รับมือ การระบาดรอบใหม่ กับ 7 เรื่องต้องรู้ เพื่อฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

การระบาดรอบใหม่ ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ทำเอาประชาชนทุกคน ธุรกิจน้อยใหญ่ ต่างได้รับผลกระทบกันไปตามๆ กัน ทั้งแผนการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวหรือกลับไปเยี่ยมบ้านช่วงเทศกาลสงกรานต์ของหลายคนที่ต้องพับไป ส่วนร้านค้า กิจการ ต่างๆ ที่คาดหวังว่าจะใช้เวลาแห่งช่วงเทศกาลหารายได้ก็ต้องทลายลงไปเช่นกัน ทว่า ในห้วงเวลาเช่นนี้ การเรียนรู้เพื่ออยู่ท่ามกลางวิกฤตและรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างมีสติ รู้เท่าทัน น่าจะเป็นหนทางที่ทุกฝ่ายต้องพึงระลึก พร้อมวางแนวทางที่จะปรับตัวไปตามสถานการณ์นี้ให้ได้อย่างดีที่สุด

เพื่อเป็นแนวทาง เน้นย้ำให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีสติ ซึ่งจะเป็นทางป้องกันตนเองและคนรอบข้างให้ปลอดภัยจาก การระบาดรอบใหม่ ได้ ขอหยิบเอาข้อเขียนของเพจ ไทยรู้สู้โควิด โดย เทียนทิพย์ เดียวกี่ ที่เคยเขียนไว้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อสื่อสารว่า “โควิดกลับมาคราวนี้หนักหนาเอาเรื่อง แต่เชื่อว่า ถ้าคนไทยร่วมมือกันเหมือนครั้งที่ผ่านมา เราทุกคนจะผ่านไปด้วยกันได้”

7 เรื่องจริง ที่ต้องรู้และลงมือทำ เพื่อรับมือ การระบาดรอบใหม่

“การระบาดของของ โควิด-19 รอบใหม่นี้ เราเชื่อว่าพวกเราทุกคนต้องผ่านไปด้วยดีถ้าเราร่วมมือและช่วยกัน” ผู้เขียนบทความเกริ่นสั้นๆ เพื่อสื่อสาร พร้อมบอกถึง 7 เรื่อง ที่ทุกคนต้องพร้อมรับรู้และลงมือทำ ซึ่งจะทำให้ชาวไทยผ่านวิกฤตรอบนี้ไปได้อีกแน่นอน

  • ผู้ประกอบการควรให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับ กลุ่มแรงงานต่างด้าว
แม้ว่าในครั้งนี้ ต้นตอการระบาดยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด เหมือนเมื่อครั้งที่เกิดขึ้นในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่มาจากกลุ่มแรงงานต่างด้าว ทว่า จากการที่ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ ที่กำลังแพร่การระบาดในประเทศไทยขณะนี้ คาดว่าจะมาจากแรงงาน ประเทศกัมพูชาและประเทศไทย ที่เดินทางข้ามไป ข้ามมาระหว่างสองประเทศ
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
“ต้นต่อของการระบาดในประเทศไทยครั้งนี้ ที่เกิดจากสายพันธุ์อังกฤษ ครั้งนี้ไม่น่าจะมาจากสถานกักกันของผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ น่าจะมาจากการเคลื่อนย้ายของประชาชนระหว่างประเทศกัมพูชาและประเทศไทย จากรายงานต่างด้าว หรือคนไทยที่ข้ามไป ข้ามมา น่าจะเป็นต้นเหตุ ในการแพร่ระบาดครั้งนี้”
ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการที่จ้างแรงงานต่างด้าว จึงควรให้ความรู้ด้านต่างๆเกี่ยวกับ การระบาดรอบใหม่ ของเชื้อไวรัสโควิด-19 แก่แรงงานต่างด้าว ไม่ว่าจะเป็นวิธีการป้องกันและดูแลตัวเอง ข้อปฏิบัติต่างๆ สิทธิทางกฎหมาย รวมทั้งข้อมูลสถานที่ที่จะให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือแก่แรงงานต่างด้าว
เพราะอย่าลืมว่าพวกเขาคือกำลังสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจของคนไทยเดินหน้า จึงควรดูแลพวกเขาอย่างใส่ใจ ไม่ใช่เมื่อเขาเป็นกลุ่มเสี่ยงแล้วจะทอดทิ้ง โดยผู้ประกอบการทุกคนสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว ได้

