Major Boothroyd
การที่ผู้คนเรียกเขาว่า Q ก็เนื่องจากหน่วยงานต้นสังกัดของ Major Boothroyd คือ Q-Branch ดังนั้น เขาจึงมี “รหัส” ว่า Q นั่นเอง
แม้ว่า ภาพยนตร์ James Bond ตอน No Time To Die จะถูกเลื่อนฉายออกไปเป็น เม.ย. 63
ทว่า ชื่อตัวละคร Q ใน James Bond ได้ถูกหยิบยกมาพูดถึงอีกครั้ง-และอย่างต่อเนื่องเสมอ ยามเมื่อเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาด-ไม่ชอบมาพากล
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเกิดขึ้นของ QAnon
QAnon คือชุดความคิดแบบขวาจัด ที่เชื่อกันว่า ประธานาธิบดี Donald Trump กำลังทำสงครามอย่างลับๆ กับ Deep State หรือเครือข่ายของเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ต้องการล้มล้างผู้นำสหรัฐฯ

FBI ระบุว่า QAnon เป็นภัยคุกคามของอเมริกา ที่มาในรูปแบบ “ทฤษฎีสมคบคิด” หรือ Conspiracy Theory
Conspiracy Theory หรือ “ทฤษฎีสมคบคิด” ปรากฏขึ้นครั้งแรกราวต้นทศวรรษที่ 1990 หมายถึง รูปแบบหนึ่งของการ “คิดเอง-เออเอง” โดยฉกฉวยหลักฐาน หรือข้อมูล ทั้งจริงและเท็จ มาสนับสนุน ปะติดปะต่อ เชื่อมโยงเรื่องราวให้ตื่นเต้น สมจริง
“ทฤษฎีสมคบคิด” มักเผยแพร่ในรูปแบบบทความในสื่อสิ่งพิมพ์ หรือเรื่องซุบซิบ ปากต่อปาก โหมกระแสให้กลายเป็น Talk of the Town
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงศตวรรษที่ 21 มี “ทฤษฎีสมคบคิด” เกิดขึ้นมากมายในสื่อ Internet
“ทฤษฎีสมคบคิด” หรือ Conspiracy Theory ที่โด่งดังและ “เป็นอมตะ” ก็เช่น “ปริศนาสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา” “มนุษย์ต่างดาวคือผู้สร้างพีระมิด” “มนุษย์โลกไม่ได้ไปดวงจันทร์จริง”
“เอลวิสและฮิตเลอร์ยังไม่ตาย” “เจ้าหญิงไดอาน่าไม่ได้สวรรคตจากอุบัติเหตุรถยนต์” “อเมริกาคือผู้ก่อเหตุวินาศกรรม 9/11 เอง”
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ลัทธิอิลลูมินาติกับระเบียบโลกใหม่”
ไม่น่าเชื่อว่า ในบ้านเราก็เคยมีการแต่งเรื่องเกี่ยวกับ Conspiracy Theory ขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมโยงระหว่าง “พรรคอนาคตใหม่” กับ “ลัทธิอิลลูมินาติ”

หรือกระทั่งย้อนกลับไปไกลถึงช่วงรัชกาลที่ 6 ที่มีองค์กรลับนามว่า “ฟรีเมสัน” ซึ่งตรงกับชื่อในนวนิยาย The Da Vinci Code ของ Dan Brown
ส่วน “ทฤษฎีสมคบคิด” ซึ่งกำลังโด่งดัง และเป็นที่กล่าวขวัญถึงในโลกยุคปัจจุบันดังที่เกริ่นเอาไว้ข้างต้นก็คือ QAnon นั้น นอกจากจะหยิบชื่อตัวละคร Q จากวรรณกรรม James Bond มาใช้แล้ว
Q คือ “แอคหลุม” บัญชีหนึ่ง ซึ่งในโลกออนไลน์อ้างกันว่า เขาหรือเธอเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐฯ ที่จะรู้การเคลื่อนไหว ตารางเวลา และกระบวนการทำงานของข้าราชการอเมริกันทั้งหมด!
โดย Q เริ่มโพสต์เว็บบอร์ด 4Chan เมื่อราว 3-4 ปีก่อน ในตอนนั้น Q ทำนายว่า Hillary Clinton คู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของ Trump จะถูกจับ และจะเกิดการจลาจลไปทั่ว
ซึ่งในท้ายที่สุด คำทำนายของ Q ก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
ล่าสุด Q ออกมาโพสต์ข้อความอีกครั้ง ว่า Donald Trump กำลังทำสงครามลับกับกลุ่มสมาชิกพรรค Democrat ที่ค้าประเวณีเด็ก จากใต้ถุนร้านพิซซ่าแห่งหนึ่งในกรุงวอชิงตัน
รวมถึงข่าว Marjorie Taylor Greene นักธุรกิจหญิงรัฐจอร์เจีย ผู้สนับสนุนตัวยงของ “ทฤษฎีสมคบคิด” QAnon จะชนะการเลือกตั้ง และได้เข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลังจากการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้

ทำให้ปริมาณผู้ติดตาม QAnon เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยใน Facebook เพิ่มขึ้นมากถึง 800% ส่วนที่ Twitter เพิ่มขึ้น 85%
Marc-Andre Argentino นักศึกษาปริญญาเอกแห่งมหาวิทยาลัย Concordia ประเทศแคนาดา ผู้ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับ QAnon กล่าวว่า ปัจจุบัน “ทฤษฎีสมคบคิด” QAnon กำลังแพร่ระบาดจากสหรัฐฯ ออกไปยังต่างประเทศกว่า 70 ชาติ
โดย “เยอรมนี” เป็นประเทศที่รับลูก QAnon โดยตรงจากอเมริกา ผ่านแอพพลิเคชัน Telegram ที่มีผู้เข้าร่วม และติดตามมากกว่า 120,000 คน ตามมาด้วย “บราซิล” ที่มีผู้เข้าร่วม QAnon และติดตามข่าวมากกว่า 100,000 คน
Marc-Andre Argentino กล่าวว่า ผู้สนับสนุน QAnon ในสหรัฐฯ มีประมาณ 300,000-400,000 คน ที่มักสิงสถิตอยู่ตาม Social Media ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook Twitter YouTube หรือ TikTok

Marc-Andre Argentino บอกต่อไปอีกว่า ผู้ซึ่งหลงใหล “ทฤษฎีสมคบคิด” QAnon ในขณะนี้ ต่างพากันเชื่อว่า Deep State นั้นมีอยู่จริง!
ทำให้ในช่วงที่ผ่านมา Facebook และ Twitter ได้ลบบัญชี และข้อความบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับ QAnon ออกไปจากระบบ
อย่างไรก็ดี Marc-Andre Argentino เชื่อว่า การลบบัญชีของ QAnon เหล่านี้ ไม่ได้ช่วยให้การเคลื่อนไหวของเหล่า QAnon ยุติลง
เพราะ “ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ”
Marc-Andre Argentino บอกว่า ยิ่ง Facebook และ Twitter ลงมาจัดการบัญชี และข้อความที่เกี่ยวข้องกับ QAnon มากเท่าไหร่
ก็ยิ่งจะทำให้ QAnon เชื่อมากขึ้นไปอีก ว่าพวก QAnon กำลังทำสงครามข้อมูลกับสื่อ และ Deep State อยู่จริงๆ โอ๊ย!










