ท่ามกลางสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำสูง และปัญหาคนไร้บ้านในเมืองใหญ่ มีหนึ่งในธุรกิจที่กำลังได้รับการจับตาคือ ผู้ประกอบการสังคม หรือ Social Enterprise ที่มุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ยากไร้ในรูปแบบต่างๆ โดยกรณีศึกษาที่โดดเด่นสำหรับ SE ประเภทนี้คือ Beam ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตคนไร้บ้านอย่างจริงจัง เป็นการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่การบริจาคเงินหรือซื้อข้าวปลาอาหารและข้าวของเครื่องใช้ให้แล้วจบไป แต่เป็นการสร้างอาชีพ ทำให้พวกเขามีรายได้ มีที่อยู่่อาศัย และที่สำคัญมีอนาคตที่ดีไม่ต่างจากคนอื่นๆ ในสังคม

Beam คือผู้ประกอบการเพื่อสังคม หรือธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ในสหราชอาณาจักร เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2017 ก่อตั้งโดย Alex Stephany จากการที่เขาได้รับแรงบันดาลใจหลังจากได้รู้จักกับชายจรจัดคนหนึ่งที่สถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับย่านที่พักอาศัยของเขา ชายคนนี้ว่างงานนานหลายสิบปีแล้ว Alexมักจะซื้อกาแฟและถุงเท้าให้ชายไร้บ้าน ไร้งานคนนี้เป็นประจำ แต่ยิ่งนานวันเข้าชีวิตความเป็นอยู่ของชายคนนี้กลับแย่ลงเรื่อยๆ กระทั่งเขาหัวใจวายเสียชีวิตไปในที่สุด และนั่นทำให้ Alex ตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เขาจะทำอย่างไรเพื่อสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงให้กับชีวิตอื่นๆ ที่เหมือนกับผู้ชายคนนั้น” คำตอบคือ ต้องทำให้เขามีทักษะในการเลี้ยงชีพ ให้เขายืนหยัดได้ด้วยตัวเอง แน่ละ Alex รู้ดีว่าการจะทำเช่นนั้นได้ย่อมมีราคาค่างวดแพงกว่ากาแฟมาก แต่ถ้าทุกคนช่วยกันลงขันล่ะ?

นั่นจึงเป็นที่มาของBeam (มาจากคำว่า Be Amazing) ซึ่งเป็น SE ระดมทุนเพื่อสร้างโอกาสในการทำงานใหม่สำหรับคนไร้บ้านรายแรกของโลก ด้วยการจัดหาเครือข่ายเพื่อสนับสนุนอาชีพ ตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำปรึกษาและแนะแนวทางอย่างใกล้ชิด ไปจนถึงคนแปลกหน้าที่มีนำ้ใจไมตรี ยินดีที่จะมอบเงินให้การสนับสนุนเแคมเปญระดมทุนของพวกเขา Beam จึงเป็น SE ที่ใช้เทคโนโลยีออนไลน์เพื่อค้นหาวิธีแก้ไขปัญหาสังคมที่ยากที่สุด โดยเริ่มจากการปัญหาคนไร้บ้าน
จนถึงขณะนี้ ฺBeamมีผู้สนับสนุน 7,328 คน ในจำนวนนี้มี 1,889 คน สนับสนุนเป็นรายเดือน ซึ่งผู้สนับสนุนเลือกได้ว่าจะสนับสนุนใคร หรือจะให้ Beam จัดสรรให้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา SE รายนี้ได้ช่วยให้ผู้คนไร้บ้านมากกว่า 444 คน (แคมเปญ) บรรลุศักยภาพของตัวเองและก้าวสู่เป้าหมายในชีวิตที่แต่ละคนตั้งใจไว้ และมี 190 คน ได้งานทำแล้ว โดย Beam ระดมทุนได้มากกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 60 ล้านบาท) เฉพาะปีที่แล้วเพียงปีเดียวสามารถระดมทุนได้มากกว่า 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 36 ล้านบาท) สำหรับ 262 คน (แคมเปญ) ซึ่งคนไร้บ้านที่ร่วมแคมเปญจะได้รับการเสนอชื่อหรือคัดเลือกมาจากองค์กรสาธารณกุศลและหน่วยงานราชการท้องถิ่นกว่า 35 แห่ง ที่เป็นพันธมิตรกับ Beam

ตัวอย่างของคนไร้บ้านที่พลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลัง จากพลังของ Social Enterprise นี้ คือ Tony Elie จากลอนดอนตะวันออก สหราชอาณาจักร เขาเป็นคนไร้บ้านและอาศัยอยู่ในสถานสงเคราะห์สำหรับคนไร้ที่พึ่งเป็นเวลา 10 ปี แต่ตอนนี้เขาทำงานเป็นช่างไฟฟ้า หลังจากระดมทุนได้มากกว่า 4,000 ปอนด์ (ราว 163,590 บาท) ผ่านเครือข่ายคราวด์ฟันดิ้งที่สนับสนุนคนจรจัดให้มีอาชีพที่มั่นคง
“เป้าหมายของผมในตอนนั้นคือการได้รับคุณสมบัติบางอย่าง เพื่อเป็นใบเบิกทางในการหางานทำ ได้รับสวัสดิการ และมีห้องพักส่วนตัวในแฟลตอยู่ให้ได้ภายในระยะเวลา 2-3 ปี และผมก็ได้ทุกอย่างที่ว่ามาหมดแล้ว”
จากการที่เขาเปิดรับการระดมทุนผ่าน Beam.org ทำให้เขาได้รับเงินสนับสนุน 4,378 ปอนด์ (ราว 179,050 บาท) และนั่นทำให้เขาได้นำไปจ่ายค่าเล่าเรียนในการฝึกทักษะวิชาชีพช่างไฟฟ้าได้

