Rules of Hygiene : ฆ่าเชื้อโรคในห้องพักทุกวัน มาตรการสำคัญนับจากนี้ไป

สงครามเชื้อโรคยังไม่จบ เรายังต้องพบกันแบบ ‘เว้นระยะห่าง-สวมหน้ากากอนามัย-ใส่ใจล้างมือ’ สรุปคือ การ์ดอย่าตกในด้านสุขอนามัย (Hygiene) เลยเชียว เพราะแม้แต่ Anthony S. Fauci หัวหน้าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อของสหรัฐอเมริกา (ประเทศที่ยึดหลักเสรีภาพ ไม่ยอมถูกบังคับให้สวมหน้ากาก) ยังเชื่อว่า มาตรการด้านสาธารณสุข เช่น การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางกายภาพ จะยังดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นปี 2564 หรือ 2565 
ถ้าต้องอยู่กันแบบนี้อีกปีหรือ 2 ปี จะมีธุรกิจที่เหลือรอดสักแค่ไหน?
มาตรการผ่อนปรน เปิดประเทศ กระตุ้นการท่องเที่ยว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำมาขับเคลื่อนเพื่อไม่ให้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยไปมากกว่านี้ แต่จะไว้ใจได้แค่ไหนถ้าหากไปเที่ยว ไปพัก ไปใช้สถานที่ที่ผู้อื่นก็ใช้

เริ่มบินได้ เที่ยวได้ แล้วไว้ใจ ‘ห้องที่จะไปพัก’ ได้ไหม
ลองนึกถึงการจองตั๋วโดยสาร จองทริป จองที่พัก เชื่อว่าผู้จองก็จะต้องค้นหาข้อมูล อ่านคอมเมนต์ ถามคนรอบข้าง ก่อนจะไว้วางใจกดจอง ความไว้วางใจ นี้มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ (สอดคล้องกับบทความ Trust Economy เศรษฐกิจของความไว้ใจ แนวคิดแก้วิกฤตเศรษฐกิจหลัง COVID-19) แต่อะไรที่จะทำให้ผู้บริโภคหรือนักท่องเที่ยวเชื่อใจ ไว้วางใจได้ อะไรจะเป็นเครื่องการันตี?

Daily Room Disinfections

กรณีศึกษา : HygienePlus ช่วยการันตีว่ามีการ ‘ฆ่าเชื้อโรคในห้องพักทุกวัน’
ด้วยความกังวลของผู้คนทั่วโลก แพลตฟอร์มจองที่พักอย่าง Agoda (อโกด้า) จึงออกฟีเจอร์ HygienePlus เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว ว่าที่พักที่เข้าร่วมโครงการได้มาตรฐานตรงตามรายการตรวจสอบมาตรฐานการดูแลสุขภาพและสุขอนามัย
ก่อนจะออกฟีเจอร์นี้ อโกด้าสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเปิดตัวฟีเจอร์ดังกล่าวในหัวข้อ Agoda’s Hygiene Survey พบว่า การฆ่าเชื้อโรคในห้องพักทุกวัน (Daily Room Disinfections) และ การฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่ส่วนกลางของที่พักทุกวัน (Daily Disinfection of general areas) เป็นมาตรการด้านสุขอนามัยที่นักเดินทางคาดหวังให้โรงแรมและผู้ให้บริการที่พักอื่นๆ นำมาใช้มากที่สุด ตามมาด้วย
  • การแสดงขั้นตอนการรักษาสุขอนามัย
  • การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันเชื้อโรคส่วนบุคคล อาทิ หน้ากาก ถุงมือ ให้แก่พนักงาน
  • การได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยจากภาครัฐ

การสำรวจ Agoda’s Hygiene Survey อโกด้าให้ Kantar Profiles Network ดำเนินการในเดือนมิถุนายน ปี 2563 โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่า 2,300 คน จาก 8 ประเทศ/เขตปกครองตนเอง ได้แก่ ออสเตรเลีย ไทย ไต้หวัน อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ซาอุดิอาระเบีย เวียดนาม และสหรัฐอเมริกา


Rules of Hygiene : ส่องมาตรการสุขอนามัยระดับนานาชาติ
มาดูกันว่า มาตรฐานการดูแลสุขภาพและสุขอนามัยระดับนานาชาติอะไรบ้างที่อโกด้ากำหนดให้มีบนฟีเจอร์ HygienePlus 
  • การฝึกอบรมเกี่ยวกับกฎระเบียบความปลอดภัยให้พนักงาน
  • การเช็คอิน/เช็คเอาท์แบบไร้การสัมผัส
  • การวัดอุณหภูมิร่างกายของพนักงานและผู้เข้าพัก
  • การให้พนักงานสวมหน้ากากอนามัย
  • การตรวจคัดกรองเชื้อโรคในพื้นที่ส่วนกลาง
  • การฆ่าเชื้อโรคในที่พักและห้องพักทุกวัน
  • การจัดเตรียมหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคให้พนักงาน
  • การฆ่าเชื้อโรคที่อุปกรณ์ต่างๆ
  • การเตรียมเจลล้างมือให้ผู้เข้าพัก
  • การทำความสะอาดอุปกรณ์สำหรับรับประทานอาหาร
  • การติดป้ายส่งเสริมการเว้นระยะห่างทางสังคม