  • งดกินอาหารสด หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ ทุกชนิด ถ้าจะกินต้องแน่ใจว่าปรุงสุกแล้ว
ต้องแน่ใจว่าอาหารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสัตว์หรืออาหารทะเล ก่อนกินควรปรุงให้ร้อนและสุก เพราะจะช่วยป้องกันโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ โรคแอนแทรกซ์ รวมไปถึงเป็นการฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้อีกด้วย
อย่างล่าสุด ที่เป็นข่าวดัง เมื่อมีประชาชนเนื้อหมูมารับประทานดิบหรือสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ หลู้หมูดิบ ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านที่มีการใส่เลือดหมูดิบผสม หรือการปิ้งย่างไม่สุก ทำให้มีผู้เสียชีวิตด้วย โรคไข้หูดับ หรือ จากข้อมูลที่ นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ไว้ ระบุว่า การกินอาหารที่ไม่สุก อาจทำให้ติด โรคติดเชื้อสเตร็พโตค็อกคัส ซูอิส ซึ่งทำให้หูหนวกถาวรหรือเสียชีวิตได้
นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์
นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค

นายแพทย์โอภาส จึงแนะนำวิธีการป้องกันโรคไข้หูดับ คือ ควรบริโภคอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อน ทำสดใหม่ โดยเฉพาะเนื้อหมู ควรเลือกซื้อเนื้อหมูจากตลาดสดหรือห้างสรรพสินค้า ที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์ ไม่ซื้อเนื้อหมูที่มีกลิ่นคาว สีคล้ำ

ถ้ารับประทานเป็นอาหารปิ้งย่าง หมูกระทะ ควรทำให้สุกก่อน แยกอุปกรณ์ ที่ใช้หยิบเนื้อหมูสุกและดิบออกจากกัน ไม่ใช้เขียงของดิบและของสุกร่วมกัน การบริโภคอาหารปรุงสุกนอกจากจะเป็นการป้องกันโรคไข้หูดับแล้วยังเป็นการป้องกันโรคโควิด-19 ได้อีกด้วย
สุดท้าย ต้องไม่สัมผัสเนื้อหมูและเลือดดิบด้วยมือเปล่า โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ ควรสวมรองเท้าบู๊ทยาง สวมถุงมือ รวมถึงสวมเสื้อที่รัดกุมระหว่างทำงาน หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด และล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง

การระบาดรอบใหม่

  • พบปะกันได้ แต่จำไว้ต้องไม่ใกล้ชิด
ช่วงการแพร่ระบาด ถ้าเป็นไปได้ควรอยู่บ้าน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กและผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตามเมื่อจำเป็นต้องออกมาข้างนอก ต้องสวมหน้ากากไว้ตลอด และไม่อยู่ใกล้ชิดกันเกินไป เว้นระยะห่างกัน 1-2 เมตร หลีกเลี่ยงการสังสรรค์ เพราะเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อในกลุ่มใหญ่
เพราะในตอนนี้หลายคนตัดสินใจคงแผนเดิม กลับบ้านไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ ถ้าเป็นเช่นนี้ ยิ่งต้องปฏิบัติตามกฎนี้อย่างเคร่งครัด อาจต้องงดการกอด การหอมแก้ม กันไปก่อน ส่วนเวลารับประทานอาหารก็ควรมีช้อนกลาง หรือแยกกินแบบจานใครจานมัน ก็จะปลอดภัยที่สุด
  • ติดตามข้อมูล การระบาดรอบใหม่ จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ
เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว การติดตามข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ จะช่วยป้องกันไม่ให้เราเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงโดยไม่รู้ตัว หรือหากจำเป็นต้องไป จะได้ปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส.
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวในการเปิดสัมมนาว่า ในวันที่ 2 เมษายนของทุกปี ถือเป็นวันตรวจสอบข่าวลวงโลก ว่า
โคแฟค (Collaborative Fact Checking : Cofact) นวัตกรรมกลไกตรวจสอบข่าวลวงบนเว็บไซต์ cofact.org และ ไลน์ @cofact พบว่าข่าวลวงที่เกิดขึ้นในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 เปรียบเหมือนเชื้อไวรัสที่กระจายอย่างรวดเร็ว จนองค์การอนามัยโลกได้ออกมาเตือนถึงผลกระทบของข่าวลวงที่จะส่งผลให้สถานการณ์การระบาดโควิด-19 แย่ลง
โดยตั้งแต่มีโคแฟค ทำให้เกิดฐานข้อมูลในการตรวจสอบข่าวลวงด้านสุขภาพกว่า 2,500 ชุด มีการจัดทำบทความพิเศษ อินโฟกราฟิกที่เข้าใจง่ายกว่า 350 ชิ้น เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีภูมิคุ้มกัน

“ดังนั้นการมีจิตสำนึกพื้นฐานคือ การรู้เท่าทันสื่อ ขยับมาสู่การร่วมตรวจสอบข่าวลวง จนถึงช่วยกันสอดส่อง เฝ้าระวัง สกัดกั้นข่าวลวง ย่อมมีส่วนทำให้สถานการณ์โควิด-19 ในไทยแย่ลงไปกว่านี้ได้”

การระบาดรอบใหม่

  • เปิดเผยไทม์ไลน์การเดินทางตามความจริง เมื่อเดินทางไปยังสถานที่เสี่ยง
การให้ข้อมูลอย่างละเอียดและถูกต้องแก่บุคลากรทางการแพทย์เป็นสิ่งสำคัญต่อกระบวนการรักษา และการป้องกันการแพร่เชื้อไม่ให้ไปสู่คนใกล้ชิดอีกด้วย ที่ผ่านมามีหลายกรณีที่มีการปกปิดข้อมูล จนทำให้มีการรักษาล่าช้า จนเกิดการระบาดในวงกว้าง
นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) อธิบายหลักการสำคัญของการทำไทม์ไลน์ ผู้ติดเชื้อวิด-19 ไว้ว่า
“ทันทีที่ได้รับรายงานผลตรวจเชื้อจากห้องปฏิบัติการณ์วิทยาศาสตร์(ห้องแล็ป)ยืนยันติดเชื้อโรคโควิด-19 ทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วจะลงพื้นที่เพื่อสอบสวนโรคด้วยการสอบถามประวัติการเดินทางจากผู้ติดเชื้อ เพื่อนำมาสู่การเขียนเป็นไทม์ไลน์ จะทำให้ระบุได้ว่าผู้ติดเชื้อไปที่ไหน และเจอใครมาบ้าง จะได้ระบุผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และเสียงต่ำ ติดตามและนำเข้าสู่ระบบการป้องกันควบคุมโรค”
“โดยทั่วไปจะย้อนไปถึงเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ก่อนหน้าที่จะเริ่มป่วยหรือเริ่มตรวจพบ เพราะเป็นระยะเวลาที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นจุดที่ได้รับเชื้อ ดังนั้น ไทม์ไลน์ จึงจำเป็นและมีประโยชน์ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงของคนที่จะได้รับเชื้อว่าสัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำ หรือเขาไปในสถานที่ใด แพร่เชื้อให้ใครมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะแบ่งเป็น
ผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง (High risk contact) คือ ผู้ที่เรียน ผู้อาศัยร่วมห้องพัก หรือทำงานในห้องเดียวกันหรือคลุกคลีกัน ,ผู้สัมผัสที่มีการพูดคุยกับผู้ป่วยในระยะ 1 เมตรนานกว่า 5 นาที เป็นต้น
ผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่ำ (Low risk contact) คือ ผู้ที่ทำกิจกรรมอื่นๆร่วมกับผู้ป่วยโรคโควิด-19 แต่ไม่เข้าเกณฑ์ความเสี่ยงสูง และผู้ใกล้ชิดกับผู้สัมผัสเสี่ยงสูง กับผู้ใกล้ชิดกับผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ จัดว่าไม่มีความเสี่ยง (No risk)

ไทยชนะ

  • ไปไหนก็ตาม ต้องสแกน “ไทยชนะ” และเปิดใช้งาน “หมอชนะ” ตลอดเวลา
สืบเนื่องมาจากความจำเป็นในเรื่องของการเปิดเผยไทม์ไลน์ เมื่อไปไหนก็ตามในช่วงนี้ ควรต้องสแกนไทยชนะตามจุดที่กำหนด และเปิดใช้งานหมอชนะตลอดเวลา เพราะจะช่วยให้กรมควบคุมโรคสามารถสอบสวนโรคได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันความเสียหายที่รุนแรงได้ ซึ่งมาตรการนี้ไม่ได้มีใช้แค่ในประเทศไทย แต่มีใช้ในหลายประเทศเช่นกัน
เพราะแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” และ “หมอชนะ” เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการติดตาม และควบคุมโควิด 19 โดย “ไทยชนะ” เป็นแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน แพลตฟอร์มนี้จัดทำขึ้นมาเพื่อใช้ติดตามตัวประชาชนที่จะเข้าใช้บริการในห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าต่างๆ เพื่อจัดเก็บข้อมูลผ่านการเช็คอินและเช็คเอาท์ด้วยคิวอาร์โค้ด เปิดตัวในเดือน พ.ค. 2563
ส่วนแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” คือแอปพลิเคชันจัดเก็บข้อมูลการเดินทางของประชาชน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและประเมินระดับความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 จากสถานที่ต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง

หมอชนะ

ทั้ง 2 แอปนี้ เมื่อทุกคนใช้ ทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถทำงานเพื่อคัดกรองกลุ่มเสี่ยงได้ง่ายมากขึ้น โดยหากพบว่าผู้ใช้แอป เดินทางไปขอรับบริการทางการแพทย์มีความเสี่ยงสูง แพทย์ก็จะทราบและใช้เครื่องมือป้องกันตนเองได้อย่างถูกต้องและยังช่วยจัดลำดับความเร่งด่วนและวางมาตรการในการรักษาหรือส่งตรวจบุคคลผู้นั้นได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้ภาครัฐสามารถควบคุมสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • เด็ก จะปลอดภัยจากการติดเชื้อได้ ต้องหมั่นสอนให้รู้จัก การป้องกันตนเอง
เด็ก เป็นอีกหนึ่งกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพราะเด็กมักไม่ค่อยระมัดระวังตัวเอง ผู้ปกครองจึงควรให้ความรู้ที่ช่วยให้เด็กรู้จักป้องกันตัวเอง เช่น วิธีล้างมืออย่างถูกต้อง ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับโควิด นอกจากนี้การพูดคุยสอบถามความรู้สึกเด็กๆในบ้านอยู่เสมอ ก็ช่วยไม่ให้พวกเขาเกิดความเครียดจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ได้ โดย พญ.กวิตา ตรีเมธา และ ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ แพทย์จากภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อธิบายถึงเทคนิคการป้องกันเด็กและครอบครัวจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า

1. ควรอยู่แต่ในบ้านในช่วงที่มีการระบาด หลีกเลี่ยงการออกไปนอกบ้านโดยไม่จําเป็น หากจําเป็นต้องออกนอกบ้านควรหลีกเลี่ยงสถานที่ ที่มีคนมาก

 

2. สอนเด็กให้ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากสัมผัสที่สาธารณะหรือสัมผัสผู้ป่วย ก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องนํ้า หลังจากไอจาม โดยใช้นํ้าและสบู่ล้างมือเป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที หรือแอลกอฮอล์เจล

 

3. สอนให้ใช้กระดาษทิชชู่ปิดปากและจมูก เวลาไอ จาม และทิ้งในถังขยะและล้างมือทุกครั้งที่ใช้มือปิดปาก 

 

4. สอนเด็กให้หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา จมูก ปาก

 

5. ไม่ควรใช้ของส่วนตัวได้แก่ แก้วนํ้า หลอด จาน ช้อนส้อม แปรงสีฟัน ผ้าเช็ดตัว ร่วมกับผู้อื่น

 

6. ทําความสะอาดบ้าน สิ่งของที่เด็กสัมผัสบ่อยๆ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ของเล่น รีโมท เป็นต้น ด้วยนํ้ายาทําความสะอาดที่มีใช้ทั่วไป หากมีสิ่งที่อาจมีเปื้อนเชื้อโรค ให้ใช้นํ้ายาฟอกขาวโซเดียมไฮโปคลอไรต์เข้มข้น 500 ส่วนต่อล้านส่วนหรือ 0.05% (นํ้ายาฟอกขาว 1 ส่วนต่อนํ้า 99 ส่วน)

 

7. เด็กที่สุขภาพแข็งแรงดีไม่มีโรคประจําตัว ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการสวมหน้ากากอนามัยสามารถป้องกันหรือลดการติดเชื้อได้


อัปเดตทุกเรื่อง เพื่อก้าวผ่านการระบาดโควิด-19 ครั้งนี้ไปด้วยกัน

วัคซีนพาสปอร์ต กับ 10 คำถามฝากคิด ก่อนการฟื้นตัวจาก COVID-19 ระบาด

นักวิจัยไทยพัฒนาสารตั้งต้นผลิตยา ‘ฟาวิพิราเวียร์’ ต้านโควิด-19 สำเร็จ “อภ.-ปตท.” เตรียมสร้างโรงงาน

อัปเดตทุกเรื่องที่ต้องรู้ ก่อนตัดสินใจ ฉีดวัคซีนโควิด-19