สังคมผู้สูงอายุในฝัน ‘ชราแลนด์’ ดินแดนแห่งความเข้าใจ ลดช่องว่างระหว่างวัย รองรับสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์

โลกเราประกอบด้วยผู้คนหลากหลายช่วงวัย แต่ทิศทางหนึ่งที่เห็นได้เด่นชัดก็คือการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น เช่นเดียวกับในประเทศไทย ทำให้นอกเหนือจากการดูแลสุขภาวะผู้สูงอายุด้วยเครื่องไม้เครื่องมือและกระบวนการรักษาทางการแพทย์อันเป็นเลิศแล้ว ศูนย์การเรียนรู้ ‘ชราแลนด์’ ผลงานสร้างสรรค์ที่เกิดจากความร่วมมือของสำนักงานนวัตกรรมแห่งขาติและสถาบันแห่งขาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล หวังลดช่องว่างระหว่างเยาวชน – สังคมสูงวัย พร้อมดันเด็กรุ่นใหม่ก้าวสู่ผู้ออกแบบนวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ


ด้วยตระหนักในความสำคัญของการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ร่วมกับสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา (NICFD) เปิดตัวศูนย์การเรียนรู้ ‘ชราแลนด์’ เพื่อให้เยาวชนเรียนรู้การสร้างธุรกิจนวัตกรรมสำหรับผู้สูงอายุ ผ่านกิจกรรม STEAM4INNOVATIOR ในวันคล้ายวันสถาปนาสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กฯ ครบรอบ 23 ปี พร้อมเปิดเวทีเสวนาวิชาการ “สองวัยในโลกสูงวัย” : การเตรียมตัวรับมือของเด็กในสังคมสูงวัย
ขณะที่หนึ่งในภารกิจสำคัญของ NIA คือการมุ่งมั่นส่งเสริมศักยภาพของเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการ “STEAM4INNOVATOR” ซึ่งเป็นแนวทางจัดการเรียนรู้ที่นำความรู้ด้านธุรกิจมาบูรณาการเข้ากับความรู้ด้าน STEAM เพื่อให้เยาวชนสามารถสร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมได้

ทั้งนี้ STEAM เป็นแนวคิดการศึกษาที่ต่อยอดไปจากการศึกษาแบบ STEM นั้นเอง โดยเป็นการบูรณาการกิจกรรมหรือการศึกษาต่างๆ ให้เชื่อมโยงกัน ทั้งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ พร้อมเสริมด้วยศิลปะศาสตร์ 

สำหรับความเป็นมาของ NICFD เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งพอดี เป็นหน่วยงานกลางทางวิชาการด้านพัฒนาเด็กและครอบครัว เพราะเด็กยังมีปัญหาการเลี้ยงดูและการศึกษา และการเปลี่ยนแปลงของครอบครัวเพราะเด็กต้องอยู่กับปู่ย่าตายาย ทางศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ ประดิษฐ์ เจริญไทยทวี อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลในขณะนั้น เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ก็ระดมคณะที่เกี่ยวข้องของมหิดล ขณะเดียวกันสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเก็เข้ามาช่วยในการผลักดัน ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิอีกหลายท่านอาทิ รองศาสตราจารย์ ดร.สายสุรี จุติกุล และศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิง ชนิกา ตู้จินดา เป็นต้น

