Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.352

นายกฯ หนุน “เอไอ-วิทยาศาสตร์” ต่อยอด “กีฬา” ขับเคลื่อนจีดีพีประเทศ

พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบประกาศเกียรติคุณแก่นักกีฬาดีเด่น ผู้ฝึกสอน และบุคลากรในวงการกีฬาที่ทำคุณประโยชน์ให้กับวงการกีฬา เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2563 พร้อมกล่าวว่าปี 2563 วงการกีฬาได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID–19) ทำให้การแข่งขันกีฬาทั้งในระดับชาติและนานาชาติต้องเลื่อนการแข่งขันออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่จะเห็นได้ว่าแม้ในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย การกีฬาของประเทศไทยก็สามารถปรับตัวให้สามารถดำเนินกิจกรรมภายใต้เงื่อนไขที่จำกัดได้ อีกทั้ง ศบค. ยังได้มีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เพื่อให้นักกีฬาได้มีการซ้อม ทำให้ยังคงปรากฏผลงานของนักกีฬาและบุคลากรทางการกีฬา ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาวงการกีฬาของชาติ โดยจะพัฒนาวงการกีฬาและนักกีฬาทุกประเภทอย่างต่อเนื่อง ให้มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ซึ่งต้องมีการเตรียมการตั้งแต่รุ่นเยาว์ให้มีการแข่งขันกันในประเทศและต่างประเทศ อันเป็นนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นส่งเสริม สร้างโอกาสทางการกีฬา ให้การสนับสนุนนักกีฬาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการกีฬาเพื่อประชาชน ตลอดจนสร้างนักกีฬาเพื่อความเป็นเลิศและพัฒนาการกีฬาสู่การสร้างเศรษฐกิจอย่างครบวงจร มีการนำเทคโนโลยีด้านดิจิทัล นำปัญญาประดิษฐ์ AI มาเสริมการกีฬา และสนับสนุนการแข่งขันกีฬา รวมทั้งขอให้นักกีฬาได้เน้นเรียนรู้วิทยาศาสตร์การกีฬาให้มากที่สุด และต้องคำนึงถึงสภาพร่างกายของตนเองเพื่อความปลอดภัยในการเล่นกีฬา

ออท. ฮังการี หารือ รมว.อว. พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมป้อน 10-S Curve

นายซิลเวสเตอร์ บุช เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งฮังการีประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่และหารือถึงความร่วมมือในด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ด้านการอุดมศึกษาระหว่างไทยกับฮังการี รวมถึงการสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษาของไทย โดยด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมีประเด็นการหารือ ได้แก่ 1. ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2. การสนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) คือ (1) การสร้างผู้นำชุมชนเพื่อนำ ววน. ไปใช้ในการพัฒนาพื้นที่ (2) การใช้ ววน. วางพื้นฐานการสร้างวิสาหกิจชุมชน (3) การสนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) 3. พลังงานทดแทนจากชีวมวลภาคการเกษตรและขยะ (1) การพัฒนางานวิจัยสำหรับ 10 อุสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (S-Curve) (2) การสร้างกลไกเชื่อมโยงการวิจัยและนักวิจัยระดับสากลทั้งการแลกเปลี่ยนความรู้ นักวิจัยและการทดลองนวัตกรรม โดยเน้นให้เป็นไปตาม Roadmap งานวิจัยสำหรับอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ (3) การวิจัยองค์ความรู้ในระดับ Deep Technology สำหรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (4) การสร้างระบบนิเวศทางการวิจัยที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการพัฒนางานวิจัยทุกด้านของ อววน. เช่น การส่งเสริมระบบ Research Funding (5) การสร้างฐานข้อมูลงานวิจัยและงานวิจัยที่ได้รับสิทธิบัตรรูปแบบต่างๆ ของหน่วยงานในสังกัด สำหรับความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา คือ (1) โครงการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงการต่างประเทศและการค้าและกระทรวงนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งประเทศฮังการี ประจำปี ค.ศ. 2020-2022 (2) การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในฮังการีกับวิทยาลัยพระพุทธศาสนาธรรมเกท

