
40 ล้านคนรับเงินเยียวยา 3,500 บาท ยกเว้นข้าราชการ พนักงาน รสก. ประกันสังคมมาตรา 33

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าได้มีการหารือกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ จัดทำมาตรการเศรษฐกิจบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังพิจารณาวงเงินช่วยเหลือที่เหมาะสม แรงงานนอกระบบ อาชีพอิสระ เกษตรกร จำนวน 3,500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน โดยให้นำเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีภายในสัปดาห์หน้า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้สรุปตัวเลขผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการเราชนะ ซึ่งจะเห็นความชัดเจนในวันที่ 19 ม.ค.นี้ รวมทั้งเกณฑ์คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการด้วย เบื้องต้นตัวเลขผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะใกล้เคียงจำนวน 40 ล้านคน ด้านนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เบื้องต้นกลุ่มที่ไม่เข้าข่ายได้รับเงินเยียวยา 3,500 บาท ได้แก่ เจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้อยู่ในระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 ผู้มีรายได้สูง โดยจะมีการกำหนดเกณฑ์ของรายได้อีกครั้ง ส่วนกลุ่มที่จะได้ในเบื้องต้นจะมีผู้ประกอบอาชีพอิสระ เกษตรกร ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และ 40 เป็นต้น สำหรับวิธีการจะมีการเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์และแอพพลิเคชันเราชนะ แต่สำหรับบางคนที่รัฐมีข้อมูลอยู่แล้วและเข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิ เช่น ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอาจไม่ต้องมาลงทะเบียนเพิ่ม ซึ่งรัฐจะนำฐานข้อมูลที่มีอยู่แล้วมาประกอบการพิจารณาซึ่งหลังจากนี้จะสรุปและแจ้งทางการอีกครั้ง

สธ. เผยโควิด-19 เริ่มคงตัว หลังควบคุมจุดแพร่เชื้อได้

นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค และ ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทยและการใช้แอปพลิเคชัน “หมอชนะ” โดย นพ.ทวีทรัพย์กล่าวว่า ยอดสะสมของการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม 2563 รวม 6,597 ราย ครึ่งหนึ่งมาจากระบบบริการและเฝ้าระวัง และอีกครึ่งหนึ่งมาจากการค้นหาเชิงรุก รักษาหายกลับบ้านสะสม 2,792 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาล 2,588 ราย จำนวนนี้อาการหนัก 28 ราย ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ 11 ราย และยังอยู่โรงพยาบาลสนาม 870 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 0.1% สำหรับภาพรวมการระบาดระลอกใหม่เริ่มคงตัว จากการค้นหาและควบคุมจุดแพร่ระบาดที่สำคัญ การติดตามผู้สัมผัสและผู้เข้าไปในพื้นที่เสี่ยง ส่วนปัจจัยเสี่ยงของการระบาดเป็นวงกว้างในระลอกใหม่คือการอยู่ในสถานที่มีคนแออัด อยู่ใกล้ชิดกัน และไม่สวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า และการเข้ามาของแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ ทั้งนี้ การควบคุมโรคจะสำเร็จได้ต้องควบคุมและจำกัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยง การปิดสถานที่ที่มีความเสี่ยง และค้นหาประชากรที่มีความเสี่ยงให้ได้รับการคัดกรอง รวมทั้งขอประชาชนร่วมมือยกระดับมาตรการองค์กรและมาตรการส่วนบุคคลในการป้องกันควบคุมโรค

ธารน้ำใจเพื่อผู้เสียสละ “กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มอาสาดับไฟป่าเพื่อชาติ” ครั้งแรกในไทย

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดไฟป่าและฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นประจำทุกปี โดยแต่ละปีพบว่ามีอาสาสมัครดับไฟป่าซึ่งไม่ได้เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประสบอุบัติเหตุในขณะเข้าดับไฟป่าจนเสียชีวิตจำนวนหนึ่งและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก และถึงแม้ว่าประชาชนและอาสาดับไฟป่าจะสามารถใช้สิทธิสวัสดิการ 30 บาทรักษาทุกโรคและโครงการสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินรักษาฟรีภายใน 72 ชั่วโมง (UCEP) เพื่อรับการรักษาพยาบาล แต่สวัสดิการดังกล่าวก็ยังไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องนำระบบประกันภัยเป็นกลไกมาช่วยในการบริหารความเสี่ยง แต่เนื่องจากเดิมไม่มีผลิตภัณฑ์ประกันภัยสำหรับคุ้มครองภัยที่เกิดกับผู้ที่อาสาเข้าไปดับไฟป่า ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของภารกิจของผู้ที่อาสาดับไฟป่าที่เป็นภารกิจที่มีอันตรายและมีความเสี่ยงอย่างมาก แต่ยังไม่มีสวัสดิการเพียงพอ ซึ่งหากไม่มีอาสาสมัครเหล่านี้ ไฟป่าก็จะลุกลามสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ชีวิตของมนุษย์ สัตว์ป่า ตลอดจนทรัพย์สินอื่นๆ เป็นอย่างมาก สำนักงาน คปภ. ถือว่าภารกิจอาสาดับไฟป่านี้เป็นภารกิจเพื่อชาติ จึงได้ร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัย พัฒนา “กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มอาสาดับไฟป่าเพื่อชาติ” เป็นการเฉพาะครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีระยะเวลาเอาประกันภัยขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่ในการดับไฟป่า ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2564 ถึง 10 พฤษภาคม 2564 ด้วยเบี้ยประกันภัย 34 บาทต่อกรมธรรม์ โดยให้ความคุ้มครองใน 2 กรณีหลักๆ คือ กรณีการเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากอุบัติเหตุขณะเข้าปฏิบัติการดับไฟป่า รวมถึงอุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ ให้ความคุ้มครองเป็นจำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท และการชดเชยรายได้ระหว่างการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในกรณีได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุขณะเข้าปฏิบัติการดับไฟป่า (สูงสุดไม่เกิน 20 วัน) วันละ 200 บาท ซึ่งเบี้ยประกันภัยจำนวน 1,200,000 บาท เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนและอาสาดับไฟป่าได้อุ่นใจในขณะปฏิบัติงานปฏิบัติหน้าที่

ทวิตเตอร์เผยบทสนทนาเกมมิ่งทั่วโลก 2 พันล้านทวีต ปี 2020 ไทยครอง TOP 5 โลก

ปี 2020 เป็นปีของการที่ผู้คนต้องอยู่บ้าน #StayAtHome และทำงานที่บ้าน #WFH กลายเป็นวิถีชีวิตใหม่ และเป็นปีของการที่ผู้คนเล่นวิดีโอเกมมากกว่าปกติ ทั้งยังเป็นครั้งแรกกับปรากฏการณ์มากกว่า 2 พันล้านทวีตเกี่ยวกับเกมบนทวิตเตอร์ในปีเดียว ซึ่งเพิ่มสูงขึ้น 75% จากปี 2019 และยังพบว่าจำนวนของผู้ทวีตเกี่ยวกับเกมเพิ่มขึ้นถึง 49% เกมนับเป็นหัวข้อบทสนทนายอดนิยมอันดับ 6 บนทวิตเตอร์ บรรดาคอเกมทั่วโลกต่างใช้ทวิตเตอร์มาพูดคุยโมเม้นต์ต่างๆ ของปีและเป็นสถานที่ที่มาคอนเน็คกันในช่วงที่ไม่สามารถพบปะกันได้ สำหรับประเทศไทย บทสนทนาเรื่องเกมเพิ่มขึ้น 97% ในครึ่งปีแรกของ 2020 จึงดันให้ประเทศไทยครองอันดับ 5 ของประเทศที่มีการทวีตเกี่ยวกับเกมมากที่สุดในปี 2020 ตามหลังญี่ปุ่น (อันดับ 1), สหรัฐอเมริกา (อันดับ 2) เกาหลีใต้ (อันดับ 3) และบราซิล (อันดับ 4) โดยเกมที่ถูกทวีตถึงมากที่สุดในประเทศไทยในปี 2020 ได้แก่ Animal Crossing: New Horizons (@animalcrossing), PUBG (@PUBG), IdentityV (@IdentityVJP), The Sims (@TheSims), และ Disney: Twisted-Wonderland (@twst_jp)
สำหรับทีมอีสปอร์ตส์ที่ถูกทวีตถึงมากที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ Gen.G (@GenG), T1 (@T1), OG (@OGesports), Team Griffin (@TeamGriffinLoL) และ FNATIC (@FNATIC)

ชาวอินเดียแฉตัวเองโดนหมกเม็ดเป็นกลุ่มทดลองวัคซีนโควิดไม่รู้ตัว

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ ระบุ ชาวอินเดียกว่า 750 รายในเมืองโภปาล รัฐมัธยประเทศ ซึ่งเข้าร่วมในโครงการทดลองวัคซีนโควาซิน (Covaxin) อ้างว่าโรงพยาบาลที่เป็นสถานที่ดำเนินการทดลองนั้นไม่แจ้งให้พวกตนทราบว่าเป็นกลุ่มตัวอย่างสำหรับการทดลองวัคซีนดังกล่าว จากการพูดคุยผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กลุ่มตัวอย่างทดลองกล่าวว่าพวกตนโดนกล่อมให้เชื่อว่าจะได้ฉีดวัคซีนตามโครงการของรัฐบาล โดยได้ค่าตอบแทนคนละ 750 รูปี อินเดียมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ โดยในขณะนี้หน่วยงานด้านเภสัชกรรมของอินเดียได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนต้านโควิด-19 เป็นกรณีฉุกเฉินจำนวน 2 รายการคือวัคซีน Covishield ซึ่งบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และวัคซีน Covaxin พัฒนาโดยภารัต ไบโอเทค และสภาวิจัยทางการแพทย์แห่งอินเดีย (ICMR) วัคซีน Covaxin นั้นผ่านการอนุมัติให้ใช้เป็นกรณีฉุกเฉินโดยควบคุมอย่างเข้มงวด แม้ว่าการทดลองด้านประสิทธิภาพยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม โดยมีการทดลองกับอาสาสมัครจำนวน 28,500 รายทั่วอินเดียตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว ทั้งนี้วิทยาลัยการแพทย์ People’s Medical College ในเมืองโภปาลได้คัดเลือกคนเข้าร่วมโครงการทดลอง 1,700 ราย ในช่วงวันที่ 28 พ.ย. – 31 ธ.ค. ปีที่แล้ว โดยกว่า 750 คนในจำนวนนี้มาจากย่านชุมชนแออัด 5 แห่งรอบโรงพยาบาล ข้อกล่าวหาดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาที่ทางการอินเดียเตรียมฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าจำนวน 30 ล้านคน ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 16 ม.ค.นี้ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความไม่โปร่งใส ความไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการเก็บบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการทดลองวัคซีนโควิด-19 ในอินเดียที่ไม่เพียงพอ
Post Views: 766