เมื่อโลกร้อนไม่ใช่คำขู่ให้มนุษยชาติตื่นตระหนกโดยใช่เหตุ แต่เป็นความจริงที่คืบคลานเข้ามาคุกคามคุณภาพชีวิตของผู้คนและสิ่งแวดล้อมให้ย่อยยับลงไปทุกที หนึ่งในหนทางที่น่าสนใจและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการต่อสู้ภัยร้ายนี้ คือกรณีศึกษาของการปลูกป่าในเมือง เพื่อคืนชีวิตให้กับริมฝั่งแม่น้ำเบรุต แม่น้ำสายหลักที่ทอดตัวผ่านใจกลางเมืองหลวงของประเทศเลบานอน
ป่าไม้ในเมือง หรือ วนานคร (Urban Forest) หมายถึง กลุ่มของหมู่ไม้หรือพืชพรรณที่อยู่ภานในหรืออยู่รอบๆ บริเวณพื้นที่ซึ่งมีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์หนาแน่น นับตั้งแต่พื้นที่ชุมชนขนาดเล็กๆ ในเขตชนบท ไปจนถึงบริเวณพื้นที่มหานครขนาดใหญ่

ป่าไม้ในเมือง จึงเป็นการวางแผนการปลูกการป้องกันการบำรุงรักษาและการดูแลต้นไม้ป่าไม้พื้นที่สีเขียวและทรัพยากรที่เกี่ยวข้องในและรอบๆ เมืองและชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคมและสาธารณสุขสำหรับประชาชน รวมถึงการรักษาต้นไม้และป่าไม้ เนื่องจากประชากรในเมืองขยายตัวไปสู่พื้นที่ชนบทโดยรอบ และป่าไม้ในเมืองยังเป็นการฟื้นฟูส่วนสำคัญของสภาพแวดล้อมในเมืองหลังการก่อสร้าง การขยายตัวในเมือง / ชนบท ทำให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนตลอดจนเป็นโอกาสในการสร้างความเชื่อมโยงด้านการศึกษาและสิ่งแวดล้อมระหว่างคนในเมืองและธรรมชาติ นอกจากนี้ ป่าไม้ในเมืองและชุมชนยังรวมถึงการพัฒนาการมีส่วนร่วมของพลเมือง และการสนับสนุนการลงทุนในโครงการปลูกต้นไม้ และดูแลรักษาต้นไม้ในระยะยาวอีกด้วย
การป่าไม้ในเมืองจึงครอบคลุมถึงระบบการจัดการเพื่อประโยชน์ที่หลากหลาย เช่น เพื่อประโยชน์ในการจัดการลุ่มน้ำภายในเขตเมือง เพื่อถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า เพื่อประโยชน์ในเชิงนันทนาการ เพื่อการออกแบบภูมินิทัศน์ เพื่อการหมุนเวียนของเสียในเขตเมืองกลับมาใช้ซ้ำ อีกทั้งยังรวมถึงเพื่อประโยชน์ในเชิงผลผลิตของเนื้อไม้และเนื้อเยื่อ
การป่าไม้ในเมือง จึงเป็นหนทางหนึ่งในการที่จะช่วยบรรเทา และเยียวยาปัญหาสิ่งแวดล้อมในเขตเมืองให้ดีขึ้น ทั้งยังจะทวีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้นในอนาคต เนื่องจากเมืองต่างๆ ทั่วโลก ได้ตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ในเมือง ด้วยการออกนโยบายด้านการจัดการพื้นที่สีเขียวในเมือง และการป่าไม้ในเมืองอย่างจริงจัง

สำหรับกรณีศึกษาที่แม่น้ำเบรุต ใช้ชื่อโครงการว่า Beruit RiverLESS เป็นผลงานของ theOtherDada บริษัทสถาปนิกเลบานอน และ Afforestt ซึ่งเป็นบริษัทของอินเดียที่รับปลูกป่าทั่วโลก โดยปลูกต้นไม้จากเลบานอนพันธุ์พื้นเมือง 17 ชนิด ตามริมฝั่งแม่น้ำเบรุต การดำเนินการที่เป็นรูปธรรมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำพื้นที่สีเขียวและคุณภาพสิ่งแวดล้อมของเมืองกลับคืนมา
“แม่น้ำเบรุต” มีต้นกำเนิดจากน้ำพุสองแห่งในเบรุต มีความยาว30 กิโลเมตร เป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงของเลบานอน เป็นสัญลักษณ์แห่งการเสื่อมสภาพของสิ่งแวดล้อมของเมือง จากการล่วงล้ำของมนุษย์ที่เริ่มขึ้นในยุคโรมันโดยในปี 1968 แม่น้ำได้เปลี่ยนจากระบบนิเวศที่เป็นธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพและใช้งานได้ เป็นท่อส่งน้ำคอนกรีต รองรับบน้ำเสียที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ ในเมืองและจากโรงงานอุตสาหกรรม สุ่มเสียงต่อการทำลายสุขภาพของคนในชุมชน และปิดกั้นการเข้าถึงแม่น้ำ