ผสานโลกสองวัย ให้เข้าใจและเกื้อกูลโลกสูงวัย

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว กล่าวว่า “สองวัยในโลกสูงวัย” เป็นความพยายามของมหาวิทยาลัยมหิดล ในการแก้วิกฤตปัญหาผู้สูงอายุกับคนรุ่นใหม่ ซึ่งอีก 10 ปี ข้างหน้า คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุมากถึง 20 ล้านคนของจำนวนประชากรทั้งหมด หรือคิดเป็นสัดส่วน 30% แต่ในช่วงโควิด-19 เป็นจุดสำคัญที่ทำให้เราได้เรียนรู้เยอะมากและเห็นว่าหลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน เช่น สิ่งแวดล้อม กอปรกับการเห็นถึงปัญหาผู้สูงวัยอย่างจริงจัง เห็นถึงความไม่เข้าใจระหว่างกลุ่มผู้สูงอายุกับคนรุ่นใหม่ หรือวัยรุ่นมากขึ้น มิหน้ำซ้ำเรายังเห็นระบบบริการทางการแพทย์ท่ี่ล่มสลายแม้ในประเทศตะวันตกจากการบริการที่ไม่เพียงพอ ผู้สูงอายุเสียชีวิตจำนวนมาก 1,000 คนเสียชีวิต 148 คน ถือว่ามีความสูงมากกว่าวัยอื่น โดยเฉพาะวัยรุุ่นหรือคนอายุต่ำกว่า 30 ปี จากจำนวน 1,000 คน เสียชีวิตเพียง 2 คน เท่านั้น”
“เท่านั้นยังไม่พอ เราเห็นภาพของการตัดสินใจในการเปลี่ยนเครื่องช่วยหายใจ จากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่ง บนการตัดสินใจที่ใช้อายุเป็นเกณฑ์ และยุติการช่วยเหลือรักษาพยาบาลด้วยความขาดแคลนทั้งด้านเครื่องมือและบุคลากรทางการแพทย์ ขณะเดียวกันก็เห็นการเรียกร้องเสรีภาพในการเลิกระงับกิจกรรมทางสังคมของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการให้ยุติการล็อกดาวน์ เราเห็นคนกลับถิ่นฐานบ้านเกิด ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีโอกาสที่จะนำพาเชื้อไปสู่ผู้สูงอายุ ขณะเดียวกันก็ยังมีวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่งที่ให้ความห่วงใยและพยายามปกป้องคุ้มกันปู่ย่าตายายให้อยู่รอดปลอดภัย”
“สิ่งที่อยากเน้นย้ำคือ การดูแลผู้สูงอายุน่าจะเป็นวิวัฒนาการของมนุษย์ที่ต่างจากสัตว์อย่างสิ้นเชิง เพราะการดูแลลูกหลานเป็นธรรมชาติที่สร้างมาให้กับสัตว์ทุกประเภท ถือเป็นเรื่องปกติ แต่การดูแลผู้สูงอายุ ยิ่งผู้สูงอายุที่ข้ามรุ่นอย่างทวด เทียด ยิ่งเป็นเรื่องตอกย้ำถึงวิวัฒนาการดังกล่าว และยิ่งในอนาคตจะมีคนหลายวัยอยู่ร่วมกัน การสร้างความเอื้ออาทร และปลูกสายสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นอย่างแน่นแฟ้นจึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างมาก”
มหาวิทยาลัยมหิดลจึงเล็งเห็นความสำคัญการแก้ปัญหาผู้สูงอายุแบบบูรณาการ การสร้างระบบบริการ ผู้ที่จะมาอยู่ในระบบบริการ ผู้ให้บริการ การปฏิสัมพันธ์ของคนรุ่นใหม่ ในการที่จะมีจิตใจเอื้ออาทร เห็นความสำคัญของผู้สูงอายุในโลกอนาคต 
เพราะขณะที่มีจำนวนผู้สูงอายุเสียชีวิตจำนวนมาก แต่เด็กวัยรุ่น คนวัยทำงานก็ยังเดินทางนำเชื้อกลับไปให้ผู้สูงอายุ ขณะเดียวกัน ระบบการบริการทางการแพทย์ในหลายประเทศล่มสลายไม่เพียงพอ ดังนั้น มีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องสร้างความเข้าใจ และทักษะการดูแลผู้สูงอายุ การใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างผู้สูงอายุและคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน วัยรุ่น เพื่อจะได้ใช้ชีวิต ดูแลร่วมกันได้ ถือเป็นหนึ่งในทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่เยาวชนควรได้เรียนรู้

สังคมผู้สูงอายุจะมีคุณภาพได้ ต้องเริ่มตั้งแต่การผลักดันนโยบายคนไทยสุขภาพดีทุกช่วงวัย

