มีหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งมีเนื้อหาน่าสนใจ นำมาเล่าสู่แฟนพันธุ์แท้ SALIKA ฟังครับ หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า TEACHING 2030 ครับ
จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Teachers College Press หรือ “วิทยาลัยฝึกหัดครู” แห่ง “มหาวิทยาลัย Columbia” ประเทศสหรัฐอเมริกา
ภาพรวมของหนังสือ เป็นกรณีศึกษาจากงานวิชาการของ 12 นักการศึกษาชั้นนำในสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับแนวทางการจัดการเรียนการสอนให้กับ Generation Z ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่วนใหญ่ใช้แนวคิดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 เป็นตัวขับเคลื่อน
ต้องบอกว่า TEACHING 2030 เป็นหนังสือเล่มแรกที่กล้าฟันธงถึงอนาคตรูปแบบการจัดการเรียนการสอนของสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 2030 เป็นการคาดการณ์ที่เต็มไปด้วยข้อมูลน่าสนใจ โดยเฉพาะการเสนอวิธีแก้ปัญหาประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในสหรัฐอเมริกาที่กำลังถูกประเทศอื่นแซงหน้าไปเรื่อยๆ
โดยมีนักการศึกษาชั้นนำ 12 คน ร่วมกันเขียนหนังสือเล่มนี้ ภายใต้การบรรณาธิการของ Barnett Berry ผู้ก่อตั้ง และ CEO ของ Center for Teaching Quality องค์กรที่ไม่แสวงหากำไรซึ่งมีปณิธานเพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนของสหรัฐอเมริกา
TEACHING 2030 นำเสนอรูปแบบการจัดการเรียนการสอน และนำเสนอแนวคิดด้านนโยบายใหม่ๆ ในการบริหารการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำเสนอหลัก 4 ประการสำหรับการจัดการเรียนการสอนของ Generation Z ในสหรัฐอเมริกาเป็นหลักดังที่กล่าวไป
และที่สำคัญที่สุดก็คือ การนำเสนอแนวทางการเปลี่ยนแปลง 6 รูปแบบที่จะช่วยจุดประกายอนาคตที่สดใสของแวดวงการศึกษาระดับโลก

TEACHING 2030 มีเนื้อหาดังนี้ครับ
1. TEACHING 2030 Unlocks some big ideas that will boost our students’ future: ปลดพันธนาการ ความคิดเก่าๆ ในการจัดการเรียนการสอน
2. Dynamic and flexible learning environments including powerful new ways to define and measure school success: ความเป็นพลวัตรและความยืดหยุ่นในการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนการสอน ด้วยการออกแบบหลักสูตรและการวัดผลแนวใหม่
3. Learning in and out of cyberspace: การจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานออนไลน์และออฟไลน์
4. Reinvented brick-and-mortar schools that serve as 24/7 community hubs for families: ปฏิรูปแนวคิดการจัดการชั้นเรียนแบบเดิมๆ สู่ห้องเรียนสมัยใหม่ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง
5. Teaching as a well-compensated career with many pathways, ensuring every child has effective teachers: กระบวนการสร้างครูที่แท้จริง
6. New leadership force of 600,000 teacherpreneurs-classroom experts who blur the lines of distinction between those who teach in schools and those who lead them: นำครูสู่ผู้มีภาวะผู้นำที่สามารถผสมผสานสมรรถนะการจัดการเรียนการสอนกับทักษะการจัดการชั้นเรียนแนวใหม่
7. A transformative vision-but how do we get there? วิสัยทัศน์แห่งความเปลี่ยนแปลง
8. The authors detail a road map for creating the schools that students and their families deserve. Their call to action: หลักคิดเพื่อสร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วมจากผู้ปกครองเพื่อเปลี่ยนทัศนคติของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย
9. Change the public narrative about teaching and schools: ปรับเปลี่ยนภาพพจน์ของครูและโรงเรียนในทศวรรษใหม่
10. Rethink school finance: การบริหารการเงิน: ปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม
11. Make teacher preparation more effective อย่ามองข้ามกระบวนการเตรียมการสอน
12. Reframe accountability to focus on not just who is doing well, but why: ยกเครื่องระบบค่าตอบแทนและสวัสดิการครู
13. Recalibrate working conditions: จัดสภาพแวดล้อมโรงเรียนให้เหมาะสมกับทศวรรษใหม่
14. And turn teacher unions into professional guilds: จากคุรุสภาสู่สมาคมวิชาชีพที่เข้มข้น
สอดคล้องกับงานวิจัยของ HolonIQ ที่ได้คาดการณ์ว่าตลาดการศึกษาในปี ค.ศ. 2030 จะเติบโตมากที่สุดด้วยมูลค่าส่วนแบ่งในตลาดการศึกษามากถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาคการศึกษาจะเฟื่องฟูที่สุดในทวีปเอเชีย ทวีปแอฟริกา และทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น
และที่สำคัญก็คือ นักเรียนทุกคนต่างมี Smartphone ใช้อย่างน้อยคนละ 1 เครื่อง ทำให้ไปสอดคล้องกับแนวโน้มการจัดการศึกษาในลักษณะ Blended Learning ซึ่งในรายละเอียดนั้น ผมได้เคยเขียนบทความเกี่ยวกับ Blended Learning เอาไว้ใน SALIKA ของเราแห่งนี้มาแล้วอย่างน้อย 2 ตอนด้วยกัน
คือ “Blended Learning ชั่วโมงนี้ดีที่สุด เหมาะสุดสำหรับผู้เรียนและผู้สอนในยุคดิจิทัล” และ “New Normal กระทรวงศึกษาธิการ Blended Learning ภาค 2 มอบ “ชีวิตวิถีใหม่” ให้ ศธ. ด้วย Hybrid Home School”
นอกจากนี้ HolonIQ ยังบอกว่าจะมีการเกิดขึ้นของระบบ Career Coaching ที่จะเข้ามาให้คำปรึกษา โดยเฉพาะการสร้างหลักสูตร Up-skill และ Re-skill เนื่องจากการเข้ามาแทนที่กำลังคนวัยแรงงานของ A.I. และ Robotics
อีกทั้งยังมีการสร้างระบบ Teacher Exchange ที่เปิดให้ “ครูหนึ่งคน” สามารถเดินทางไปสอนได้ในหลายสถาบันการศึกษา ในหลายประเทศได้อย่างเสรี
ที่สำคัญที่สุด HolonIQ บอกว่า ระบบการบริหารจัดการการศึกษา และการจัดการเรียนการสอน จะมุ่งหน้าสู่ Micro Learning
Micro Learning คือรูปแบบการศึกษาใหม่ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนแต่ละคน ซึ่งจะมาแทนที่ระบบการจัดการศึกษาแบบ Traditional Classroom ที่นักเรียนนิสิตนักศึกษาต้องเข้าไป Sit-in แบบนั่งเรียน “ทุกอย่างในหลักสูตร”
ใช้ระบบ Data-driven และโปรแกรมการเรียนการสอนถูกทำให้ Personalized ให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียนแต่ละคน อีกทั้งยังเสริมด้วยระบบ Peer to Peer หรือการจัดการเรียนรู้แบบ 1:1 หรือ “ครูหนึ่งคน” ต่อ “นักเรียนหนึ่งคน”
เปิดให้ทุกคนสามารถเลือกเรียนหัวข้อที่สนใจ และมีความจำเป็นต่อการทำงานในโลกแห่งตลาดแรงงานจริง โดยผู้เรียนสามารถเลือกเรียนเก็บสะสม Module ย่อยจากหลายๆ หลักสูตร และหลายสถาบันการศึกษาเองได้อย่างอิสระ
Micro Learning จึงเกิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ และแก้ปัญหาสภาพการจัดการศึกษาในปัจจุบัน ทำให้การเรียนรู้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และสร้างทางเลือกใหม่ๆ ผู้เรียนนั่นเองครับ!











