Wednesday, August 26, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.294

‘อนุทิน’ ยืนยันความปลอดภัยนักท่องเที่ยว STV จีนกลุ่มแรกถึงสุวรรณภูมิ ‘บินไทย’ ดีเดย์ 28 ต.ค.

นักท่องเที่ยวจีน ไม่กักตัว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจีนชุดแรกว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้อยู่แล้ว ยืนยันว่ามีมาตรการที่ใช้ป้องกันอย่างเต็มที่ คนที่จะเดินทางผ่านเข้ามาต้องผ่านการตรวจมาระดับหนึ่งแล้ว เมื่อเข้ามาที่ประเทศไทยก็ต้องมากักตัวอีก 14 วัน ดังนั้นมีความปลอดภัยแน่นอน นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายปฏิบัติการ 1) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลที่เปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist Visa (STV) เข้ามาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศไทย โดยจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ประสงค์เดินทางมาพำนักระยะยาว (Long Stay) และต้องยอมรับการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขที่ประกาศใช้ภายในประเทศไทย โดยวันนี้ (20 ตุลาคม 63) มีนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ STV กลุ่มแรกเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน 39 คน เดินทางมาโดยสายการบิน Spring Airlines เที่ยวบินที่ 9C8579 จากเมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 17.10 น. ผ่านกระบวนการตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด-19ตามมาตรการของรัฐเหมือนกับผู้โดยสารทั่วไป และต้องตกลงยินยอมกักตัวในห้องพักจำนวน 14 วัน (Alternative State Quarantine: ASQ) ด้านนายวิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการประสานกับ บริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด ผ่านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดเที่ยวบินพิเศษรองรับผู้โดยสารชาวจีนที่ถือวีซ่าลองสเตย์จากเซี่ยงไฮ้ จำนวน 120 คน เดินทางมายังประเทศไทยด้วยเที่ยวบินทีจี 8103 เส้นทางเซี่ยงไฮ้-กรุงเทพฯ ออกเดินทางจากเซี่ยงไฮ้ในวันที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 17.20 น. (เวลาท้องถิ่น) ถึงกรุงเทพฯเวลา 21.15 น. ในวันเดียวกัน ทั้งนี้ บริษัท การบินไทยฯ เป็นสายการบินสัญชาติไทยสายการบินแรกที่สนับสนุนนโยบายของภาครัฐดังกล่าว

กกร. แนะธุรกิจเอสเอ็มอีคุยแบงก์หลังหมดโปร 22 ต.ค. เปิดช่องยืดหนี้เป็นรายบริษัท

นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)  เปิดเผยถึงโครงการพักชำระหนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการว่า  จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไรวัสโคโรนา (COVID-19) กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน มีเป้าหมายเพื่อให้ธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถปรับตัวจากผลกระทบและก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นนี้ไปได้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 22 ต.ค. 2563 อย่างไรก็ตาม เพื่อช่วยไม่ให้ลูกหนี้กลายเป็น NPL ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงปรับมาตรการจากการขยายการพักชำระหนี้ซึ่งสิ้นสุดลงในวันที่ 22 ตุลาคม 2563 นี้เป็นมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เชิงรุกและตรงจุดที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกหนี้แต่ละราย เพื่อให้ทราบว่ามีภาคธุรกิจไหนที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ โดยเปิดช่องทางให้ลูกหนี้ที่มีปัญหาในการติดต่อสถาบันการเงินหรือยังไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันกับสถาบันการเงินได้ สามารถแจ้งความต้องการที่จะปรับโครงสร้างหนี้ ไปยังสถาบันการเงินผ่านเว็บไซต์ “ทางด่วนแก้หนี้” ตลอด 24 ชม หรือที่ศูนย์ประสานงานของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (หมายเลขโทรศัพท์ 023451000) หรือ ศูนย์ประสานงานของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (หมายเลขโทรศัพท์ 020186888 ต่อ 3520, 3540) ตามที่ผู้ประกอบการเป็นสมาชิกอยู่ เพื่อประสานงานกับสมาคมธนาคารไทยและธนาคารเจ้าหนี้ต่อไป

‘ทีดีอาร์ไอ’ ร้องรัฐพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนเดินหน้านิคมอุตสาหกรรมจะนะ

ดร.เสาวรัจ รัตนคำฟู
ดร.เสาวรัจ รัตนคำฟู นักวิชาการอาวุโส ด้านนโยบายการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) แสดงความคิดเห็นผ่านบทความ 5 คำถามต่อเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อ.จะนะ จ.สงขลา ว่าการผลักดันให้จะนะเป็น “เมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” เป็นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่าโครงการดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่นและประเทศจริงหรือ ดังนั้น คณะรัฐมนตรีควรพิจารณาทบทวนมติ “เห็นชอบ” การเดินหน้าโครงการดังกล่าว โดยให้ศึกษาประเมิน โครงการทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่มีความสมบูรณ์และรอบด้านมากขึ้น โดยมีหลักฐานหรือข้อมูลสนับสนุนที่ชัดเจนประกอบการตัดสินใจก่อนที่จะพิจารณาอย่างรอบคอบว่าควรให้เดินหน้าดำเนินโครงการดังกล่าวต่อไปหรือไม่ การพัฒนาเชิงพื้นที่เป็นประเด็นที่ซับซ้อน และการเปิดให้ประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนามีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากประชาชนในท้องถิ่นย่อมรู้ความต้องการของท้องถิ่นตนเองได้ดีที่สุด การนำแนวคิดจากส่วนกลางเข้าไปพัฒนาโดยไม่ได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในท้องถิ่นอย่างแท้จริงจะทำให้เกิดความเสี่ยงสูงที่โครงการดังกล่าวจะไม่ประสบความสำเร็จและไม่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และในบางกรณีอาจส่งผลเสียต่อประชาชนในท้องถิ่นและสร้างความขัดแย้งระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนโดยไม่จำเป็น ในทางกลับกันภาครัฐควรส่งเสริมให้ประชาชนในท้องถิ่นมีอำนาจในการตัดสินใจทิศทางการพัฒนาของท้องถิ่นเพื่อเพิ่มผลิตภาพและสร้างความสามารถในการแข่งขันของท้องถิ่นเอง โดยภาครัฐมีบทบาทในการหนุนเสริมช่วยสนับสนุนทรัพยากรและงบประมาณในการดำเนินการ แทนที่จะเป็นผู้กำหนดแนวทางการพัฒนาด้วยตนเอง

