G20 พักหนี้ประเทศยากจน สร้างโลกใหม่ให้กลมกลืน

โรคโควิด-19 ยังคงสร้างความเสียหายไปทั่วโลก ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทะลุ 60 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตกว่า 1.4 ล้านคน


เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน กล่าวต่อที่ประชุม G20 Riyadh Summit ผ่านวิดีโอลิงก์ว่า G20 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับโควิด-19 ควรยึดมั่นในความร่วมมือแบบพหุภาคี เปิดกว้าง ทั่วถึง เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย และ ทันสมัย
จีนเรียกร้องให้บรรดาประเทศเศรษฐกิจใหญ่ หรือ G20 พยายามอย่างจริงจังในการส่งเสริมการพัฒนาอย่างทั่วถึงมากขึ้น และยกระดับโลกาภิบาลในยุคหลังโควิด ภายหลังการระบาดใหญ่ได้ก่อให้เกิดจุดอ่อนมากมาย ท่ามกลางคำถามของประชาคมโลกว่า กลุ่ม G20 สามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อช่วยให้ระบบดีขึ้น
“เราควรเดินหน้าให้การสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนา เพื่อช่วยให้สามารถก้าวข้ามความยากลำบากอันเป็นผลมาจากโรคระบาด” สี จิ้นผิง กล่าวกับผู้นำ G20 คนอื่นๆ พร้อมกับเรียกร้องให้บรรดาประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลกส่งเสริมการพัฒนาอย่างทั่วถึงมากขึ้น
สุนทรพจน์ สี จิ้นผิง
สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน
เขายังกล่าวอีกว่า จีนจะดำเนินการพักชำระหนี้ให้แก่ประเทศยากจนภายใต้โครงการ G20 Debt Service Suspension Initiative (DSSI) คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์
โดย G20 ริเริ่มโครงการ DSSI เมื่อเดือนเมษายน เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องของประเทศที่มีรายได้ต่ำ ด้วยการพักชำระหนี้ให้แก่ประเทศยากจน 46 ประเทศ มูลค่ารวม 5.7 พันล้านดอลลาร์ที่มีกำหนดต้องใช้หนี้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมถึงสิ้นปีนี้ โดยพักหนี้นาน 6 เดือนจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 เพื่อช่วยให้ประเทศเหล่านี้มีสภาพคล่องเพียงพอที่จะต่อสู้รับมือกับผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นการตัดสินใจของรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่มประเทศ G20 เมื่อเดือนตุลาคม
หลิว คุน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังจีน กล่าวว่า จีนรั้งอันดับหนึ่งประเทศที่พักชำระหนี้ให้แก่ประเทศยากจนภายใต้โครงการ DSSI มากที่สุดในกลุ่มประเทศสมาชิก G20

“จีนจะยกระดับการใช้มาตรการพักชำระหนี้และบรรเทาหนี้สำหรับประเทศที่เผชิญกับความยากลำบาก รวมทั้งส่งเสริมให้สถาบันการเงินให้การสนับสนุนทางการเงินรอบใหม่โดยสมัครใจและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของตลาด” สี จิ้นผิง กล่าว

ขณะที่แถลงการณ์ร่วมของกลุ่ม G20 มองเห็นถึงสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดโรคโควิดของแต่ละประเทศไม่เท่ากัน และยังคงมีความความเสี่ยงของเศรษฐกิจในช่วงขาลง เนื่องจากมีแรงกดดันด้านสภาพคล่องและมีการแก้ไขปัญหาด้านหนี้สินอย่างต่อเนื่อง จึงมีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะหารือกันอีกในเดือนเม.ย. 64 ว่า จำเป็นจะต้องขยายเวลาโครงการดังกล่าวออกไปอีก 6 เดือนหรือไม่ เมื่อสิ้นสุดเวลาที่กำหนดในปีหน้า
สี จิ้น ผิง ยังได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของจีนในการช่วยเหลือและสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ผ่านการทำให้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เป็นสินค้าสาธารณะที่ทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ในราคาย่อมเยา
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีจีนได้เรียกร้องให้ G20 ส่งเสริมการค้าเสรี ต่อต้านการผูกขาดและการกีดกันทางการค้า ตลอดจนปกป้องสิทธิของประเทศกำลังพัฒนาในการพัฒนาตนเอง
Tradelens

“เราต้องสร้างเสริมศักยภาพในการจัดการกับความท้าทายทั่วโลก” สี จิ้นผิง เน้นย้ำ “งานที่กดดันที่สุดในตอนนี้คือ การค้ำจุนระบบสาธารณสุขโลกและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงโรคติดเชื้ออื่นๆ”
เขากล่าวว่า สมาชิกกลุ่ม G20 ควรช่วยกันส่งเสริมบทบาทขององค์การอนามัยโลก และสร้างชุมชนสุขภาพระดับโลกเพื่อทุกคน
ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้นานาชาติร่วมกันปกป้องสิ่งแวดล้อม ต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนสร้าง “โลกที่สะอาดและสวยงาม ที่ซึ่งมนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน”
เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา จีนประกาศว่าจะบรรลุเป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอนไม่เกินปี 2603 โดยจะพยายามบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุดก่อนปี 2573
นอกจากนี้ สี จิ้นผิง กล่าวว่า G20 ควรเป็นผู้นำในการส่งเสริมการพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมในยุคดิจิทัล พร้อมกับพัฒนาโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ

พลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะในจีน

เขาตั้งข้อสังเกตว่าโรคระบาดก่อให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ ดังนั้น เขาจึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส
“เราสามารถยกระดับการปฏิรูปเชิงโครงสร้างและสร้างกลไกขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ๆ ผ่านนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล” เขากล่าว
ในส่วนของผลกระทบที่มีต่อโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจนั้น สี จิ้นผิง เรียกร้องให้ช่วยกันจัดการกับความท้าทายต่างๆ พร้อมกับกล่าวว่าโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจต้อง “เปิดกว้าง ทั่วถึง สมดุล และเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายมากขึ้น”
สี จิ้นผิง กล่าวต่อบรรดาผู้นำที่เข้าร่วมการประชุมว่า การที่จีนส่งเสริมการพัฒนารูปแบบใหม่ทำให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกมีโอกาสแบ่งปันความสำเร็จของจีนในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมีคุณภาพสูง
ผู้นำจีนตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในการส่งเสริมการพัฒนารูปแบบใหม่ที่ยึดตลาดในประเทศเป็นหลัก และเปิดโอกาสให้ตลาดในประเทศและต่างประเทศส่งเสริมซึ่งกันและกัน

“จีนจะเป็นผู้สร้างสันติภาพโลก ผู้สนับสนุนการพัฒนาโลก และผู้ปกป้องความสงบเรียบร้อยของโลกตลอดไป” สี จิ้นผิง กล่าว “เราสามารถลดช่องว่างความแตกต่างผ่านการพูดคุย แก้ปัญหาความขัดแย้งผ่านการเจรจา ตลอดจนสนับสนุนความพยายามร่วมกันเพื่อพัฒนาและสร้างสันติภาพโลก”

G20 คือกลุ่มความร่วมมือด้านการเงินและเศรษฐกิจระดับนานาชาติซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2542 ประกอบด้วยประเทศสมาชิก 19 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี ญี่ปุ่น เม็กซิโก รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ ตุรกี อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา บวกสหภาพยุโรป

ถือเป็นการส่งสัญญาณพัฒนาโลกยุคใหม่หลังโควิด ซึ่งจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ก็ต้องดูผลลัพธ์จากโครงการพักหนี้!