เมื่อพูดถึง จังหวัดฉะเชิงเทรา หัวเมืองทางฝั่งตะวันออกที่อยู่ใกล้ชิดติดเมืองหลวง อย่าง กรุงเทพมหานคร หลายคนอาจคิดถึงเพียงแค่การเดินทางมานมัสการองค์พระอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยทุกสารทิศ นั่นคือ องค์หลวงพ่อโสธร หรือพระพุทธโสธร เท่านั้น

ทว่า เมืองงามริมแม่น้ำบางปะกงแห่งนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจที่รอนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมอีกมากมาย แต่จะมีที่ใดบ้างนั้น ในโอกาสงานแถลงข่าวงานนมัสการหลวงพ่อโสธรประจำปี 2563 เราได้พบปะกับ อรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานฉะเชิงเทรา ที่จะมามาบอกเล่าให้ฟังถึงสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งทาง ทท. สำนักงานฉะเชิงเทราวางแนวทางส่งเสริมให้เป็น เส้นทางการท่องเที่ยวแบบ Unseen EEC พร้อมฟังนโยบายส่งเสริม การท่องเที่ยวฉะเชิงเทรา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสกับเสน่ห์ของเมืองใกล้กรุงแห่งนี้ให้มากขึ้น
ทำความรู้จัก ฉะเชิงเทรา อู่ข่าวอู่น้ำ และแหล่งวัฒนธรรมแห่ง EEC
“ในฐานะที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC และอยู่ในเส้นทางการท่องเที่ยว EEC แต่ต้องยอมรับว่าเมื่อเทียบกับจังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง เรามีข้อจำกัด ตรงที่ทั้งสองจังหวัดที่กล่าวมามีทะเล เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในตลาดนักท่องเที่ยวไทยมาเป็นเวลานานอยู่แล้ว ดังนั้น การส่งเสริมการท่องเที่ยวจึงทำได้ค่อนข้างง่าย”
อรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา เกริ่นให้เราได้ทำความรู้จักกับฉะเชิงเทราในมุมที่เราไม่เคยรู้ก่อนที่จะเล่าต่อว่า
“ขณะที่ ในพื้นที่ การท่องเที่ยวฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ ของ ททท.สำนักงานฉะเชิงเทรา มี 2 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ เมื่อโฟกัสที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เรามีสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ ที่คนทั่วประเทศรู้จักเป็นอย่างดี อย่าง วัดหลวงพ่อโสธร ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ เรียกว่า ถนนทุกสายที่มุ่งตรงสู่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ก็เพื่อมานวมัสการหลวงพ่อโสธก็ว่าได้”

“อย่างไรก็ดี โดยส่วนตัวมองมิติการเดินทางมายังฉะเชิงเทรา เป็น 2 มิติ กลุ่มแรก เดินทางมาด้วยศรัทธา ด้วยความเป็นพุทธศาสนิกชน ที่ตั้งใจเดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อโสธรเพื่อความเป็นสิริมงคลและความสบายใจ กับอีกมิติหนึ่ง เป็นผู้ที่เดินทางมาด้วยความหวัง ความเชื่อ ก็จะเดินทางเข้ามาที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังวัด หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ เช่นกัน”
“ดังนั้น เราจะเห็นว่า ถ้าดูเป้าหมายในการเดินทางมายังฉะเชิงเทราของนักท่องเที่ยวทั้ง 2 กลุ่ม ก็ถือว่า พวกเขาตั้งใจที่จะเดินทางมาที่ฉะเชิงเทรา เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราจะต่อยอดจากจุดเด่นตรงนี้ คือ ทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวในประเทศที่เป็นพุทธศาสนิกชน หรือนักท่องเที่ยวเชิงศาสนาเหล่านี้ ได้รู้จักแหล่งท่องเที่ยวในมิติอื่นๆของฉะเชิงเทรา หรือเมืองดังของที่นี่อย่าง แปดริ้ว ให้มากขึ้น”
