จากข้อมูลโครงการสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตขึ้นทั่วโลกในแต่ละปี หรือประมาณ 1.3 พันล้านตัน ถูกปล่อยให้เน่าเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ กลายเป็นความสูญเปล่าทางอาหาร และก่อให้เกิดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 3.3 พันล้านตันต่อปี
จำนวนอาหารที่ถูกทิ้งขว้างเหล่านี้มีมูลค่ารวมกันกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 30 ล้านล้านบาท เพียงพอนำไปเลี้ยงดูผู้คนที่หิวโหยได้มากถึง 870 ล้านคน ซึ่งผู้คนที่อดอยากหิวโหยจำนวน 870 ล้านคนนั้น จำนวนเกินกว่าครึ่งหรือราว 552 ล้านคน อาศัยอยู่ในภูมิเอเชียแปซิฟิครวมถึงประเทศไทย
สาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤติความสูญเปล่าทางอาหาร เนื่องจากระบบการจำหน่ายที่มีกระบวนการควบคุมไม่เหมาะสม การซื้อสินค้าและการเตรียมอาหารที่มากเกินจำเป็น ทานเหลือ และเลือกบริโภค
สหประชาชาติ จึงตั้งเป้าลดความสูญเปล่าทางอาหารของโลกลงครึ่งหนึ่งในระดับค้าปลีกและผู้บริโภค และลดการสูญเสียอาหารจากกระบวนการผลิต และห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยวภายในปี 2573

วิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวถึงปัญหาความสูญเปล่าทางอาหาร หรือ Food Waste ส่งผลกระทบต่อทุกคนในวงกว้างทั้งในมิติเศรษฐกิจ มิติสิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางอาหารของโลก
“ถึงเวลาแล้วที่เราจะร่วมกันแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อให้ตระหนักถึงผลเสียที่ก่อเกิดจากอาหารที่ถูกทิ้งอย่างสูญเปล่า ที่มีแนวโน้มรุนแรงมากยิ่งขึ้นในอนาคต” เขากล่าว
หากทุกคนสามารถลดปริมาณความสูญเปล่าทางอาหาร และบริโภคอาหารอย่างสมดุล นอกจากจะสามารถลดรายจ่ายค่าอาหารในครัวเรือนอย่างยิ่งยวดแล้ว ยังช่วยทำให้ระดับความมั่นคงทางอาหารของคนบนโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นด้วย ขณะที่มิติด้านสิ่งแวดล้อมคือการลดปริมาณขยะและก๊าซมีเทนที่ส่งผลให้เกิดสภาวะเรือนกระจกรุนแรงยิ่งกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า
ปัญหาขยะอาหารไม่ใช่แค่เพียงสิ่งที่เรากินเหลือ แต่มันเกิดขึ้นตั้งแต่จุดเริ่มต้นของระบบคือในฟาร์มและในครัว พืชผักจำนวนมากที่เก็บเกี่ยวมาแล้วถูกคัดทิ้งเพราะรูปร่างไม่สวย หรือการทิ้งบางส่วนของพืชที่เราไม่นิยมนำมาทำอาหาร ซึ่งเรียกว่า Food Loss หรือ การสูญเสียทางอาหาร ประเด็นนี้ต้องจัดการตั้งแต่กระบวนการผลิต แต่สิ่งที่ควรตระหนักคือเมื่อมันกลายเป็นอาหารพร้อมบริโภคแล้วหากกินไม่หมด หรือเน่าเสียก็จะกลายเป็น Food Waste ที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อโลก

“บริษัท ซีพีแรม จำกัด ในฐานะผู้ผลิตอาหาร ตระหนักถึงปัญหานี้จึงร่วมกับ สาขาวิชามีเดียอาตส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดตัวโครงการ การประกวดคลิปวิดีโอความยาว 3 นาที “คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste” เชิญชวนนักเรียน – นักศึกษาทั่วประเทศ แชร์ไอเดียสร้างพลังผ่านคลิปวีดีโอ เพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องลดความสูญเปล่าทางอาหารในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีส่วนสำคัญในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม”
“แรงบันดาลใจของโครงการมาจากการตั้งคำถามในสิ่งที่เห็นจากอาหารในจานที่ทานไม่หมดกองอยู่ตรงหน้า หรือแม้แต่ผักและผลไม้ที่เน่าเสียอยู่ในตู้เย็น ขณะที่ความหิวโหยของเด็กน้อยในแอฟริกา หรือประเทศที่อยู่ในสภาวะสงครามยังขาดแคลนอาหาร รวมทั้งการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถควบคุมได้ แม้แต่ในประเทศไทยเองที่ได้ชื่อว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ อยู่ที่ไหนก็ไม่อดตาย แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่ห่างไกลที่ยังขาดแคลนอาหาร”

ระดับมัธยมศึกษา
รางวัลชนะเลิศ – ทีมไก่ฟ้า จากโรงเรียนเซนต์ดอมินิก ผลงาน “Food Waste Break Heart”
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 – ทีมทำไมไม่สนใจ จากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย กับผลงาน “ทำไมไม่สนใจ”
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 – ทีม 4 A.M. โรงเรียนวารีเชียงใหม่ ผลงาน “Life Chage Earth Change”
รางวัลชมเชย 1 – ทีมตำน้ำพริกไม่ละลายแม่น้ำ จากโรงเรียนปริยส์รอยแยลส์วิทยาลัย กับผลงาน “เมื่อขยะอาหารมีมากกว่าที่ทานเหลือ”
รางวัลชมเชย 2 – ทีม Duckdan Production จากโรงเรียนเลยพิทยาคม ผลงาน “Food Waste Monster”

ระดับอุดมศึกษา
รางวัลชนะเลิศ ทีม RESET PRODUCTION มหาวิทยาลัยรังสิต กับผลงาน “ทิ้งได้ไงหัวใจอยู่ในกล่อง”
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 – ทีมป้าลดข้าวหน้อย จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กับผลงาน “ป้าๆ ลดข้าวหน่อย”
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีมใต้ตาดำ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผลงาน “กินเหลือกลัวโดนปรับ”
รางวัลชมเชย 1 – ทีม ภสค. เฮ้าส์ จาก มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กับผลงาน ” กิน (ไม่)เหลือ รวย!!!”
รางวัลชมเชย 2 – ทีมปุ๊กปิ๊ก มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผลงาน “เราไม่ได้ทิ้งมัน แต่เรากำลังรับมัน”












