คิดถึงสนามบิน กระเป๋าล้อลาก หรือโหยหาการเดินทางอยู่หรือเปล่าคะ ถ้าใช่…เราคือเพื่อนกัน และยังมีเพื่อนทั่วโลกที่อยู่ในภาวะเดียวกันนี้
ในสถานการณ์ระบาด ใช่ว่าเพื่อนทุกคนจะทำตามมาตรการรัฐ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เราควรเคร่งครัดกับตัวเองในเรื่องป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 และอาจเลือกใช้จ่ายแบบ Digital Payment เช่น เปิด e-Wallet เติมเงินเข้าระบบเพื่อใช้จ่ายแบบลดการสัมผัสเท่าที่จะทำได้ (หรือไร้การสัมผัสไปเลย) ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสได้
จากแนวคิด e-Wallet สู่ Multi-currency wallet เร่งเครื่องการใช้จ่ายแบบไร้สัมผัสในระดับภูมิภาค
เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของตัวเราเอง…บางคนอาจกังวลหนักจนไม่อยากจะจับหรือสัมผัสสิ่งต่างๆ กระเป๋าเงินดิจิทัล (e-Wallet) จึงเข้ามามีบทบาทและโควิดก็เร่งสปีดให้คนไทยคุ้นเคยกับการชำระเงินผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Payment) มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการออกนโยบาย คนละครึ่ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ผู้ใช้ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ติดตั้งในโทรศัพท์มือถือก่อนจึงจะใช้งานได้
นอกจากภาครัฐก็มีเอกชนหลายรายพัฒนาระบบและใช้งาน e-Wallet อย่างแพร่หลาย เช่น AirPay (โดย SEA), TrueMoney Wallet (โดยทรู), Dolphin Wallet (โดยเซ็นทรัล) เข้ามาช่วยให้ระบบนิเวศการใช้จ่ายเงินผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลในไทยขยายวงกว้างขึ้น
แต่การใช้จ่ายสกุลเงินเดียวผ่านแอปพลิเคชันอาจไม่ตอบโจทย์ชีวิตหลังโควิด จังหวะนี้ YouTrip ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัลที่รองรับหลายสกุลเงิน (Multi-currency wallet) ก้าวขึ้นมาประกาศว่า บริษัทกำลังขยายตลาดและได้ลงนามความร่วมมือกับ Visa (วีซ่า) ผู้ให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

YouTrip Multi currency wallet ที่เฟื่องฟูไปกับอีคอมเมิร์ซ
YouTrip เริ่มให้บริการที่สิงคโปร์เมื่อปี 2561 ขยายตลาดมายังประเทศไทยในปี 2562 โดยจับมือกับ ธนาคารกสิกรไทย แบงก์ไทยที่มีผู้ใช้งาน Digital Banking มากกว่า 13.9 ล้านราย (ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2020) โดยชูจุดขายว่า เป็นแพลตฟอร์มที่ให้เรทดีกว่าและไม่มีค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ นักเดินทางและผู้จับจ่ายใช้สอยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็จะได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นเมื่อใช้จ่ายข้ามแดนผ่าน Multi-currency wallet นี้ เช่น คนไทยไป สปป.ลาว ก็ไม่ต้องแลกเงินไทยเป็นเงินลาว แต่ใช้เงินในกระเป๋าเงินดิจิทัลจ่ายข้ามสกุลเงินได้เลย
ด้านยอดดาวน์โหลด ข้อมูลล่าสุดจากการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันไปใช้งานในสิงคโปร์และไทยนั้น มีมากกว่าหนึ่งล้านครั้ง โดยหลังจากเป็นพันธมิตรกับ วีซ่า วีซ่าจะเข้ามาเสริมศักยภาพของ YouTrip ในด้านการมอบประสบการณ์การใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศสำหรับ นักเดินทางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้สะดวกรวดเร็วและสมาร์ทยิ่งขึ้น
แต่ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 การเดินทางระหว่างประเทศถูกเบรกเอี๊ยด YouTrip จึงปรับกลยุทธ์ธุรกิจมาที่ การใช้จ่ายออนไลน์เป็นสกุลเงินต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และถือว่ามาถูกจังหวะ เพราะทำสถิติยอดการใช้จ่ายรายไตรมาสเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
YouTrip คาดการณ์ว่าจะมี ยอดการจับจ่ายด้านการท่องเที่ยวมากถึง 541 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2573 จากรายได้สุทธิที่เพิ่มมากขึ้นและการเดินทางข้ามประเทศที่สะดวกยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาเรื่อง ทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภคประจำปีโดยวีซ่า พบว่า ผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สนใจที่จะชำระเงินในรูปแบบดิจิทัล โดยเกือบ 70% ของผู้บริโภคคาดหวังว่า พวกเขาจะสามารถชำระเงินแบบไร้เงินสดได้มากขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า
โตไวแน่ แต่หลังจากฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว
แนวคิดของเทคสตาร์ทอัพที่พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อ ‘แลกเปลี่ยนสกุลเงินของเราให้เรทที่ดีกว่า และ ใช้จ่ายได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน 2.5% ในกว่า 150 สกุลเงิน’ คาดว่าจะได้รับความสนใจมากขึ้นเมื่อการท่องเที่ยวระหว่างประเทศเริ่มฟื้นตัว และมีแนวโน้มสูงว่า ผู้คนจะเริ่มท่องเที่ยวในภูมิภาคของตัวเองก่อน จึงเป็นโอกาสสำคัญของ YouTrip ที่จะยืนหนึ่งขึ้นมาเป็นตัวเลือกด้านการชำระเงินได้หลายสกุลเงินสำหรับนักเดินทางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ฝั่งยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาไม่ต้องแลกเปลี่ยนสกุลเงินในภูมิภาคเดียวกันอย่างบ้านเรา เนื่องจากมีการใช้สกุลเงินหลักในภูมิภาคเพียงสกุลเดียว ต่างจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ ไทย เมียนมาร์ เวียดนาม ที่ใช้สกุลเงินแตกต่างกัน ดังนั้น เมื่อมีแพลตฟอร์มตัวกลางเข้ามาลดขั้นตอนการแลกสกุลเงินกลับไปกลับมา กอปรกับปลดล็อกเรื่องค่าธรรมเนียมจากการแลกเงินได้ด้วย ตัวเลือกนี้จึงน่าจะดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
อีกปัจจัยสำคัญที่จะกระตุ้นการใช้งานแพลตฟอร์มดังกล่าวคือ ความต้องการในการเดินทางและการใช้จ่ายในต่างประเทศที่อัดอั้นมาแรมปี ผนวกกับ ความพร้อมของวีซ่าที่มีเครือข่ายร้านค้าทั่วโลกมากกว่า 70 ล้านแห่งรองรับการใช้งาน ก็จะช่วยให้โซลูชั่นของ YouTrip เข้าถึงนักเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เร็วยิ่งขึ้น

YouTrip ทริปหน้าที่มาเลย์ – ฟิลิปปินส์
ซีซีเลีย ชู ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ YouTrip กล่าวถึงความร่วมมือกับวีซ่าว่า จะช่วยให้บริษัทเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและจะผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านการชำระเงินข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคนับล้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต
ส่วนแผนที่จะขยายการให้บริการไปยังประเทศต่อไปคือ มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์ เนื่องจากทั้งสองประเทศถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง จึงวางแผนบุกตลาดภายใน 6 – 12 เดือนข้างหน้านี้ และที่สำคัญ เปิดรับการชำระเงินแบบดิจิทัลจนเติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมาเลเซียมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจาก 17% เป็น 40% ขณะที่ฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นจาก 14% เป็น 45%
YouTrip คาดการณ์มูลค่าการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวต่างประเทศที่จะเกิดขึ้นในปี 2564 สำหรับประเทศมาเลเซียอยู่ที่ 12.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนประเทศฟิลิปปินส์อยู่ที่ 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ













