Wednesday, August 26, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.286

บิ๊ก ‘ซีพี’ ชี้รถไฟเชื่อม 3 สนามบินคือหัวใจของอีอีซี สร้างผลตอบแทนมหาศาลต่อเศรษฐกิจและสังคม

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวในโอกาสนำคณะผู้บริหารซีพี คณะผู้บริหาร บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด จัดประชุมสัญจรคณะที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนโครงการรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบินบนรถไฟขบวนพิเศษเส้นทางรถไฟสายตะวันออกว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินคือหัวใจของอีอีซี ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของระบบเศรษฐกิจที่จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุค 4.0 และจะเชื่อมโยงเพิ่มศักยภาพให้ฉะเชิงเทรา ศรีราชา พัทยา ระยอง เป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งจะผลักดันให้เกิดการพัฒนาเมืองแห่งอนาคต หรือ Smart City อีกด้วย รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน แม้จะกล่าวได้ว่าเป็นโครงการที่เกิดขึ้นก่อนเวลามาก แต่เมื่อสร้างเสร็จจะเป็นที่น่าภาคภูมิใจ เพราะเป็นความท้าทายที่โดยปกติโครงการขนาดใหญ่ลักษณะนี้จะเป็นการสร้างเพื่อเชื่อมเมืองใหญ่ต่อเมืองใหญ่ตามหลักการสากล แต่สิ่งที่ทำวันนี้คือการมองถึงวิสัยทัศน์ที่เชื่อมกับอีอีซีให้เห็นผลในอนาคต ซึ่งผลที่ออกมาอาจต้องใช้เวลานาน 10-15 ปี หากสำเร็จจะเป็นตัวอย่างการพัฒนาที่ดีของประเทศว่านอกจากการมีผลตอบแทนจากการลงทุน หรือ Return of Investment ที่เหมาะสมแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่วัดไม่ได้แต่มีมูลค่ามหาศาลคือ Return of Society ดังนั้นถ้าวางแผนควบคู่กันไปจะมีผลตอบแทนต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมมหาศาล

ครม. ไฟเขียว ‘ช้อปดีมีคืน’ 3.7 ล้านคนหักลดหย่อนภาษีสูงสุด 3 หมื่น คาดเงินสะพัด 1.1 แสนล้าน

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยมติคณะรัฐมนตรีวันนี้ (12 ต.ค.) เห็นชอบมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ และสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี รวมถึงส่งเสริมการผลิตสินค้าท้องถิ่นและการอ่าน โดยมีระยะเวลาดำเนินงานตั้งแต่ 23 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2563 กลุ่มเป้าหมายคือผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล สามารถหักลดหย่อนค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการเท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการสำหรับการซื้อสินค้าหรือการรับบริการในราชอาณาจักร ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 หลักเกณฑ์ดังนี้ 1.ผู้มีเงินได้ต้องไม่ได้รับสิทธิตามโครงการคนละครึ่งหรือโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2.ค่าสินค้าหรือค่าบริการไม่รวม 1) ค่าสุรา เบียร์ และไวน์ 2) ค่ายาสูบ 3) ค่าน้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ 4) ค่ารถยนต์ จักรยานยนต์ และเรือ 5) ค่าหนังสือพิมพ์และนิยตสารและค่าบริการหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต 6) ค่าบริการจัดนำเที่ยวที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ 7) ค่าที่พักในโรงแรมที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม 3. ผู้มีเงินได้ต้องจ่ายค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้รับใบกำกับภาษีเต็มรูปตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการที่ในส่วนค่าซื้อหนังสือและค่าบริการหนังสือที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบออินเทอร์เน็ต และค่าสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้ลงทะเบียนต่อกรมพัฒนาชุมชนแล้ว ทั้งนี้ จากฐานข้อมูลผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2561 คาดว่าจะมีผู้ใช้สิทธิประมาณ 3.7 ล้านคน ซึ่งรัฐจะสูญเสียรายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประมาณ 14,000 ล้านบาท คาดว่าจะทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นมูลค่าประมาณ 111,000 ล้านบาท และช่วยให้ GDP เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 0.30

