หากเรามองกระแส Webinar ในรอบหลายปีมานี้ ก่อน COVID-19 ที่การประชุมทางไกล หรือ Tele Conference / Video Conference จะเฟื่องฟู อันมี Zoom เป็นหัวหอก
ก็จะพบว่า โดยส่วนใหญ่ Webinar มักถูกนำไปใช้ในองค์กรธุรกิจกันเป็นส่วนใหญ่ ทั้งๆ ที่ คุณสมบัติของ Webinar นั้น สามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้ในสถาบันการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย ได้อย่างสบายๆ
Webinar ย่อมาจาก Web-based seminar หรือ Web + Seminar หมายถึงการสัมมนาระหว่างผู้นำเสนอ และผู้เข้าร่วมสัมมนาผ่านระบบออนไลน์
ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดของ Webinar ก็คือ ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยการแสดงความคิดเห็นโต้ตอบกับวิทยากรได้แบบสดๆ อาทิ การตั้งคำถาม และรับฟังคำตอบ รวมถึงการซักถามเพิ่มเติม การอธิบาย และมีกิจกรรมในการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้เข้าร่วมและวิทยากร
Webinar ทำให้เราไม่ต้องเดินทางไปยังสถานที่จัดสัมมนา แต่สามารถเห็นหน้าวิทยากร และผู้ร่วมสัมมนาด้วยกันได้ทุกคน นอกจากการสนทนาแล้ว ยังสามารถแชร์ไฟล์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แชร์ภาพ แชร์สไลด์ แชร์เอกสาร แชร์ VDO ให้ผู้ร่วมสัมมนาได้สัมผัสไปพร้อมๆ กัน
ที่สำคัญก็คือ มีการโต้ตอบกันแบบ Real Time และสามารถประชุมพร้อมกันได้ทุกที่แม้จะอยู่ต่างที่ หรืออยู่คนละประเทศกันก็ไม่มีปัญหา

เหตุผลหลักก็คือ Webinar ได้รับการออกแบบมาสำหรับการจัดสัมมนาจริงๆ คือมี Function ในส่วนที่ Software สำหรับการประชุมทางไกล หรือ Video Conference อื่นๆ อาทิ Skype หรือ Camfrog ไม่มี คือ มี Presentation Slide, Video YouTube, Whiteboard, Chat จึงเหมาะแก่การใช้สัมมนามากกว่านั่นเอง
Webinar แบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ Live Webinar และ Archive (On-demand)
Webinar Live Webinar คือการบรรยายที่ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะต้องเข้าฟังในช่วงเวลาที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถสอบถามปัญหา ข้อสงสัยในระหว่างการบรรยาย หรือหลังการบรรยายกับผู้นำเสนอและระหว่างผู้เข้าสัมมนาด้วยกันได้
Archive (On-demand) Webinar เป็นการบันทึกการบรรยาย เพราะมีการอัด Tape ไว้ ทำให้สามารถเปิดดูเมื่อไหร่ก็ได้ แน่นอนว่า วิธีนี้ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะไม่สามารถซักถามข้อสงสัยกับผู้นำเสนอแบบ Real Time ได้
มีหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งพูดถึง Webinar ได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะการนำไปปรับประยุกต์ใช้ในสถาบันการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย
นั่นก็คือ หนังสือเล่มที่มีชื่อว่า Webinar School: Planning, Producing, and Presenting Your Training Webinar ผลงานการเขียนของ Elizabeth Frick

Elizabeth Frick บอกว่า การประยุกต์ Webinar เข้ากับการบริหารโรงเรียนก็คือ การนำข้อดีของ Software สัมมนาทางไกล มาประยุกต์ใช้กับการจัดการเรียนการสอน ที่ปัจจุบันพัฒนามาไกลมาก ตั้งแต่ e-Learning LMS: Learning Management System Moodle หรือ VLE: Virtual Learning Environment และ MOOC Flipped Classroom
ในยุค Online Education หรือยุค e-Education นั้นต่างจากยุค Classic Classroom หรือ Traditional Classroom ตรงที่ เรามีเครื่องไม้เครื่องมือมากมายที่จะมาช่วยให้ครูบาอาจารย์และนักเรียนนิสิตนักศึกษาไม่ต้องเหนื่อยกับการเดินทางมายังสถานศึกษา สามารถเรียนรู้ได้จากทุกสถานที่และทุกเวลา
โดยในปัจจุบัน The International Society for Technology in Education (ISTE) หรือ องค์กรความร่วมมือระดับนานาชาติว่าด้วยเทคโนโลยีการศึกษา ได้ให้การยอมรับ Webinar ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ในการจัดการเรียนการสอน และการบริหารการศึกษา สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกสถาบันการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษารูปแบบอื่นๆ ตรงตามตัวชี้วัดของ ISTE ดังนี้
- 1. Standards for Students มาตรฐานสำหรับผู้เรียน
- 2. Standards for Teachers มาตรฐานสำหรับผู้สอน
- 3. Standards for Administrators มาตรฐานสำหรับผู้บริหาร
- 4. Standards for Coaches มาตรฐานสำหรับพี่เลี้ยง
- 5. Standards for Computer Science Educators มาตรฐานสำหรับนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (สายสอน)
ปัจจุบัน มี Software เกี่ยวกับ Webinar ให้เลือกมากมาย ทั้งแบบฟรี และแบบคิดค่าบริการ ซึ่งโรงเรียนต่างๆ สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม
ไม่ว่าจะเป็น Webinar OnAir GoToWebinar ClickWebinar Blackboard Collaborate AnyMeeting join.me Mikogo Kissmetrics MegaMeeting ReadyTalk OnStream WordStream omNovia iLinc Brainshark ezTalks Cloud Meeting ฯลฯ
แฟนพันธุ์แท้ SALIKA โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักการศึกษา หากมีโอกาส ขอแนะนำให้อ่าน Webinar School: Planning, Producing, and Presenting Your Training Webinar ของ Elizabeth Frick
ถือเป็นหนังสือที่ดีเล่มหนึ่งครับ