กรมสุขภาพจิตแนะ 5 วิธีเสพข่าวการเมืองอย่างไรไม่ให้เครียด

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ข่าวการเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นที่สนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยปกติแล้วการติดตามข่าวสารและสถานการณ์ต่าง ๆ ของประเทศเป็นเรื่องที่ดี แต่การติดตามข่าวสารที่มากไป โดยเฉพาะข่าวสารที่มีการกระตุ้นให้เกิดอารมณ์แบบต่าง ๆ เช่น โกรธ เศร้า กังวล เมื่อต้องประสบกับอารมณ์เหล่านี้ซ้ำ ๆ อาจส่งผลกระทบทำให้เกิดปัญหาทางกายมากขึ้นได้ เช่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หายใจไม่อิ่ม ปวดท้อง ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ นอนไม่หลับ และอาการทางจิตใจ ได้แก่ อาการวิตกกังวลครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา หงุดหงิดง่าย ฉุนเฉียว ก้าวร้าว สมาธิไม่ดี ฟุ้งซ่านหรือหมกมุ่นมากเกินไป เบื่อหน่ายหรือท้อแท้ได้เช่นเดียวกัน การรับฟังข่าวสารทางการเมืองที่มีความร้อนแรงในขณะนี้สามารถใช้หลัก 5 วิธีที่ควรปฏิบัติ ได้แก่ 1.ให้ความสำคัญกับสติของตนเองทุกครั้งเมื่อต้องเสพข่าว สังเกตอารมณ์ของตนเองและผลกระทบจากอารมณ์นั้นและติดตามจิตใจของตนเองสม่ำเสมอในระยะยาว 2. จัดสรรเวลาติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างพอดี โดยไม่ควรติดตามต่อเนื่องนานไป 3. พยายามทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นปกติ หันเหความสนใจจากข่าวสารไปเรื่องอื่นบ้าง ละเว้นการรับรู้ข่าวสารที่ส่งผลต่อความเครียดชั่วคราว ไม่ละเลยหน้าที่ของตนเองทั้งการทำงาน การเรียน และการใช้เวลาที่มีคุณภาพกับครอบครัว 4. เคารพความเชื่อและความคิดเห็นแบบประชาธิปไตยที่มีความแตกต่างหลากหลายได้ โดยไม่ดูข่าวหรือรับข้อมูลข่าวสารเพียงด้านเดียวหรือสื่อเดียว เปิดใจรับฟังความคิดและความเชื่อของคนรอบข้างด้วย และ 5. การพักผ่อนและการผ่อนคลายความเครียด เช่น การนอน ออกกำลังกาย ฝึกโยคะ ทำสมาธิ ฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ การฝึกหายใจคลายเครียด เป็นต้น

บิ๊กอิเล็กทรอนิกส์แดนมังกรเปิดฐานการผลิตแห่งใหม่ในนิคม WHAID เวียดนาม

บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (WHAID) ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมชั้นนำในประเทศไทยและเวียดนาม ทำพิธีลงนามในสัญญาที่ดินกับบริษัท เกอร์เท็ก พรีซิชั่น อินดัสทรี เวียดนาม จำกัด ซึ่งเป็นสำนักงานสาขาของบริษัทผู้ผลิตฮาร์ดแวร์คุณภาพสูงและชิ้นส่วนความแม่นยำสูงระดับโลกจากประเทศจีน ที่เขตอุตสาหกรรม ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 1-เหงะอาน  โดยบริษัท เกอร์เท็ก พรีซิชั่น อินดัสทรี เวียดนาม ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเครื่องกลไฟฟ้าจุลภาค (MEMS) ได้ซื้อที่ดินจำนวน 253 ไร่ เพื่อสร้างโรงงานสำหรับการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่หลากหลายรูปแบบ เช่น หูฟังแอร์พอด เป็นต้น โดยได้รับใบรับรองการจดทะเบียนการลงทุน (IRC) จากหน่วยงานทางการของเวียดนามเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างโรงงานในปลายปี 2563 และเริ่มดำเนินการผลิตได้ในช่วงกลางปี 2564 มร. จุง เด ยง ตัวแทนคณะกรรมการ บริษัท เกอร์เท็ก ในประเทศเวียดนาม กล่าวว่า “เราได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานของจังหวัดเหงะอาน กอปรกับเขตอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 1– เหงะอาน ยังมีข้อได้เปรียบหลากหลาย รวมถึงแรงงานที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีจำนวนมาก พร้อมรองรับการขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต” ขณะที่นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้ต้อนรับบริษัท เกอร์เท็ก พรีซิชั่น อินดัสทรี เวียดนาม ในการเข้ามาลงทุนที่เขตอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 1 – เหงะอานถือเป็นการตอกย้ำว่าเวียดนามเป็นประเทศที่นักธุรกิจจีนให้ความสนใจในการเข้ามาลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรม”