‘อนุทิน’ ยืนยันความปลอดภัยนักท่องเที่ยว STV จีนกลุ่มแรกถึงสุวรรณภูมิ ‘บินไทย’ ดีเดย์ 28 ต.ค.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจีนชุดแรกว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้อยู่แล้ว ยืนยันว่ามีมาตรการที่ใช้ป้องกันอย่างเต็มที่ คนที่จะเดินทางผ่านเข้ามาต้องผ่านการตรวจมาระดับหนึ่งแล้ว เมื่อเข้ามาที่ประเทศไทยก็ต้องมากักตัวอีก 14 วัน ดังนั้นมีความปลอดภัยแน่นอน นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายปฏิบัติการ 1) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลที่เปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist Visa (STV) เข้ามาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศไทย โดยจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ประสงค์เดินทางมาพำนักระยะยาว (Long Stay) และต้องยอมรับการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขที่ประกาศใช้ภายในประเทศไทย โดยวันนี้ (20 ตุลาคม 63) มีนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ STV กลุ่มแรกเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน 39 คน เดินทางมาโดยสายการบิน Spring Airlines เที่ยวบินที่ 9C8579 จากเมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 17.10 น. ผ่านกระบวนการตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด-19ตามมาตรการของรัฐเหมือนกับผู้โดยสารทั่วไป และต้องตกลงยินยอมกักตัวในห้องพักจำนวน 14 วัน (Alternative State Quarantine: ASQ) ด้านนายวิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการประสานกับ บริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด ผ่านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดเที่ยวบินพิเศษรองรับผู้โดยสารชาวจีนที่ถือวีซ่าลองสเตย์จากเซี่ยงไฮ้ จำนวน 120 คน เดินทางมายังประเทศไทยด้วยเที่ยวบินทีจี 8103 เส้นทางเซี่ยงไฮ้-กรุงเทพฯ ออกเดินทางจากเซี่ยงไฮ้ในวันที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 17.20 น. (เวลาท้องถิ่น) ถึงกรุงเทพฯเวลา 21.15 น. ในวันเดียวกัน ทั้งนี้ บริษัท การบินไทยฯ เป็นสายการบินสัญชาติไทยสายการบินแรกที่สนับสนุนนโยบายของภาครัฐดังกล่าว
กกร. แนะธุรกิจเอสเอ็มอีคุยแบงก์หลังหมดโปร 22 ต.ค. เปิดช่องยืดหนี้เป็นรายบริษัท
นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยถึงโครงการพักชำระหนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการว่า จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไรวัสโคโรนา (COVID-19) กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน มีเป้าหมายเพื่อให้ธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถปรับตัวจากผลกระทบและก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นนี้ไปได้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 22 ต.ค. 2563 อย่างไรก็ตาม เพื่อช่วยไม่ให้ลูกหนี้กลายเป็น NPL ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงปรับมาตรการจากการขยายการพักชำระหนี้ซึ่งสิ้นสุดลงในวันที่ 22 ตุลาคม 2563 นี้เป็นมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เชิงรุกและตรงจุดที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกหนี้แต่ละราย เพื่อให้ทราบว่ามีภาคธุรกิจไหนที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ โดยเปิดช่องทางให้ลูกหนี้ที่มีปัญหาในการติดต่อสถาบันการเงินหรือยังไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันกับสถาบันการเงินได้ สามารถแจ้งความต้องการที่จะปรับโครงสร้างหนี้ ไปยังสถาบันการเงินผ่านเว็บไซต์ “ทางด่วนแก้หนี้” ตลอด 24 ชม หรือที่ศูนย์ประสานงานของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (หมายเลขโทรศัพท์ 023451000) หรือ ศูนย์ประสานงานของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (หมายเลขโทรศัพท์ 020186888 ต่อ 3520, 3540) ตามที่ผู้ประกอบการเป็นสมาชิกอยู่ เพื่อประสานงานกับสมาคมธนาคารไทยและธนาคารเจ้าหนี้ต่อไป
‘ทีดีอาร์ไอ’ ร้องรัฐพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนเดินหน้านิคมอุตสาหกรรมจะนะ



