ส่วน รศ.ดร.ภญ.จุฑามณี สุทธิสีสังข์ รองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและแผน ปัจจุบันสังคมไทยอยู่ในสังคมที่เป็น completely aged society มีผู้สูงอายุจำนวนมาก เราจะดูแลอย่างไรให้มีสุขภาวะที่ดี และมีบทบาทต่อสังคมที่ดี มหาวิทยาลัยมหิดลขับเคลื่อนและสนับสนุน Mahidol Active-Aging Policy Watch Center (MAPC) สำนักเลขาธิการอยู่ที่สถาบันสาธารณสุขอาเซียน ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่อาศัยความร่วมมือจากคณะต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุ ทั้งแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัช พยาบาล สาธารณสุข โภชนาการ วิศวกรรม และกายภาพบำบัด ผลักดันนโยบายและประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุในประเทศไทย
ขณะที่อีกภารกิจคือสนับสนุนการของบประมาณบูรณาการด้านผู้สูงอายุร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และที่สำคัญที่จะทำในปี 2563 คือ การผลักดันนโยบายคนไทยสุขภาพดีทุกช่วงวัย (Healthy Thai) ซึ่งจะเป็นนโยบายจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดลและส่งไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดีตั้งแต่เด็ก นอกจากนี้ยังมีกลุ่มงานที่เรียกว่าพันธกิจสังคมที่ออกไปดูแลชุมชนรอบๆ มหาวิทยาลัยเป็นหลัก เน้นการดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ติดบ้านคนเดียว เพราะปกติแล้วลูกหลานอาจจะกลับบ้านสัปดาห์ละครั้ง แต่เมื่อมีโควิด-19 ก็ไม่ได้กลับเพราะมีเงื่อนไขของการกักตัว หรืออาจจะไม่มีเงินเพราะตกงานหรือถูกพักงานชั่วคราว
นอกจากนี้ในด้านการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดลกำลังดำเนินการจัดตั้ง ศูนย์วิทยาการวิทยาศาสตร์ผู้สูงอายุระดับชาติ ดำเนินการโดยคณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล อยู่ที่จังหวัดสมุทรสาคร เป็นต้น

โครงสร้างประชากรเปลี่ยน นโยบายผู้สูงอายุต้องปรับตาม

ด้าน ผศ.ดร.สาวิตรี ทยานศิลป์ อาจารย์สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว กล่าวว่าโครงสร้างประชากรขณะนี้กลุ่มผู้สูงอายุมีจำนวนเทียบเท่ากับจำนวนกลุ่มเด็กแล้ว และอีกไม่กี่ปีสัดส่วนระหว่างกลุ่มผู้สูงอายุจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่จำนวนกลุ่มเด็กน้อยถอยลงเป็นลำดับ ดังนั้น นโยบายในการดูแลผู้สูงอายุต้องเปลี่ยนไปจากเดิม จะเป็นนโยบายตั้งรับเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้เด็ดขาด โดยจะต้องยกเครื่องนโยบายใหม่ให้มีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับที่ในขณะนี้ภาครัฐกำลังส่งเสริมให้ผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองได้อย่างง่ายดาย โดยมีเป้าหมายในการสร้างกระบวนการส่งเสริมให้เป็นผู้สูงวัยที่มีความสุข มีสุขภาพที่ดี และปราศจากปัญหา ซึ่งการจะทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพดังเช่นกล่าวมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนอกจากนี้ยังต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาช่องว่างระหว่างวัย แปรเปลี่ยนความแตกต่างในทุกด้านมาเป็นพลังเกื้อกูลซึ่งกันและกัน สร้างความเข้าใจ และการยอมรับผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ ท่ี่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ในรูปแบบของ Intergeneration Activities เพื่อจัดสรรให้คนสองวัยได้ใกล้ชิดกัน และส่งเสริมความผูกพันที่แน่นแฟ้นมากกว่าเคย
เพราะผู้สูงอายุกับเด็ก ถือว่ามีช่องว่างระหว่างวัยมาก เมื่อต่างคนต่างวัย ก็ต่างความคิด และต่างสไตล์การใช้ชีวิต ยิ่งอายุห่างกันมากเท่าไหร่ ช่องว่างทางความคิดยิ่งต่างกันมากขึ้นเท่านั้น หากต่างฝ่ายต่างดึงดัน ไม่ยอมรับความคิดเห็นขชองกันและกัน จะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ห่างเหิน และทำให้สถาบันครอบครัวสั่นคลอนในที่สุด


”ชราแลนด์’ แดนในฝันของคนต่างวัย

ขณะที่ ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติได้ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเยาวชนผ่านกระบวนการ STEAM4INNOVATOR ซึ่งเป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้สมัยใหม่ที่นำความรู้ด้านธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการมาบูรณาการเข้ากับความรู้ความเข้าใจทางด้าน STEAM เพื่อให้เยาวชนสามารถประยุกต์และสร้างผลงานบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีรวมถึงการปลูกฝังประกอบธุรกิจนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมมากขึ้น
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

ศูนย์การเรียนรู้ (Learning Station) เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ NIA จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และความร่วมมือครั้งนี้ ทำให้สามารถขยายผลกิจกรรม Learning Station ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ถาวรที่เยาวชนสามารถเข้ามาใช้บริการได้ตลอดทั้งปี โดยใช้องค์ความรู้ทั้งด้านนวัตกรรม และด้านพัฒนาการเด็ก มาออกแบบกระบวนการแต่ละฐานการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัย และสร้างทักษะที่สำคัญของนวัตกร คือ การคิดวิเคราะห์ คิดแก้ปัญหา และคิดสร้างสรรค์ ทำให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เติบโตไปอย่างมีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในทุกๆ ด้าน

ทั้งนี้ Learning Station นี้จัดขึ้นในธีม “INNO OLD-K” เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ น้องๆ เยาวชนควรได้เรียนรู้ เข้าใจปัญหา และสามารถเป็นผู้แก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้อย่างตรงจุด ตรงประเด็น โดยกิจกรรมประกอบด้วย 4 ฐาน ได้แก่

Stage 1 รู้ลึก รู้จริง : สูงวัย Why เก๋า? น้องๆ จะได้ทดลองเป็นผู้สูงอายุ เช่น การมีปัญหาสายตาที่ไม่ปกติ มองเห็นไม่ชัด ลางเรือน การเดินเหินที่ไม่สะดวก ไม่คล่องตัว เชื่องช้า และริ้วรอยเหี่ยวย่นที่เกิดขึ้นตามร่างกาย เพื่อเข้าใจปัญหาของผู้สูงอายุอย่างลึกซึ้ง รู้ถึงสาเหตุของปัญหาทางกายภาพของผู้สูงอายุ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
Stage 2 Wow Idea : Cha la land แดนไอเดีย น้องๆ จะได้ดูตัวอย่างนวัตกรรมที่แก้ปัญหาให้กับผู้สูงอายุ เช่น ไฟเปิดอัตโนมัติซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีสมาร์ทโฮม ไม้เท้าปรับระดับช่วยให้ผู้สูงอายุเดินได้คล่องแคล่วและป้องกันการบาดเจ็บ หรือแอปพลเเคชั่นต่างๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับผู้สูงอายุได้อย่างเหมาะเจาะ

Stage 3 Business Model : อาวุโส Model น้องๆ จะได้เล่นเกมเพื่อแลก STEAM coin สำหรับนํามาซื้ออุปกรณ์ต่างๆ มาใช้ในการทําผลงานต้นแบบ และรู้จักกับการเขียนแผนธุรกิจเบื้องต้น ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างธุรกิจใหม่ๆ ที่สอดรับกับเทรนด์สังคมผู้สูงอายุโดนสมบูรณ์ที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที
Stage 4 Production & Diffusion : Inno Elderland น้องๆ จะได้รู้จักกลยุทธ์การขายของให้ถูกใจวัยเก๋า เรียนรู้วิธีการและช่องทางในการจำหน่ายสินค้า การออกแบบบรรจุภัณฑ์เบื้องต้น และการคำนวนต้นทุน กำไร
ทั้งนี้ สำหรับโรงเรียน หรือกลุ่มคณะใดที่สนใจ สามารถติดต่อเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา

ที่มา :