เสนอกิจกรรมท่องเที่ยวหลากหลาย เพื่อสร้างประสบการณ์ Unseen Chachoengsao
อรรถพล เล่าต่อว่า ที่ผ่านมา ทาง ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา ได้ทำแคมเปญที่ชื่อว่า “เที่ยวแปดริ้ว พริ้วตามสายน้ำ” เพื่อนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวแปลกใหม่ของทางจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง สายน้ำที่เป็นเส้นเลือดหลักของชาวเมืองฉะเชิงเทรา
“โดยแคมเปญนี้เน้นส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ถึงภูมิปัญญาอาหารท้องถิ่น ผ่านการจัดกิจกรรมเทศกาลอาหาร “แปดริ้ว ฟู้ดเฟส” ขึ้น ที่จัดมาถึง 3 ครั้ง ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี”
“โดยในแคมเปญ “เที่ยวแปดริ้ว พริ้วตามสายน้ำ” เราก็ได้แบ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่โดนใจนักท่องเที่ยวรูปแบบต่างๆ เช่น เส้นทางท่องเที่ยวสายกิน ทั้งภัตตาคาร ร้านอาหาร มีชื่อเสียง ที่เป็นที่รู้จักอย่างดีของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาฉะเชิงเทรา รวมถึงร้านอาหารเล็กๆ อย่างร้านก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดในซอกซอยเล็กๆ”
“รวมถึง แนะนำ อาหาร ขนม ของฉะเชิงเทรา ที่หลายคนก็รู้จักเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ขนมกุยฉ่าย สูตรดั้งเดิมของ พนมสารคาม หรือขนมเปี๊ยะเจ้าเก่าของแปดริ้ว นี่ก็เป็นเหมือนเรื่องราวที่จะดึงดูดให้ผู้ที่เดินทางมายังจัวหวัดฉะเชิงเทราได้รู้จักฉะเชิงเทราในมุมมองที่แตกต่างมากกว่าแค่มุ่งตรงมาที่วัดหลวงพ่อโสธรเพื่อมาไหว้พระเท่านั้น โดยอย่างน้อยก็ต้องมากินและซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านไป”
ต่อยอดไฮไลต์สถานที่ท่องเที่ยวเมืองฉะเชิงเทรา สู่ความเป็นที่สุดบนเส้นทาง Unseen EEC
“สำหรับปี 2562 ที่ผ่านมา ทาง ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา ก็อยากจะต่อยอดให้นักท่องเที่ยว ที่เดินทางมายังฉะเชิงเทราอยู่เป็นประจำ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเดินทางมาเพื่อไหว้พระ ณ วัดหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในตัวจังหวัดที่มีชื่อเสียง ให้มาลองเดินทางไปบนเส้นทางของศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ Unseen ในจังหวัดของเราเพิ่ม” อรรถพลเกริ่น ก่อนที่จะให้ข้อมูลต่อถึงสถานที่ท่องเที่ยว Unseen ที่เขาต้องการนำเสนอต่อ

“ต้องบอกว่าล่าสุด ฉะเชิงเทรา มีโปรไฟล์ใหม่ คือ การเป็นศูนย์รวมของ พระพิฆเนศ ถึง 3 ปาง ไม่ว่าจะเป็น พระพิฆเนศองค์นั่ง ที่วัดโพรงอากาศ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว พระพิฆเนศ ปางนอนเสวยสุข ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี ที่ วัดสมานรัตนาราม พระพิฆเนศ องค์ยืน เหล็กสำริดใหญ่ที่สุดในโลก ณ ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงเกิดแคมเปญใหม่ ไหว้พระพิฆเนศ 3 ปาง เดินทางไป 3 ที่ รับอานิสงส์ทันที”


“โดย ทาง ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา ได้จัดทำพาสปอร์ตพิเศษขึ้น เพื่อมอบให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไหว้พระพิฆเนศทั้ง 3 ปาง ที่ฉะเชิงเทรา และเมื่อ stamp พาสปอร์ตแล้ว ในพาสปอร์ต จะมีคูปองเงินสด ที่ยังไม่สามารถนำไปใช้ได้เลย เพราะนักท่องเที่ยวต้องเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่สามารถนำคูปองเงินสดนี้ไปใช้ เช่น ถ้านักท่องเที่ยวไปไหว้พระพิฆเนศองค์ยืน ที่อำเภอคลองเขื่อน ก็ให้เดินทางไปเที่ยวต่อเพื่อปลดล็อคคูปองเงินสดได้ที่ สวนผลไม้ลุงแดง”
“ทั้งนี้ ความเป็นมาของสวนมะพร้าวลุงแดง ที่น่าสนใจ คือ เดิมก็เป็นสวนมะพร้าวธรรมดา แต่สามารถปลูกมะพร้าวได้หวานมาก สามารถส่งไปขายยังห้างดังๆ ของประเทศไทยได้ รวมถึง ลุงแดง ยังมีไอเดียว่า ในช่วงหน้าที่มะพร้าวออกมามากๆ อย่างช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม ก็เปิดเป็นคาเฟ่ และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาทำเวิร์คช้อป ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว และนักท่องเที่ยวก็สามารถใช้คูปองเงินสด เพื่อซื้อมะพร้าวน้ำหอม รสชาติดี ที่สวนลุงแดง ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย”
“และคูปองเงินสดที่เหลือ อีก 200 บาท นักท่องเที่ยวก็สามารถเดินทางไปยัง วิมานดิน ไปทำกิจกรรมปั้นดินให้เป็นดาวได้ที่นี่ หรือไป มินิมูร่าฟาร์ม ฟาร์มควายนมเพื่อการท่องเที่ยวแห่งแรกของประเทศไทย โดยใช้คูปองไปร่วมกิจกรรมมากมายของฟาร์มได้เลย”

“นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เราต้องการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวแปลกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้เดินทางมายังฉะเชิงเทรา เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้รู้ว่า การมาเดินทางท่องเที่ยวที่จังหวัดฉะเชิงเทรา มีอะไรมากกว่าการมาไหว้พระ เพราะที่นี่มีอาหารอร่อยๆ อีกหลายอย่างที่น่ามาลอง มาชิม และยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวอีกหลายรูปแบบที่มาลองเปิดประสบการณ์ที่ฉะเชิงเทราได้”
“เพราะจริงๆ แล้ว ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สามารถเดินทางมาเพื่อทำกิจกรรมของครอบครัวได้ เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย ทั้งวัดวาอาราม ที่ถูกใจผู้สูงอายุในบ้าน และฟาร์มสัตว์ที่เด็กๆ สามารถมาร่วมทำกิจกรรมได้”
ฟัง อรรถพล วรรณกิจ ผอ. ททท. ฉะเชิงเทรา มองข้ามช็อต เสนอธีมส่งเสริมการท่องเที่ยวฉะเชิงเทรา ปี 2564
สำหรับในปี 2564 อรรถพล ได้บอกเล่าให้ฟังถึงแคมเปญที่จะใช้ส่งเสริมการท่องเที่ยวในฉะเชิงเทรา ว่า
“ในปีนี้ เราได้เดินหน้าตาม ธีมการท่องเที่ยวแบบ 5G ฟรีสไตล์ ซึ่งเป็นธีมหลักของภาคตะวันออก โดยใส่แนวคิดด้านมาตรการความปลอดภัยทางสาธารณสุข สุขอนามัย เข้าไป เพื่อให้เหมาะกับพฤติกรรมของผู้คนที่จะเดินทางท่องเที่ยวโดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ป้องกันโรคระบาดเป็นหลัก ในรูปแบบของ Wellness Tourism”
“โดยเราเน้นนำเสนอ อาหารสุขภาพ ประจำถิ่น และวางตำแหน่งทางการตลาดของเมืองให้เป็น Food & Fruit ดังนั้น ในปี 2564 เราจึงกำหนดธีมการท่องเที่ยวของเราให้เป็น เส้นทางสายอาหาร เส้นทางสายสุขภาพ”
“ยกตัวอย่าง ในโซนอำเภอบางคล้า อำเภอคลองเขื่อน เราก็มีสปาที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งชาวต่างประเทศเดินทางมาและใช้ชีวิตอยู่ที่นี่จำนวนไม่น้อย คือ Rainbow Arokaya Holistic Health Paradise ที่นี่มีสปาครบวงจรในเรื่องของการดูแลสุขภาพองค์รวมทั้งหมดตั้งแต่หัวจรดเท้า ที่ผ่านมา ก่อนวิกฤตโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเฉพาะทางตะวันออกกลาง มาพักผ่อนและใช้ชีวิตอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์”
“และในช่วงเวลานี้ ที่ประเทศไทยยังไม่เปิดประเทศ เพราะวิกฤตโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลายในระดับโลก ในปีนี้เราจึงต้องกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวไทยให้มาช่วยชาติด้วยการออกเดินทาง และตรงนี้จะมาเป็นรายได้ให้กับจังหวัด ซึ่งในปีที่ผ่านมาเรามีนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดประมาณ 4 ล้านคน ทำรายได้ให้จังหวัด 5,800 ล้านบาท แม้จะน้อยกว่า ชลบุรี และระยอง แต่ก็ถือว่าเป็นรายได้ที่เหมาะสมกับจังหวัดที่ไม่ใหญ่มาก”
“เพราะจุดแข็งของฉะเชิงเทรา คือ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร ดังนั้น เพื่อการลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในวันเสาร์-อาทิตย์ เราก็ได้นำเสนออีกหนึ่งแคมเปญ ในชื่อว่า Workation คือ ให้มาทำงานและเป็นวันพักผ่อนไปด้วย ซึ่งเราโฟกัสไปที่ลูกค้ากลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการตีกอล์ฟ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา เรามีสนามกอล์ฟประมาณ 5 สนาม และเป็นสนามพรีเมียม ระดับห้าดาว ที่วงการนักกอล์ฟรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยจะให้นักกอล์ฟมาจับคู่แข่งขันกันในวันธรรมดาในราคาพิเศษมาก”
“มาในส่วนของการท่องเที่ยวชุมชน ในหลายอำเภอของฉะเชิงเทรา เรามีชุมเข้มแข็งอยู่ไม่น้อย ที่สามารถรักษาอัตลักษณ์อันดีงามของชุมชนไว้ได้ โดยนักท่องเที่ยวสามารถไปเยี่ยมชม สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านได้ ยกตัวอย่างที่ อำเภอสนามชัยเขต ก็มีชุมชนลาวดั้งเดิม ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่นี่มาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ซึ่งมีความสามารถในการทอผ้าที่น่าชื่นชม”
“ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ผมมองว่าจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางมายังฉะเชิงเทราได้แบบครบทุกกลุ่มเป้าหมาย”
EEC แต้มต่อ ส่งให้การท่องเที่ยวในภาคตะวันออก โตไม่หยุด
ในมุมมองของ อรรถพล วรรณกิจ การเกิดขึ้นของ EEC หรือเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ส่งผลดีชัดเจนในด้านการดึงดูดเหล่านักลงทุนหรือนักธุรกิจเข้ามาขยายธุรกิจในพื้นที่ EEC กระตุ้นให้เศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ดีขึ้น ซึ่งภาคการท่องเที่ยวก็จะได้อานิสงส์นไปด้วย แต่เมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 ก็ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจทั้งในตัวจังหวัดฉะเชิงเทราและ EEC โดยรวม ก็ชะงักไปเหมือนกัน
“ทว่า ผมก็ยังมองว่า เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ผ่านพ้นไป เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะปกติ การมีเส้นทางท่องเที่ยว EEC ย่อมเป็นผลดีและช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่ EEC และจังหวัดในภาคตะวันออกทั้งหมดได้ เพราะแน่นอนว่า การเกิดขึ้นของรถไฟความเร็วสูง นอกจากจะช่วยให้การขนส่งสินค้า โดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตรของทาง 3 จังหวัด EEC รวมถึงของจังหวัดในภาคตะวันออกที่สามารถจะเข้าสู่เมืองหลวงและกระจายไปยังจังหวัดในภูมิภาคอื่นได้”
“ทั้งยังช่วยขนถ่ายคนในการเดินทาง ท่องเที่ยว ในภูมิภาคนี้ได้ จากการขับรถเป็นชั่วโมง การเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงอาจจะใช้เวลาแค่ 20 นาที ปัจจัยนี้จะยิ่งทำให้ผู้คนเดินทางมาท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้กันมากขึ้นแน่นอน”