“สำหรับใครที่เดินทอดน่องไปตามริมฝั่งแม่น้ำเบรุตก่อนปี 1968 จะได้พบผู้คนกำลังตกปลา บ้างกำลังปิกนิกใต้ต้นสนและต้นพิสตาชิโอ แต่การตัดสินใจของรัฐบาลในปีนั้น ได้นำไปสู่ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและสังคมมานานหลายทศวรรษ แม่น้ำที่เคยมีชีวิตชีวากลายเป็นดินแดนที่ไม่มีผู้คนอาศัยและเป็นที่ตั้งของการรุกล้ำกล้ำกรายและทำลายสิ่งแวดล้อมทุกประเภท” Adib Dada สถาปนิกด้านสิ่งแวดล้อมของเลบานอนและนักปลูกป่าไม้ กล่าว “ของเสียถูกทิ้งลงไปในแม่น้ำ สิ่งปฏิกูล กากอุตสาหกรรม และแม้แต่จระเข้ที่เป็นสัตว์เลี้ยงของใครบางคน เหล่านี้ทำให้ชุมชนขาดความเชื่อมั่นอย่างสิ้นเชิงจากแม่น้ำสายนี้”
Dada ซึ่งเกิดในเบรุต จึงหาหนทางที่จะหยุดมลภาวะนี้ พร้อมกับรักษาชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง โดย The Other Dada บริษัทสถาปนิกของเขาได้ร่วมมือกับ Elise van Middelem ผู้ประกอบการจากซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดย Sugi องค์กรของเธอได้จัดหาแหล่งเงินทุนผ่านการรับบริจาคออนไลน์ เพื่อพลิกฟื้นเมืองใหม่ทั่วโลก
โครงการพลิกฟื้นคืนชีวิตให้กับแม่น้ำเบรุตที่กำลังหายใจรวยรินนี้มีชื่อว่า Beirut RiverLESS เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศที่สูญหายไป ปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตของผู้คนในเมืองที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ ตลอดจนเพื่อฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่ นั่นหมายความว่า “ป่าไม้ในเมือง” คือคำตอบ
“เนื่องจากเราไม่สามารถทำให้แม่น้ำกลับมามีชีวิตได้โดยตรง เราจึงตัดสินใจที่จะทำให้ระบบนิเวศของป่าซึ่งเคยมีอยู่ริมฝั่งแม่น้ำกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ประโยชน์เพิ่มเติมคือป่าในเมืองกลายเป็นพื้นที่ทางสังคม ทำให้ผู้คนกลับไปที่ริมแม่น้ำ นี่เป็นวิธีทางอ้อมในการดึงดูดพวกเขากลับมายังพื้นที่ที่ไม่มีใครรักนี้ และทำให้พวกเขาสังเกตเห็นแม่น้ำ และตั้งคำถามกับสภาพของมัน เราเชื่อว่าสิ่งนี้ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงมันต่อไป”
“แม้จะเป็นโครงการที่่มีค่าใช้จ่ายไม่น้อย แต่เงินทุนไม่ได้เป็นปัญหามากนัก เพราะเราระดมทุนจากคนในพื้นที่และผ่านแอประดมทุนที่เรียกว่า Sugi Project ความท้าทายหลักส่วนใหญ่คือการเข้าถึงที่ดิน ในขณะที่เราขยายโครงการนี้ออกไปนอกฝั่งของแม่น้ำเบรุต เราพบว่าการเข้าถึงที่ดินทำได้ยากมาก เจ้าหน้าที่ไม่ตอบสนองหรือไม่สนใจว่าเรากำลังนำเสนอสิ่งที่ดีกว่า ดังนั้นเราต้องต่อสู้อย่างยากลำบากเพื่อเข้าถึงที่ดิน”

ขั้นตอนแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2019 The Other Dada ร่วมมือกับ Afforest ผู้ประกอบการเพื่อสังคม ปลูกต้นไม้และพุ่มไม้กว่า 1,200 ต้น จาก 17 พันธุ์พื้นเมืองของเบรุต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเวิร์กชอปการปลูกป่าในเมือง ด้วยการใช้เทคนิคใหม่ของมิยาวากิ (การปลูกป่านิเวศตามทฤษฎีของ ศ.ดร.อาคิระ มิยาวากิ เป็นการปลูกป่าด้วยพันธุ์ไม้พื้นเมือง ที่เหมาะกับสภาะแวดล้อมในพื้นที่นั้นๆ ช่วยร่นระยะเวลาการเจริญเติบโตของป่าธรรมชาติ จาก 100 ปี เหลือ เพียง 10 ปี) โดยป่าที่สร้างขึ้นด้วยพันธุ์พื้นเมืองจะมีความหลากหลายทางชีวภาพมากขึ้น 100% หนาแน่นขึ้น 30 เท่า เติบโตเร็วขึ้น 10 เท่า และดูดซับเสียงและมลภาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ 30 เท่า
พื้นที่ในเทศบาล Sin el Fil ริมฝั่งแม่น้ำเบรุต เป็นสถานที่แรกภายใต้โครงการนี้ มีอาสาสมัครลงแรงลงใจกว่า 15 คน ช่วยฟื้นฟูพื้นที่ขนาด 200 ตารางเมตร โดยการสนับสนุนของเทศบาล ด้วยหวังว่าการปลูกป่าในเมืองจะทำให้อากาศสะอาด ลดน้ำท่วมฉับพลัน เติมน้ำใต้ดิน ฟื้นฟูธรรมชาติ รวมถึงจะทำให้ระบบนิเวศนี้พึ่งพาตนเองได้ภายใน 3 ปี และหลังจากประสบความสำเร็จกับ Sin el Fil เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2019 ทีมงานได้ปลูกป่าในเมืองแห่งที่ 2 ขนาด 100 ตารางเมตร ในสุสานใกล้ Horsh Beirut สวนใจกลางเมืองเบรุต

สำหรับระยะที่ 2 ของโครงการ Beirut RiverLESS เริ่มขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม 2019 ไฟป่าที่ทำลายพื้นที่ป่าส่วนใหญ่ในเขตภูเขาของเลบานอน เมื่อการประท้วงในเลบานอนเริ่มขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคม 2019 The Other Dada ได้ปลูกต้นไม้และพุ่มไม้พื้นเมืองขนาดใหญ่ 30 ต้นในจัตุรัส Martyr ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ประท้วงหลักของเบรุตในรูปแบบของโครงการปลูกป่าแบบกองโจร การดำเนินการนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของพื้นที่สีเขียวสาธารณะในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนทั้งชุมชน
จนถึงปัจจุบันป่าในเมือง Beirut RiverLESS ประกอบด้วยต้นกล้าพื้นเมือง 2,000 ต้น และการริเริ่มนี้จะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องขอบคุณแคมเปญระดมทุนดังกล่าว ที่ทำให้สามารถขับเคลื่อนโครงการได้โดยไม่ติดขัด
“ประโยชน์ที่สำคัญอย่างยิ่งของโครงการนี้ คือได้นำผู้คนกลับมาสู่พื้นที่ของเมืองนี้ที่เคยถูกทอดทิ้ง ริมฝั่งแม่น้ำเคยเป็นพื้นที่สังสรรค์ที่ยอดเยี่ยม และตอนนี้ผู้คนกลับมามาที่จุดนี้อีกครั้ง เพื่อที่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเพาะปลูกและการบำรุงรักษา” Data กล่าว

จากความร่วมมือร่วมใจของชุมชน และผลสำเร็จของโครงการนี้ ทำให้เกิดโครงการอื่นๆ งอกเงยตามมามากขึ้น เช่น ในปี 2020 อาสาสมัครจากโครงการแรกที่ทำงานร่วมกับ Dada, Sugi และหน่วยงานเทศบาล ได้ร่วมกันสร้างพื้นที่ใหม่ในเขตเทศบาล Zouk Mosbeh มุ่งเน้นไปที่พื้นที่ใต้ทางยกระดับและแนวถนนที่อยู่ติดกับโรงไฟฟ้าที่ก่อมลพิษ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการ Power Plant Forest นี้ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเช่นเดียวกับโครงการ Beirut RiverLESS ด้วยการทำให้เกิดการรักษาภูมิทัศน์ที่เสื่อมโทรม ลดมลภาวะ และสร้างชุมชนขึ้นมาใหม่ได้
ที่มา :