อีกหนึ่งตัวอย่างที่พลิกชีวิตได้เพราะ Beam คือ Hana ที่ปัจจุบันยังชีพด้วยการเป็นช่างเสริมสวย จากก่อนหน้านี้เธอใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในการทำงานที่แอฟริกาตะวันออกซึ่ง ณ ขณะนั้นเธอมีความสุขมาก แต่สถานการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมของเธอทำให้เธอต้องหลบลี้หนีภัยเพื่อความปลอดภัยของท้ั้งตัวเธอเองและลูกชายวัย 11 ขวบของเธอ จากการที่เธอมีหนังสือเดินทางอิตาลีและพี่สาวของเธออาศัยอยู่ในลอนดอนเป็นเวลาหลายปี ดังนั้นเธอจึงเดินทางมาที่ลอนดอน โดยหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น
Hanaย้ายมาอยู่กับพี่สาว 3 ชีิวิตอาศัยอยู่ด้วยกันในห้องเล็กๆ เธอหวังว่าการเป็นอยู่ที่แออัดนี้จะกินระยะเวลาเพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่ความจริงที่เกิดขึ้นคือผ่านมาปีกว่าแล้ว ถึงแม้ว่าเธออยากหางานทำตั้งแต่มาถึงลอนดอน เพื่อมีรายได้ในการขยับขยายหาที่พักใหม่ แต่มันยากกว่าที่เธอคาดไว้มาก เพราะนอกเหนือจากพี่สาวของเธอ Hanaไม่รู้จักใครเลย และเมื่อนายจ้างที่เธอไปสมัครงานถามถึงข้อมูลต่างๆ ที่ทางการต้องการ ก็กลายเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงสำหรับเธอที่จะได้งานทำ

จนกระทั่งเธอได้รู้จักกับ Beam และขอความช่วยเหลือ ทีนี่เธอได้พบกับคำถามเปลี่ยนชีวิตที่ว่า “คุณอยากจะทำงานอะไร” เธอตื่นเต้นและดีใจมาก จากที่เธอคาดหวังว่าจะมีโอกาสทำเล็บตามที่ถนัด เจ้าหน้าที่ของ Beam กลับมอบ
โอกาสที่มากกว่านั้น นั่นคือการเป็นช่างเสริมสวยที่ใช้ทักษะหลากหลายมากขึ้น โดยเธอได้รับการฝึกอบรมจนช่ำชองและเชี่ยวชาญ และจากการระดมทุนที่เธอได้รับ3,845 ปอนด์ (ราว 157,250) จากผู้สนับสุน 477 ราย ที่มอบเงินสนับสนุนเธอรายละ 2-200 ปอนด์ (ราว 82-8,200 บาท) ทำให้ Hanaได้ทำงานที่เธอรัก และยังมีรายได้เพื่อเลี้ยงชีพการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะด้านความสวยความงามเพ่ิมเติม รวมถึงใช้จ่ายเป็นค่ามัดจำและค่าเช่าห้องพักใหม่ด้วย โดยนอกเหนือจากเงินระดมทุนดังกล่าวแล้ว สิ่งที่มีค่ามากสำหรับเธอก็คือบรรดาข้อความให้กำลังใจต่างๆ จากผู้สนับสนุนเธอนั่นเอง ซึ่ืงเธอก็จะคอยอัพเดทข่าวสารและเรื่องราวๆ ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต โดยเฉพาะความสำเร็จจากการทำงานที่่ผู้สนับสนุนเธอทุกคนมีส่วนร่วมในชีวิตใหม่ของเธอ
นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ของความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการใช้แพลตฟอร์มระดมทุนผ่านเว็บไซต์เพื่อคนที่ไม่มีที่ซุกหัวนอน แม้จะทำให้คนไร้บ้านหลายคนจะได้รับการช่วยเหลือให้ลืมตาอ้าปากได้ แต่ทุกวันนี้ยังมีคนไร้บ้านอีกจำนวนมากเหลือเกินท่ี่รอโอกาสนี้เช่นกัน จะดีแค่ไหน ถ้ามี SE แบบ ฺBeam อยู่ทั่วโลก เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนได้หยิบยื่นน้ำใจให้แก่กัน เพื่อให้เพื่อนมนุษย์ที่ยากลำบากสามารถยืนหยัดได้อย่างทรนง และทำให้ความเหลื่อมล้ำต่างๆ ในสังคมลดน้อยลงไป
ทั้งนี้ Schwab Foundation for Social Entrepreneurship ระบุว่าผู้ประกอบการเพื่อสังคมทั่วโลกได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนมากกว่า 622 ล้านคน ใน 190 ประเทศ และ SE สำหรับโฮมเลสอย่าง Beam ก็เป็นฟันเฟืองเล็กๆ ในนั้น
ที่มา :