มาตรฐานการดูแลสุขภาพและสุขอนามัยระดับนานาชาติ

จากมาตรการข้างต้น ผู้อ่านอาจนำไปเป็นเกณฑ์ตรวจสอบด้านความสะอาดปลอดภัยและสุขอนามัยก่อนจองที่พักนั้นๆ จากเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้


แยกมาตรการที่แต่ละประเทศให้ความสำคัญไม่เท่ากัน
ผลการสำรวจดังกล่าว ยังทำให้เห็นว่าเชื้อชาติและช่วงอายุที่ต่างกัน ให้ความสำคัญกับมาตรการแตกต่างกันไปในรายละเอียด
 การฆ่าเชื้อโรคใน ห้องพัก ทุกวัน 
  • เป็นมาตรการที่นักเดินทางจาก เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย ให้ความสำคัญมากที่สุด
  • นักเดินทางอายุระหว่าง 18-24 ปี มีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับมาตรการการฆ่าเชื้อโรคในห้องพักทุกวัน มากกว่ามาตรการอื่น

การฆ่าเชื้อโรคใน พื้นที่ส่วนกลาง

 การฆ่าเชื้อโรคใน พื้นที่ส่วนกลาง ของที่พักทุกวัน 
  • เป็นมาตรการที่นักเดินทางจาก ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา ไทย ออสเตรเลีย ซาอุดีอาระเบีย ให้ความสำคัญมากที่สุดในการจองที่พักเดิมอีกครั้ง
  • กลุ่มนักเดินทางอายุ 35-44 ปี ทั่วโลกให้ความสำคัญกับมาตรการการฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่ส่วนกลางของที่พักทุกวัน มากกว่ามาตรการอื่น
 การ แสดงขั้นตอน การรักษาสุขอนามัย 
  • เป็นมาตรการที่สำคัญสำหรับนักเดินทางจาก ไทย และ ไต้หวัน 
  • กลุ่มนักเดินทางอายุ 18-24 ปี ทั่วโลกเห็นว่าเป็นมาตรการสำคัญที่สุด
 การ จัดหาอุปกรณ์ป้องกันเชื้อโรคส่วนบุคคล ให้พนักงาน 
  • เป็นมาตรการที่สำคัญที่สุดสำหรับนักเดินทางจาก อินโดนีเซีย ซาอุดีอาระเบีย และ เวียดนาม
การ ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย ด้านสุขอนามัยจากรัฐบาล
  • เป็นมาตรการสำคัญสำหรับผู้คนทั่วโลก แต่มีเพียงนักเดินทางจาก อินโดนีเซีย เท่านั้นที่เลือกมาตรการนี้เป็น 1 ใน 3 มาตรการแรกที่สำคัญที่สุด

รับรองมาตรฐานความปลอดภัย

“ผู้คนต้องการความมั่นใจว่า มาตรการด้านสุขภาพและสุขอนามัยของจุดหมายปลายทางที่จะไปนั้นเข้มงวด ดังนั้นโรงแรมและผู้ให้บริการที่พักอื่นๆ จึงจำเป็นต้องเรียกความเชื่อมั่นของนักเดินทางกลับคืนมา และพยายามใช้มาตรการดังกล่าวอย่างเต็มที่ ซึ่ง HygienePlus เป็นฟีเจอร์หนึ่งที่ช่วยให้นักเดินทางเลือกดูที่พักที่มีสภาพแวดล้อมถูกสุขอนามัย รวมถึงปลอดภัยจากเชื้อโรคได้อย่างรวดเร็ว” ออมรี มอร์เกนสเติร์น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ อโกด้า กล่าว
 คนไทยให้ความสำคัญมาตรการใดมากที่สุด 
  • การฆ่าเชื้อโรคในห้องพักทุกวัน และ การฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่ส่วนกลางของที่พักทุกวัน เป็นมาตรการที่สำคัญที่สุด เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ
  • เมื่อเทียบกับประเทศ/เขตปกครองตนเองอื่นๆ ที่ร่วมตอบแบบสอบถาม คนไทยมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับมาตรการ การแสดงขั้นตอนการรักษาสุขอนามัย มากกว่ามาตรการอื่น

อ่านไฮไลต์จากผลสำรวจของประเทศ/เขตปกครองตนเองอื่นๆ เพิ่มเติมที่ลิงก์ Agoda’s Hygiene Survey: Daily Room Disinfections is key component to get travelers moving again


รู้จักไหม ‘The Thailand Hygiene Plus Initiative’ โครงการที่มาก่อน HygienePlus 
มีโครงการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและสุขอนามัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทย นั่นคือ The Thailand Hygiene Plus Initiative (THPI) โครงการนำร่องด้านการดูแลสุขอนามัยและความปลอดภัยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเป็นความร่วมมือจากเหล่าบริษัทผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ (International tour operators)
ความน่าสนใจของประเทศไทยคือ เรามีสาธารณสุขที่เข้มแข็ง ทำให้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าน้อยกว่าชาติอื่นๆ และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวต่างชาติชื่นชอบเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่หากพิจารณาลึกลงไป บริษัทที่อยู่ในภาคการท่องเที่ยวกับโรงแรมทั้งในและนอกประเทศ ตลอดจนประเทศไทยเอง ต่างก็ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีและปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวได้เห็นและเกิดความเชื่อมั่น โดยเฉพาะบริษัททัวร์ ตัวแทนการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ จึงเกิดการรวมกลุ่มบริษัทเป็น Destination Management Companies (DMCs)
ฝั่งภาครัฐจัดตั้ง Amazing Thailand Safety & Health Administration (SHA) โครงการความร่วมมือของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงสาธารณสุขโดยกรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพและหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อนำ มาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณสุข มาผนวกเข้ากับ มาตรฐานการให้บริการที่มีคุณภาพของสถานประกอบการ จัดทำเป็น Checklist ตรวจประเมิน และรับรองผลการปรับปรุงสถานประกอบการว่าผ่าน มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเพื่อนักท่องเที่ยว และใช้โลโก้ SHA ได้

วัตถุประสงค์ของโครงการ Amazing Thailand Safety & Health Administration (SHA) ก็เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมโรค ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับประสบการณ์ที่ดีและมั่นใจในความปลอดภัยด้านสุขอนามัยจากสินค้าและบริการ ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสในประเทศไทยอีกด้วย

HygienePlus ฆ่าเชื้อโรค
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้คำจำกัดความ Destination Management Company หรือ DMC ไว้ว่า บริษัทที่ดำเนินจัดการเรื่องการขนส่งภาคพื้นดิน การจัดงานเลี้ยง โรงแรมและนำเที่ยวให้แก่กลุ่มท่องเที่ยวแบบที่ได้รับรางวัล (Incentive Group)ในการจัดการบริการด้านต่างๆ ณ แหล่งท่องเที่ยวจากหลายประเทศ ได้แก่ บริการในการจัดการขนส่งภาคพื้นดิน บริการจองห้องพัก บริการจัดงานเลี้ยงนอกสถานที่ และบริการจัดกิจกรรมพิเศษ อาทิ Abercrombie & Kent Thailand, Asia Exotica, Asian Trails, Black Rice Travel, Khiri Travel Thailand, Smiling Albino
ด้านการร่วมลงนามในโครงการ The Thailand Hygiene Plus Initiative กลุ่มบริษัท DMCs สร้างข้อตกลงร่วมกันเพื่อดำเนินมาตรการที่เกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัย 6 ด้าน ได้แก่ สำนักงาน พนักงาน ทีมงานภาคพื้น อาหาร ยานพาหนะ และการขนส่งอุปกรณ์กีฬากับสิ่งอำนวยความสะดวก โดยรวมมาตรฐาน SHA เข้าไว้ด้วยกัน แต่ไม่ได้จำกัดว่า ต้องเป็นสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน SHA เท่านั้นที่จะเข้าร่วมโครงการได้
อย่างไรก็ดี เมื่อมีมาตรการ มีการดูแลควบคุมสถานประกอบการได้ตามมาตรฐานด้านสุขภาพและสุขอนามัย ความมั่นใจและภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทยก็มีแนวโน้มที่จะสดใสและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น 
เรียกได้ว่าเป็นปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อปลุกตลาดการท่องเที่ยว ซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้แก่บริษัทที่เข้าร่วมโครงการและอีกหลายภาคส่วนในประเทศไทยได้แบบ Win-win Situation 

ที่มา 

อ่านบทความเชิงวิเคราะห์พร้อมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ทำไมต้องเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวจีนแบบ ‘ไม่กักตัว’

คืนชีวิตให้ ‘การท่องเที่ยวชุมชน’ สร้างสตอรี่ ‘นาเชิงคีรี-ทุ่งหลวง’ แห่งสุโขทัย พร้อมก้าวสู่มาตรฐาน CBT Thailand