Monday, August 31, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.4

“บิ๊กตู่” คอนเฟิร์ม! สั่งวัคซีนเพิ่มอีก 35 ล้านโดส ฉีดได้เกือบทั้งประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 ) หรือ ศบค.ว่า สำหรับเรื่องวัคซีนที่หลายคนให้ความสนใจและต่างประเทศมีการฉีดมาบ้างแล้ว เราก็ต้องดูให้เกิดความปลอดภัยให้ได้เสียก่อนจริงๆ ว่าไม่มีผลข้างเคียง ซึ่งมาตรฐานองค์การอาหารและยา (อย.) ของเราถือเป็นมาตรฐานที่รับได้ วันนี้ได้ให้กรมควบคุมโรค สถาบันวัคซีนเข้าไปดูแลร่วมกับอย.แล้ว คาดว่าในระยะเวลา 3 เดือนนี้จะได้เข้ามา 2 ล้านโดสก่อน ซึ่งก็ต้องเตรียมแผนว่าจะฉีดให้ใครบ้างตามลำดับความเร่งด่วน และที่เหลืออีก 26 ล้านโดสจะเข้ามาในระยะต่อไป และตนให้เพิ่มเติมไปอีก 35 ล้านล้านโดส ดังนั้นคาดว่าจะฉีดให้คนส่วนใหญ่ได้เกือบหมดทั้งประเทศ ซึ่งก็ต้องดูว่าเมื่อถึงเวลานั้นมีความจำเป็นต้องฉีดทั้งประเทศหรือเปล่า ถ้ามีความจำเป็นอย่างนั้น บริษัทของเราที่พัฒนาผลิตวัคซีนก็มีพร้อมอยู่แล้วในขณะนี้ก็มีความพร้อมในการผลิต อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เช่นกัน

“ประกันสังคม” จ่ายเงินทดแทนว่างงานจากโควิด 50% ลดสมทบต่ออีก 3 เดือน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กล่าวถึงมาตรการเยียวยาผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้ออก “กฎกระทรวงกําหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ.2563” กำหนดให้ลดเงินสมทบนายจ้างและผู้ประกันตนเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่มกราคม-มีนาคม ดังนี้ ผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 ลดเงินสมทบเหลือร้อยละ 3,ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ลดเงินสมทบเหลือ 278 บาทต่อเดือน ซึ่งจะช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของทุกฝ่ายได้ถึง 15,660 ล้านบาท พร้อมกันนี้ สำนักงานประกันสังคม ยังมีมาตรการช่วยเหลือกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย (โรคระบาด) สำหรับลูกจ้างผู้ประกันตนที่มีเงินสมทบครบ 6 เดือนใน 15 เดือน แต่ไม่ได้ทำงานหรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน เนื่องจากต้องกักตัว หรือนายจ้างหยุดประกอบกิจการจนลูกจ้างไม่ได้รับค่าจ้าง จะได้รับสิทธิทดแทนในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวันตลอดระยะเวลากักตัวแล้วแต่กรณี แต่ไม่เกิน 90 วัน เช่น ผู้ที่มีฐานเงินเดือน 15,000 บาทจะได้รับเงินเยียวยา 7,500 บาท ซึ่งมาตรการนี้ครอบคลุมทั้งประเทศ ไม่ใช่เพียง 28 จังหวัดตามที่มีประกาศสั่งให้หยุดกิจการ โดยสามารถขอรับสิทธิประโยชน์ กรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน สปส.2-01/7 ผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th ได้ตั้งแต่วันนี้

อว. โร้ดโชว์ Reinventing University ภาคอีสานปรับตัวสู่มหาวิทยาลัยยุคใหม่

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  กล่าวว่า หลังกระทรวง อว. เปิดตัวโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย หรือ Reinventing University อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 ก็มีแผนในการเดินหน้าจัดประชุมสัมมนาวิชาการลงพื้นที่ 3 ภาค ที่ผ่านมาได้นำร่องในพื้นที่ภาคใต้ จัดที่จังหวัดสงขลาวันที่ 17 ธันวาคม 2563 และครั้งนี้ได้ปรับให้เข้าสถานการณ์โควิด-19 เน้นที่ระบบออนไลน์ เพื่อสร้างความเข้าใจและชี้แจงการเข้าร่วมโครงการฯ ในกลุ่มมหาวิทยาลัยภาคตะวันเฉียงเหนือที่จังหวัดขอนแก่น ทั้งนี้การดำเนินโครงการฯ กิจกรรมดังกล่าวต้องการให้การศึกษาของไทยระดับอุดมศึกษาเกิดการเปลี่ยนแปลงที่จะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรให้มีคุณภาพ สอดคล้องการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวง อว. ซึ่งการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่จะทำให้เกิดการปฏิรูประบบอุดมศึกษาอย่างแท้จริงและเป็นรูปธรรม พร้อมยังสามารถผลิตบัณฑิตที่เชื่อมโยงตอบโจทย์กับความต้องการของประเทศ โดยได้จัดกลุ่มมหาวิทยาลัยออกเป็น 5 กลุ่มตามความถนัด เนื่องจากสถาบันอุดมศึกษาส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจและเกิดความสับสนว่าสถาบันตัวเองควรอยู่กลุ่มไหน ทั้งนี้เพื่อให้นโยบายการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปตามนโยบายของ รมว.อว. ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงแนวทางและสร้างความเข้าใจในการขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาตามกลุ่มยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่มหาวิทยาลัยจะต้องประเมินตนเองในด้านความพร้อม โดยดูจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมไปถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัย มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาในการเลือกกลุ่ม

ผู้รับสิทธิ “คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน” ลุ้น! ต้องยื่นภาษีเงินได้หรือเปล่า

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ผู้บริหารของกรมสรรพากรกำลังพิจารณากรณีผู้ที่ได้รับเงินจากโครงการคนละครึ่ง จำนวน 3,500 บาท และโครงการเราเที่ยวด้วยกันที่ได้รับส่วนลดค่าพักโรงแรม 40% และได้รับคูปองค่าอาหารวันละ 600-900 บาท จะต้องคิดเป็นรายได้เพื่อยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2563 ที่ให้เริ่มยื่นแบบแสดงรายการภาษีตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 31 มี.ค. 2564 โดยขณะนี้มีผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเริ่มสอบถามเข้ามาที่กรมสรรพากรถึงความชัดเจนเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เพราะกังวลว่าหากไม่แจ้งรายได้ในส่วนนี้เพื่อเสียภาษีจะถูกเบี้ยปรับเงินเพิ่มย้อนหลังได้ โดยได้มีการหารือเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา เพราะตามหลักการแล้วรายได้จากโครงการคนละครึ่งและโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ต้องยื่นแบบแสดงเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีหากเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นในปี 2563 จะต้องยื่นแบบในต้นปี 2564 แต่หากเป็นรายได้ในปี 2564 จะต้องยื่นในปี 2565 ทั้งนี้ ผู้บริหารของกรมสรรพากรจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลังว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร หากจะให้มีการยกเว้นภาษีก็ต้องมีการนำเรื่องเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบโดยด่วน เพราะการยื่นภาษีเงินได้ของปี 2563 ได้เริ่มขึ้นแล้วและมีคนที่ได้สิทธิ์ในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 กว่า 10 ล้านคน และระยะที่ 2 อีก 5 ล้านคน นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันอีกจำนวนมาก 

ราคาทองฟิวเจอร์ร้อนพุ่งทะลุแนว 1,930 ดอลลาร์ จับตาเลือกตั้ง สว.จอร์เจียดันขึ้นอีก

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ ระบุ ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งกว่า 40 ดอลลาร์ ทะลุแนว 1,930 ดอลลาร์ในวันนี้ (4 ม.ค.) ขณะที่นักลงทุนพากันซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งแนวโน้มที่ประเทศต่างๆ จะออกมาตรการล็อกดาวน์เพื่อสกัดการแพร่ระบาด นอกจากนี้ ราคาทองยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ ซึ่งได้เพิ่มความน่าดึงดูดของทอง ทำให้สัญญาทองมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น โดย ณ เวลา 17.13 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ดีดตัวขึ้น 41.50 ดอลลาร์ หรือ 2.19% สู่ระดับ 1,936.60 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองรัฐจอร์เจียในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะตัดสินว่าพรรคเดโมแครตหรือรีพับลิกันจะครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ซึ่งหากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งก็จะทำให้ทางพรรคครองอำนาจเบ็ดเสร็จในทำเนียบขาว วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเอื้อต่อการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ และจะหนุนให้ราคาทองปรับตัวขึ้นต่อไป