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์! “ไทย-อินเดีย ประเดิมทำ “มินิ เอฟทีเอ”

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังประชุมหารือกับ 3 ภาคเอกชนด้านการค้าไทยและอินเดีย ประกอบด้วย หอการค้าอินเดีย-ไทย สมาคมธุรกิจอินเดีย-ไทย 3.สภาธุรกิจไทย-อินเดีย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทยว่า ไทยให้ความสำคัญกับตลาดอินเดียเป็นพิเศษ เพราะอินเดียมีขนาดใหญ่ทั้งประชากรกว่า 1,300 ล้านคนและขนาดเศรษฐกิจลำดับ 5 ของโลก และเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์นำภาคเอกชนเดินทางไปเยือนและเจรจาการค้ากับอินเดียแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งสามารถลงนามเอ็มโอยูซื้อขายสินค้าระหว่าวกันรวม 10,137 ล้านบาท และทำการส่งมอบแล้ว 5,948 ล้านบาท หรือ 60% ส่วนที่เหลือติดเรื่องโควิด-19 ที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออก ซึ่งในการหารือครั้งนี้ เห็นพ้องเพิ่มการค้าเชิงลึกระหว่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะการทำข้อตกลงทางการค้าซึ่งเดิมนั้นมีเอฟทีเอไทย-อินเดียและเอฟทีเออาเซียน-อินเดียแล้ว แต่ตนได้เพิ่มนโยบายให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับภาคเอกชนเพิ่มจัดทำมินิเอฟทีเอระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กับ รัฐหรือมณฑลของประเทศต่างๆที่จะช่วยให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าเชิงลึกระหว่างไทยกับแต่ละรัฐแต่ละมณฑลได้มากขึ้น ซึ่งทุกฝ่ายเห็นพ้องทำมินิเอฟทีเอไทยกับอินเดีย “จากนี้จะดำเนินการยกร่างสำหรับการทำมินิเอฟทีเอระหว่างกระทรวงพาณิชย์หรือไทยกับรัฐเตลังคานาของอินเดีย โดยจะนำเรื่องนี้เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ก่อนจัดการลงนามระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของไทยกับกระทรวงอุตสาหกรรมของรัฐเตลังคานาของอินเดีย เบื้องต้นคาดว่าเดือนมกราคม 2564” นายจุรินทร์ กล่าว

กรมอนามัย แนะ 6 วิธี ลดฝุ่น PM2.5 แบบเห็นผล

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนในวันที่ 16 ธ.ค.63 พบว่า เกินค่ามาตรฐานในกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรปราการ แต่มีแนวโน้มลดลงในทุกพื้นที่ เนื่องจากลมพัดแรงขึ้น โดยคาดว่าในช่วงวันที่ 17- 24 ธ.ค.63 สถานการณ์ฝุ่นจะอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และบางพื้นที่อยู่ในระดับปานกลางและดี ตามลำดับ ซึ่งถึงแม้ว่าค่าฝุ่นละอองจะเริ่มลดลง แต่ประชาชนก็ยังคงดูแลใส่ใจสุขภาพตนเองอยู่เสมอ พร้อมทั้งช่วยกันลดแหล่งสะสมของฝุ่นได้ด้วย 6 วิธีง่ายๆ ดังนี้ 1.หมั่นทำความสะอาดบ้าน ปัดกวาดหยากไย่ ฝุ่นละออง หรือ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน โดยเช็ดถูทำความสะอาดพื้นและตามซอกมุมต่างๆ เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่น รวมทั้งล้างอุปกรณ์เครื่องใช้ เช่น พัดลม เครื่องปรับอากาศ แผ่นกรองอากาศและมุ้งลวดให้สะอาดอยู่เสมอ รวมทั้งห้องนอนซึ่งเป็นที่ซ่อนไรฝุ่นด้วยการซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน มุ้ง ผ้าห่มและพรมเช็ดเท้าอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ที่สำคัญขณะทำความสะอาดควรสวมถุงมือ หน้ากากปิดจมูกและปากทุกครั้งเพื่อช่วยป้องกันการสูดฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกายได้ 2.ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว โดยให้ใช้รถสาธารณะ 3.เช็กสภาพรถเป็นประจำและดับเครื่องยนต์เมื่อจอดรถทุกครั้ง 4.งดเผาขยะ ใบไม้ 5.งดจุดธูป เปลี่ยนมาใช้ธูปสั้น หรือธูปไฟฟ้า 6.ปลูกต้นไม้ที่มีใบหยาบและมีขน เพราะใบไม้แบบนี้มีประสิทธิภาพในการดักฝุ่นสูง เช่น ตะขบฝรั่ง เถากันภัย เล็บมือนาง พวงประดิษฐ์ เป็นต้น ทั้งนี้ ก่อนออกจากบ้านประชาชนยังคงต้องสวมหน้ากากป้องกันและติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศ ด้วยการดูค่า AQI ได้ที่เว็บไซต์ air4thai.pcd.go.th หรือแอพพลิเคชั่น “Air4thai” ของกรมควบคุมมลพิษ หรือเฟซบุ๊กเพจ “คนรักอนามัย ใส่ใจอากาศ PM 2.5” ของกระทรวงสาธารณสุขอยู่เสมอ เพื่อดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย

ยาน “ฉางเอ๋อ-5″ ของจีนนำตัวอย่างเก็บจากดวงจันทร์กลับสู่โลกได้สำเร็จ

www.xinhuathai.com
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แคปซูลส่งกลับ (return capsule) ของยานฉางเอ๋อ-5 (Chang’e-5) ซึ่งเป็นยานสำรวจดวงจันทร์ของจีน ได้ลงแตะพื้นโลกแล้วเมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ (17 ธ.ค.) โดยนำตัวอย่างที่เก็บจากดวงจันทร์กลับมายังโลก ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่จีนปฏิบัติภารกิจดังกล่าวสำเร็จ และเป็นการเก็บตัวอย่างจากดวงจันทร์ชุดใหม่ของโลกในรอบ 40 ปี องค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) รายงานว่า ยานสำรวจฉางเอ๋อ-5 ได้ลงจอดที่อำเภอซื่อจื่อหวัง เขตปกครองตนเองมองโกเลียทางตอนเหนือของประเทศ โดยการลงจอดนี้เป็นบทสรุปความสำเร็จของโครงการสำรวจดวงจันทร์ของจีนที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนอันประกอบด้วยการโคจร การลงจอด และเก็บตัวอย่างกลับมายังโลก ฉางเอ๋อ-5 เป็นหนึ่งในภารกิจที่ซับซ้อนและท้าทายที่สุดในประวัติศาสตร์การบินและอวกาศของจีน โดยยานลำนี้ประกอบด้วยโมดูลโคจร (orbiter) โมดูลลงจอด (lander) โมดูลพุ่งขึ้น (ascender) และโมดูลส่งกลับ (returner) ได้ถูกปล่อยสู่อวกาศเมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา โมดูลลงจอดและโมดูลพุ่งขึ้นของยานได้ลงจอดทางเหนือของจุดที่เกิดการก่อตัวของภูเขาไฟ “มอนส์ รึมเคอร์” ( (Mons Rümker) ในแอ่งขนาดใหญ่ “โอซีเอนัส พรอสซาเลรัม” (Oceanus Procellarum) หรือที่เรียกกันว่ามหาสมุทรแห่งพายุในด้านใกล้ของดวงจันทร์เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ภารกิจอันเป็นหมุดหมายสำคัญนี้ได้บรรลุความสำเร็จเป็นครั้งแรกในหลายๆ ด้านของจีน อาทิ การเก็บตัวอย่างจากดวงจันทร์ครั้งแรก การนำยานขึ้นจากพื้นที่นอกโลกครั้งแรก การนัดพบและเชื่อมยานในวงโคจรของดวงจันทร์ครั้งแรก และเป็นยานอวกาศลำแรกที่ขนตัวอย่างจากดวงจันทร์กลับมายังชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็วสูง