นศ. อาชีวะปัตตานีสร้างอุปกรณ์ตากปลาอินทรีเค็มด้วยพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์

นางสาววันวิสา จันทบุรี นักศึกษาระดับชั้นปวช.2 สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ สาขางานผลิตสัตว์น้ำ วิทยาลัยเทคโนโลยีการเกษตรและประมงปัตตานี เล่าว่า จังหวัดปัตตานี เป็นจังหวัดที่ติดชายทะเล มีการทำประมงทะเลทั้งระดับอุตสาหกรรมและระดับพื้นบ้าน มีท่าเทียบเรือประมงสำหรับนำปลาสดขึ้นจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ จึงมีผลิตภัณฑ์จากปลาหลากหลายรูปแบบ ปลาอินทรีเค็มเป็นผลิตภัณฑ์อาหารจากปลาทะเลชนิดหนึ่งเป็นที่นิยมบริโภคกันมาก เนื่องจากมีรสชาติดี ทำให้มีราคาสูงกว่าปลาอินทรีสด การทำปลาอินทรีเค็มมีวิธีการง่ายๆ คือนำปลาสดมาหมักกับเกลือ จนเกลือแทรกเข้าไปในเนื้อปลาดีแล้ว จึงนำปลามาตากแดดให้แห้งประมาณ 7 วันก็ได้ปลาอินทรีเค็มตามต้องการ ซึ่งขั้นตอนการตากแดดให้แห้งนั้นสำคัญมาก เนื่องจากจะมีการรบกวนของแมลงวันมาวางไข่ที่เหงือกปลา ทำให้เกิดหนอนแมลงวัน และมีการรบกวนของสัตว์จำพวกนก แมว หรือสุนัข จึงมีการแก้ไขวิธีการสร้างราวแขวนตาก แล้วครอบด้วยมุ้งไนลอน ปิดรวบให้มิดชิด ซึ่งสามารถป้องกันแมลงวันและนกได้ แต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันสัตว์ใหญ่ เช่น แมวหรือสุนัขได้ และฝุ่น ควันก็สามารถแทรกเข้าตามช่องมุ้งหรือหากมีฝนตกก็ต้องทำการเคลื่อนย้ายซึ่งไม่สะดวก อีกทั้งยังเกิดกลิ่นรบกวนแก่ชุมชนรอบข้างได้ ตนและเพื่อนๆ จึงได้คิดค้นสร้างอุปกรณ์ตากปลาอินทรีเค็มด้วยพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ซึ่งมีนายผจญ สิงห์จินดา ครูสาขาเครื่องจักรกลเกษตร เป็นครูที่ปรึกษา โดยออกแบบเป็นรูปทรงแคปซูลลักษณะปิด ติดตั้งอยู่เหนือจานสะสมความร้อน ทำให้เกิดการสะสมความร้อนภายในแคปซูล อุณหภูมิภายในจึงสูงกว่าอุณหภูมิภายนอก คิดเป็น 19.22% ช่วยลดเวลาในการตากแดด ทำให้ปลาอินทรีเค็มแห้งเร็ว สีผิวของปลามัน เข้มสวย ไม่แห้งซีด น่ารับประทาน มีชุดล็อคกระเปาะเก็บน้ำที่อยู่ส่วนล่าง ทำให้แคปซูลไม่สามารถแกว่งตัวได้เมื่อมีลมพัด น้ำคาวปลาไม่กระเซ็นไปทั่วผนังด้านในของแคปซูลจึงไม่เกิดฝ้าสกปรก และบริเวณใต้จานสะสมความร้อนติดตั้งระบบผลิตก๊าซโอโซนซึ่งมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้ออีโคไลที่อาจติดมากับตัวปลาอินทรี แล้วกระจายปล่อยก๊าซโอโซนเข้าไปยังแคปซูลแต่ละตัวด้วยพัดลมสำหรับดูดความชื้นและก๊าซโอโซนที่ติดตั้งอยู่ส่วนบนของอุปกรณ์ ทำให้ความชื้นที่เกิดขึ้นระหว่างการตากถูกดูดออกไปภายนอก และก๊าซโอโซนกระจายตัวเข้าสู่ตัวปลาอินทรีในแคปซูลได้อย่างทั่วถึง ชุดแคปซูลและจานสะสมความร้อนสามารถหมุนอย่างช้าๆเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งการตากได้ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ควบคุมอัตโนมัติตามเวลาที่กำหนด โดยพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ได้มาจากแผงโซล่าเซลล์ขนาด 20 วัตต์ ซึ่งติดตั้งบริเวณด้านข้างของอุปกรณ์ นอกจากนี้ยังมีล้อเลื่อนเพื่อให้เคลื่อนย้ายสะดวกและมีระบบล็อคล้อเพื่อยึดพื้นได้มั่นคงอีกด้วย อุปกรณ์ตากปลาอินทรีเค็มด้วยพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดต้นทุนด้านพลังงานและเวลา ช่วยป้องกันแมลงวันที่เป็นพาหะนำโรคและสัตว์อื่นๆ ที่จะมากัดแทะอาหาร ตลอดจนขี้นกที่อาจจะบังเอิญตกมาใส่ได้ รวมทั้งป้องกันสิ่งปลอมปนต่างๆ ในอากาศ เช่น ฝุ่น ควัน ฝนในช่วงเวลาการตาก และที่สำคัญไม่มีกลิ่นไปรบกวนในชุมชน ทำให้มั่นใจว่าจะได้ปลาอินทรีเค็มที่สะอาด ปลอดภัย มีคุณภาพ ตามมาตรฐานกระบวนการผลิตอาหาร (GMP) ทั้งนี้ หากสนใจอุปกรณ์ตากปลาอินทรีเค็มด้วยพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์  ติดต่อได้ที่โทร.084-967-0616 วิทยาลัยเทคโนโลยีการเกษตรและประมงปัตตานี 

แพทย์แนะนำ “มังสวิรัติแบบยืดหยุ่น” ควรบริโภคอย่างฉลาด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดรุณีวัลย์ วโรดมวิจิตร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดรุณีวัลย์ วโรดมวิจิตร จากสาขาวิชาโภชนวิทยาและชีวเคมีทางการแพทย์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แนะหลักในการบริโภค “มังสวิรัติแบบยืดหยุ่น” โดยไม่ทำให้เกิดภาวะทุพโภชนาการ หรือการรับประทานอาหารไม่สมดุลจนเกิดความผิดปกติทางโภชนาการว่า ในระยะแรกควรเริ่มจำกัดการบริโภคเนื้อสัตว์เพียงบางมื้อ โดยใน 1 วัน อาจมี 1 มื้อที่รับประทานอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์ จากนั้นอาจเพิ่มเป็น 1 วัน หรือ 2 วันต่อสัปดาห์ที่ไม่มีเนื้อสัตว์ แล้วค่อยขยับขึ้นเรื่อยๆ สำหรับในมื้อที่มีเนื้อสัตว์ควรเลือกรับประทานนม ไข่ ปลา หรือไก่ ซึ่งเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย ไขมันต่ำ หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์จำพวกเนื้อแดง หรือเนื้อสัตว์แปรรูป ซึ่งได้แก่ แฮม ไส้กรอก เบคอน ฯลฯ รวมทั้งเน้นอาหารที่มาจากพืชเป็นหลัก ข้อควรระวังในการรับประทานอาหารมังสวิรัติอย่างเคร่งครัดหรืออาหารเจ อาจจะทำให้ได้รับวิตามินบี 12 ไม่เพียงพอ ซึ่งวิตามินบี 12 พบในเนื้อสัตว์ ไข่ นม เป็นหลัก ถ้าไม่รับประทานอาหารกลุ่มนี้เลยเป็นเวลานานก็จะทำให้มีความเสี่ยงในการขาดวิตามินบี 12 ที่มีความสำคัญต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงและระบบประสาท รวมทั้งแร่ธาตุบางชนิด เช่น แคลเซียมและเหล็ก ซึ่งได้จากพืชจะดูดซึมได้น้อยกว่าที่ได้จากสัตว์ ดังนั้น การรับประทานมังสวิรัติแบบยืดหยุ่น ซึ่งมีการรับประทานเนื้อสัตว์บ้าง แต่ในปริมาณน้อยนั้น จึงควรเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม หลากหลาย และครบทั้ง 5 หมู่ ปกติอาหารไทยเป็นอาหารที่ไม่เน้นการบริโภคเนื้อสัตว์ปริมาณมากอยู่แล้ว เราควรตั้งอยู่ในทางสายกลาง ของทุกอย่างมากเกินไปหรือน้อยเกินไปไม่ส่งผลดี การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมจะช่วยทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ นอกจากนี้ควรมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่กันไปด้วยเพื่อการมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง

OPPO ประกวดออกแบบใหญ่ที่สุดของเอเชีย เฟ้นหาปรมาจารย์ยุคใหม่

กิจกรรม Seek for the Next Master by OPPO เชิญชวนนักออกแบบจากทั่วโลกให้มาร่วมสร้างสรรค์การออกแบบธีม วอลเปเปอร์ ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว วิดีโอริงโทน และเคสสำหรับโทรศัพท์มือถือ การประกวดในระดับนานาชาตินี้ต้องการสนับสนุนให้นักออกแบบเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในคอมมิวนิตีระดับโลกของ OPPO และแสดงทักษะด้านศิลปะของพวกเขาในเวทีระดับโลก OPPO ตั้งเป้าใช้กิจกรรมนี้พาผู้คนที่มีความสร้างสรรค์แถวหน้าของโลกให้มารวมตัวกันเพื่อพูดคุยถึงเรื่องสุนทรียศาสตร์บนมือถือ OPPO จะใช้การประกวดนี้นำเสนอความบันเทิงในรูปของทัศนศิลป์ให้กับลูกค้า ด้วยการเพิ่มขยายคุณค่าด้านศิลปะและวัฒนธรรมไปพร้อมกับการสร้างความสำคัญในเชิงพาณิชย์ การประกวดจะแบ่งเป็น 4 ประเภทคือ 1. ธีม 2. วอลเปเปอร์ (ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว) 3. วิดีโอริงโทน 4. เคสโทรศัพท์มือถือ นักออกแบบสามารถส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดได้ทุกประเภท ทั้งนี้ ผลงานแต่ละชิ้นจะได้รับการพิจารณาเพื่อชิงรางวัลในหนึ่งประเภทเท่านั้น หากนักออกแบบส่งผลงานเข้ามาหลายชิ้นและสามารถคว้างรางวัลชนะเลิศได้ในทุกประเภทของการประกวด จะได้รับเงินรางวัลสูงสุด 7500 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากรางวัลประเภท Global Design Award มูลค่า 4000 ดออลาร์สหรัฐฯ ประเภท Creative Motion Design Award มูลค่า 1000 ดออลาร์สหรัฐฯ ประเภท Best Wallpaper Series Design Award มูลค่า 1000 ดออลาร์สหรัฐฯ ประเภท Original Phone Accessories Design Award มูลค่า 500 ดออลาร์สหรัฐฯ และประเภท Most Popular Design Award มูลค่า 1000 ดออลาร์สหรัฐฯ สามารถส่งผลงานการออกแบบทุกประเภท ยกเว้นประเภทเคสโทรศัพท์มือถือ เข้าร่วมประกวดได้ก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ผลงานสำหรับการประกวด Original Phone Accessories Design Award (เคสโทรศัพท์มือถือ) จะต้องส่งไม่เกินวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 การโหวตทางเว็บไซต์เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป