เห็นข่าวว่า รัฐบาลสิงคโปร์เปิดทางให้ Infineon ซึ่งประกาศสร้างความร่วมมือกับ Tribe ผู้สร้างระบบนิเวศบล็ อกเชนรายแรก ให้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่ วยงานรัฐ องค์กรเอกชน บริษัทบล็อกเชนชั้นนำ และบริษัทสตาร์ทอัพซึ่งอยู่ในช่ วง late stage
ความสำคัญที่มากกว่าเทรนด์ของ บล็อกเชน (Blockchain)
บล็อกเชน เป็นเทคโนโลยีที่กระจายข้อมูลจากศูนย์กลาง (decentralize) ทุกฝ่ายที่ได้รับอนุญาตให้เชื่อมโยงถึงกันในระบบสามารถเห็นข้อมูลเดียวกันได้ แต่ไม่สามารถแก้ไขได้ และที่สำคัญคือ สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับได้ ช่วยให้เกิดความโปร่งใส
ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย สมมติว่ามีน้องๆ 5 คน ชื่อ A, B, C, D, และ E เกี่ยวก้อยกันว่าจะใช้ระบบชำระเงินเคลียร์ค่าอาหาร (ซึ่งมีบล็อกเชนอยู่เบื้องหลัง) เมื่อน้อง A โอนเงินให้น้อง C จำนวน 100 บาท ทุกคนที่อยู่ในระบบก็จะเห็นข้อมูลเดียวกันว่า A โอนให้ C เท่าไหร่และเมื่อไหร่
ต่อมาน้อง C ต้องโอนคืนให้น้อง B จำนวน 50 บาท แต่ C อยากเก็บไว้ก่อนจึงบอก B ว่า โอนไปแล้วนะ แต่ B บอกว่าไม่ได้รับ A, D, E ก็ไม่ได้รับข้อมูล แต่เพื่อยืนยันความถูกต้อง จึงตรวจสอบย้อนหลังผ่านระบบ ก็จะรู้ที่มาที่ไปของเงินและมีหลักฐานยืนยันได้ว่า ใครพูดความจริงหรือใครโมเม
ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว เทคโนโลยีบล็อกเชนจึงได้รับความสนใจจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนต่างๆ ตลอดจนผู้ค้ารายย่อย แต่สำหรับสิงคโปร์ รัฐมุ่งใช้บล็อกเชนเพื่อสร้ างความเป็นกลาง สร้างความร่วมมือ และสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศบล็ อกเชนเป็นหลัก
ดูนางให้ดูหาง ดูข้อมูลตัวอย่างการใช้งานบล็อกเชน (Blockchain) ได้ใน Report
พอจะเห็นภาพการใช้งานและความต้องการแล้ว คราวนี้มาดูข้อมูลจาก ริปเปิ้ล (Ripple) หนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลซึ่งเกิดและดังหลังบิทคอยน์ จัดทำ รายงานการศึกษาบล็อกเชนสำหรับการชำระเงิน (Blockchain in Payments Report) เป็นประจำทุกปี โดยรายงานครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นปีล่าสุด เผยให้เห็นว่า ตั้งแต่เริ่มมีองค์กรนำบล็อกเชนไปใช้จนถึงช่วงเวลาแห่งการเติบโต เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นกุญแจสำคัญของกลยุทธ์การสร้างการเติบโตที่ประสบความสำเร็จสำหรับสถาบันการเงินในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
การสำรวจเพื่อจัดทำ Blockchain in Payments Report เริ่มดำเนินการในเดือนสิงหาคมและกันยายน ปี 2020 โดยนำข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถาม 854 คน (ซึ่งอยู่ในระดับบริหารขึ้นไปมาวิเคราะห์) จาก 22 ประเทศ ในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ลาตินอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก ซึ่งทั้ง 854 คนนี้ เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบบริการชำระเงินในองค์กรที่ทำงานอยู่ ได้แก่ ผู้รวบรวมการชำระเงิน 22% ธนาคารรีเทลแบงกิ้ง 26% ธนาคารดิจิทัล 26% และผู้ให้บริการรับโอนเงิน 26%
สรุป 6 ภาพรวมจากการใช้งานบล็อกเชนเพื่อธุรกิจการชำระเงิน
(1)
ผลกระทบจาก COVID-19 ขยายภาพให้เห็นชัดขึ้นว่าโลกต้องพึ่งพา ระบบดิจิทัล ส่วนธุรกิจที่ต้องอาศัยประสบการณ์ดิจิทัลมาขับเคลื่อนอย่างมากก็คือ ธุรกิจการชำระเงิน (ทั้งเพื่อลดการสัมผัสและตอบโจทย์การใช้งานที่สะดวกยิ่งขึ้น)
ดังนั้น สิ่งที่จะยังดำเนินต่อไปคือ การย้าย (migrate) ระบบอย่างรวดเร็วและการเร่งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เนื่องจากผู้เล่นที่อยู่ในสายธุรกิจด้านการชำระเงินต้องตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปแบบติดสปีด จึงต้องพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดย
59% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีการใช้บล็อกเชนในระบบงานจริง หรืออยู่ในช่วงกำลังจะขึ้นระบบงานจริงในส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับระบบการชำระเงิน
37% คือสัดส่วนของผู้นำในการใช้บล็อกเชนบนระบบงานจริงในตลาดเกิดใหม่
(2)
ไม่ใช่แค่บริการด้านการชำระเงิน ธุรกิจหลายประเภทในปัจจุบันก็นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในระบบงานจริงมากขึ้น โดยผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า บล็อกเชนเป็นขุมพลังที่ช่วยสร้างการเติบโตให้ธุรกิจได้
44% พบว่าการใช้งานบล็อกเชนในระบบจริง ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
45% ของผู้ที่ดำเนินธุรกรรมแบบดิจิทัลโดยรวม มีการเติบโตในระดับสูงมาก
ผลการวิจัยยังชี้ให้เห็นถึง ระยะการเติบโตในขั้นท้ายสุด นั่นคือ การนำบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล มาใช้ประโยชน์จะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและส่งผลต่อความสำเร็จของธุรกิจได้เร็วขึ้น
(3)
‘ตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก’ ตอบรับและใช้งานบล็อกเชนในระบบการชำระเงินอย่างเติบโตแบบก้าวกระโดด จนแซงหน้า ‘ตลาดที่มีการใช้งานจนอิ่มต้ว’ โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ข้อมูลว่า
37% คือสัดส่วนของผู้ใช้งานบล็อกเชนในระบบงานจริง
41% ของผู้ที่ใช้งานจริงอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC)
6 เท่า คืออัตราการเติบโตโดยประมาณของผู้ที่นำบล็อกเชนไปใช้กับระบบงานจริงในภูมิภาคละตินอเมริกา (LATAM) ระหว่างปี 2018 – 2020
โดยองค์กรธุรกิจในแต่ละภูมิภาคมักจะโฟกัสสิ่งนี้
ความโปร่งใสของข้อมูล คือกุญแจสำคัญสำหรับตลาดเกิดใหม่
การประหยัดต้นทุน เป็นคุณประโยชน์ที่สำคัญสำหรับภูมิภาคละตินอเมริกาและเอเชียแปซิฟิก
การบริหารจัดการ เป็นสิ่งที่ภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาให้ความสำคัญ
(4)
ตัวขับเคลื่อนสำคัญซึ่ง ‘ธุรกิจที่ใช้ประโยชน์จากบล็อกเชนเทคโนโลยีในการชำระเงินข้ามพรมแดน’ เนื่องจากเล็งเห็นถึงประโยชน์ของบล็อกเชน 4 ประการ ได้แก่
คุณภาพของข้อมูลที่ดีขึ้น
ความปลอดภัยของข้อมูลที่เพิ่มขึ้น
ประหยัดต้นทุน
สร้างการเติบโตให้ธุรกิจ
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนมีความก้าวหน้าอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีถึง 28% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่กล่าวถึงบล็อกเชนว่าช่วยให้บริษัท มีความสามารถในการช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาด ระหว่างปี 2019 – 2020 ได้มากขึ้น
(5)
ใน Blockchain in Payments Report แสดงให้เห็นว่า มีการใช้บล็อกเชนทั่วทุกประเภทธุรกิจ โดยพบว่า อุตสาหกรรมที่มีการนำบล็อกเชนไปใช้งานจริงมากที่สุด คือ
62% ระบบบริหารซัพพลายเชน
51% ไฟแนนซ์เทรด (ติดตั้งระบบอย่างเร่งด่วนในสายธุรกิจที่ต้องจัดหาบริการชำระเงินภายในประเทศและธุรกิจอีคอมเมิร์ซ)

(6)
อุปสรรคในการนำบล็อกเชนไปใช้อย่างแพร่หลายที่พบได้ในทุกภูมิภาค คือ
การขาดกฎระเบียบที่จะใช้กำกับดูแล
ต้นทุนทิ่เกิดขึ้นในการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี ซึ่งยังเป็นอุปสรรคในหลายๆ ตลาด
ความปลอดภัยทางไซเบอร์
โซลูชันบล็อกเชนปรากฏในธุรกิจหลายประเภท เห็นได้จาก 98% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ซึ่งอย่างน้อยที่สุดเริ่มทำ POC บล็อกเชนสำหรับการชำระเงิน และต่างก็มีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนไปใช้ในงานด้านอื่นๆ ที่นอกเหนือจากระบบการชำระเงิน
ผลการสำรวจยังพบว่า มีการยอมรับในเทคโนโลยีบล็อกเชนมากขึ้น ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีการใช้งานเทคโนโลยีบล็อกเชนบนระบบ production (ระบบที่มีการใช้งานจริง) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า ทั้งผู้ใช้งานปลายทางและผู้ให้บริการการชำระเงินได้พิสูจน์ให้เห็นถึงคุณค่าและความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยีนี้
เทคโนโลยีบล็อกเชนสู่ ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’
การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในระบบบริหารซัพพลายเชนและไฟแนนซ์เทรดที่มีจำนวนเกินครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด แสดงให้เห็นว่า กรณีศึกษาสำหรับการใช้งานในส่วน non-payment มีสัดส่วนมากกว่าการนำไปใช้ในระบบการชำระเงิน
บ่งบอกได้ว่า ลูกค้าที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อนำไปใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบกับสิ่งที่ทำอยู่
รายงาน Blockchain in Payments Report ยังระบุว่า ในระดับบริษัทเห็นว่า สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets) เป็นตัวเลือกที่ใช้ทดแทนได้ เมื่อจับคู่กับเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการชำระเงินข้ามพรมแดนแล้ว และตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ความสนใจและระดับความวางใจขององค์กรที่มีต่อสินทรัพย์ดิจิทัลก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
99% ระบุว่า องค์กรของพวกเขาจะพิจารณาใช้สินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ว่าจะใช้เป็นสกุลเงินเอง หรือใช้เพื่อเป็นสื่อกลางในการดำเนินการชำระเงินข้ามพรมแดนในทันที โดยเพิ่มขึ้นจาก 94% ในปี 2018
เกือบ 100% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า บริษัทของพวกเขาจะพิจารณาใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสกุลเงิน และ/หรือ เป็นสื่อกลางในการชำระเงิน ซึ่งความคิดเห็นที่เกือบเป็นเอกฉันท์นี้ส่งสัญญาณว่า สินทรัพย์ดิจิทัล บรรลุผลทั้งในแง่ของการสร้างความเข้าใจและความวางใจให้แก่ตลาด
ผู้ที่ใช้บล็อกเชนในระบบการชำระเงินกลุ่มแรกๆ จะเห็นถึงประโยชน์ที่สินทรัพย์ดิจิทัลมอบให้ในแง่ของการชำระบัญชีที่รวดเร็วขึ้น อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ดีขึ้น และความสามารถในการเปิดให้บริการใหม่ๆ เช่น บริการรับชำระเงินอัตโนมัติสำหรับประชาชนที่เข้าไม่ถึงระบบการเงินการธนาคาร
ในรายงาน Blockchain in Payments Report ยังแสดงให้เห็นว่า เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามมั่นใจว่า สินทรัพย์ดิจิทัลมอบคุณค่าให้กับลูกค้า ยิ่งผู้ตอบแบบสอบถามมีประสบการณ์เกี่ยวกับบล็อกเชน และ/หรือ มีส่วนร่วมกับลูกค้า digital-first มากเท่าไร เขาก็ยิ่ง เชื่อมั่นว่าลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้นเท่านั้น
ความพร้อมของสภาพคล่อง เป็นหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของการประยุกต์ใช้สินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งจะช่วยเร่งให้เกิดการนำไปใช้อย่างแพร่หลาย
ดังนั้น เพื่อให้มีการนำบล็อกเชนไปใช้งานมากขึ้นและเพิ่มรายได้ที่เกี่ยวข้องกับระบบการชำระเงิน ผู้ให้บริการเทคโนโลยีบล็อกเชน จำเป็นต้องมีระบบที่สามารถติดตั้งและใช้งานที่ง่ายขึ้น รวมถึง ความชัดเจนด้านกฎระเบียบและข้อกำหนดต่างๆ ดังที่มีผู้ให้บริการหลายรายกำลังพัฒนาระบบให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นผ่าน API บริการโฮสต์เซอร์วิส และการวางมาตรฐานต่างๆ ซึ่งในขณะนี้ ผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างก็พูดถึงข้อดีและประโยชน์ของบล็อกเชนและเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นแล้ว
ที่มา
- Blockchain in Payments Report 2020
- Infineon and Tribe join hands to strengthen Singapore’s Blockchain Ecosystem
บล็อกเชนจะสร้างมูลค่ามหาศาลในอนาคต อ่านต่อได้ในบทความนี้
อีก 10 ปี Blockchain จะดัน GDP โลกพุ่งสู่ 1.76 ล้านล้านดอลลาร์ ลองทายว่า จีน-อเมริกา จะแตะระดับไหน?
















