อัพเดทสถานการณ์โควิด-19 ในต่างประเทศ ที่ไหนฟื้น ที่ไหนฟุบ มาตรการไหนที่ไทยน่าเอาอย่าง

ในขณะที่สถานการณ์โควิด-19 บ้านเรา ทำสถิตินิวไฮเพิ่มขึ้นทุกวัน ในภาพรวมระดับโลก สถิติล่าสุด (24 เมษายน) ก็ยังมีผู้ติดเชื้อถล่มทลาย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 527,805 ราย เสียชีวิต 6,780 ราย โดยเฉพาะอินเดีย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 286,680 ราย เสียชีวิต 1,908 ราย มาลองสำรวจตรวจตราดูว่าสถานการณ์โรคระบาดในประเทศต่างๆ ไปถึงไหนกันบ้าง และมาตรการใดที่กำลังใช้อยู่มีประสิทธิภาพหรือไม่ อย่างไร


France
Paris, France – May 14, 2020: Young man on his bike with a surgical mask to protect himself from covid-19 in a street in Paris
เริ่มที่ประเทศฝรั่งเศส ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันลดลง 17% (ประมาณ 30,000 ราย/วัน) ในพื้นที่ส่วนมากของประเทศ (80%) และเชื่อว่าได้ผ่านพ้นจุดสูงสุดของการแพร่ระบาดระลอกที่ 3มาแล้ว  
อย่างไรก็ตาม ยังคงเป็นการลดลงของจำนวนผู้ติดเชื้อที่ต่ำกว่าเมื่อช่วงหลังการล็อกดาวน์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2020 ถึงสองเท่า และยังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อเฉลี่ยในช่วง 7 วันที่ผ่านมาสูงกว่า 400 ราย/ประชากร 100,000 ราย ในพื้นที่ 15 จังหวัด นอกจากนี้ ยังคงมีจำนวนผู้ป่วยโควิด-19อาการหนักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลถึงประมาณ 6,000 ราย จากจำนวนผู้ป่วยอาการหนักรวมทุกโรค 7,600 ราย โดยหวังว่าจะเริ่มมีจำนวนลดลงในไม่ช้านี้
ด้านการฉีดวัคซีน คาดว่าในช่วงปลายสัปดาห์นี้ จะมีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดสประมาณ 14 ล้านคน ซึ่งเท่ากับ ¼ ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 18 ปี โดยปัจจุบันสามารถทำการฉีดวัคซีนได้ประมาณ 2.5 ล้านครั้ง/สัปดาห์ และมีผู้สูงวัยที่พำนักที่บ้านพักคนชราฉีดวัคซีนแล้วเกือบ 100% มีผู้ที่มีอายุมากกว่า 75 ปีและบุคลากรทางการแพทย์ฉีดวัคซีนแล้ว 70% และมีบุคลากรในสถานศึกษาฉีดวัคซีนแล้ว ¾

รัฐบาลฝรั่งเศสยืนยันขอให้เชื่อมั่นในวัคซีน AstraZeneca ซึ่งได้รับการรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัยทั้งในระดับอียูและระดับประเทศแล้ว ซึ่งขณะนี้ ฝรั่งเศสได้ฉีดวัคซีน AstraZeneca ที่ได้รับมาแล้วถึง ¾ และย้ำว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการข้างเคียงเกี่ยวกับลิ่มเลือดแข็งตัวร้ายแรงเพียง 5 ราย ต่อ 1 ล้านราย เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าความเสี่ยงเกิดอาการดังกล่าวขณะโดยสารด้วยเครื่องบินถึง 50 เท่า จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนที่มีอายุมากกว่า 55 ปีฉีดวัคซีนดังกล่าว
นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2021 เป็นต้นไป จะอนุญาตให้ผู้ที่พำนักในที่พักเดียวกันกับผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (immunodeficiency) สามารถรับการฉีดวัคซีนได้ โดยหากเป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 55 ปี จะได้รับวัคซีน AstraZeneca และหากมีอายุต่ำกว่า 55 ปีจะได้รับวัคซีน Pfizer-BioNtech กระนั้นปัจจุบัน ฝรั่งเศสยังไม่มีนโยบายฉีดวัคซีนให้แก่เด็ก เนื่องจากยังคงรอผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนในกลุ่มเด็ก และยังคงต้องรอให้ฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงและผู้ที่มีอายุมากกว่า 18 ปีทั้งหมด (ที่ประสงค์ฉีดวัคซีน) เสียก่อน
FRANCE
PARIS, FRANCE – MAY 20, 2020: nurse playing checkers with an elderly and disabled woman in a nursing home during the coronavirus pandemic Covid-19. Both wear a protective face mask.
ด้านมาตรการผ่อนปรนมาตรการทางสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม เป็นต้นไปจะยกเลิกการห้ามเดินทางเกินกว่า 10 กม. จากที่พักในช่วงกลางวัน แต่ยังคงมาตรการเคอร์ฟิวในช่วงเวลา 19.00 – 06.00 น. อยู่ แต่จะมีการพิจารณาทบทวนมาตรการดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ตามความเหมาะสมของพัฒนาการของสถานการณ์ทางสาธารณสุข
สำหรับการการเปิดเทอมการศึกษา สถานศึกษาทุกแห่งจะสามารถเปิดเทอมการศึกษาได้ตามกำหนดการที่กำหนดไว้ โดยขอให้เคารพแนวปฏิบัติทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดในสถานศึกษา อาทิ ต้องเปิดหน้าต่างถ่ายเทอากาศทุกชั่วโมงผู้ที่มีอายุมากกว่า 6 ปีต้องสวมหน้ากากอนามัย ต้องเว้นระยะ 2 เมตร ระหว่างกลุ่มขณะทานอาหารกลางวันในโรงอาหาร และกำหนดให้ปิดชั้นเรียนทันทีในกรณีที่พบผู้ติดเชื้อเพียง 1 ราย และรัฐบาลได้สั่งซื้อชุดตรวจหาเชื้อด้วยตนเอง (autotest) แล้ว 64 ล้านชุด ซึ่งจะแจกจ่ายให้แก่บุคลากรในสถานศึกษา (2 ครั้ง/สัปดาห์) และนักเรียนชั้น ม. ปลาย (1 ครั้ง/สัปดาห์) รวมทั้งนักศึกษาในมหาวิทยาลัย และหากสภาสูงสาธารณสุขเห็นชอบ ก็จะให้นักเรียนชั้นม.ต้นที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี สามารถใช้ autotest ได้เช่นกัน ส่วนนักเรียนชั้นประถมศึกษา จะเป็นการตรวจหาเชื้อจากน้ำลาย

Covax

สำหรับปฏิบัติการด้านมนุษยธรรม ฝรั่งเศสบริจาควัคซีนผ่านกลไก Covax โดยเมื่อวันที่ 21 เมษายน สำนักประธานาธิบดีฝรั่งเศสแจ้งว่า ฝรั่งเศสจะบริจาควัคซีน AstraZeneca จำนวน 500,000 โดสแก่ประเทศในทวีปแอฟริกาภายในเดือนมิถุนายน 2564 ผ่านกลไก Covax ซึ่งจะจัดสรรวัคซีนต้านโควิด-19 ยี่ห้อต่างๆ ให้แก่ประเทศที่ยากไร้จำนวน 92 ประเทศ เพื่อให้สามารถฉีดวัคซีนให้แก่ 27% ของประชากรประเทศเหล่านี้ได้ภายในสิ้นปี 2021 ซึ่งปัจจุบันได้มีการจัดสรรวัคซีนผ่านกลไก Covax แล้วจำนวน 38 ล้านโดส ให้แก่ 113 ประเทศ
ส่วนการเตรียมการสำหรับนายจ้างและแรงงานภายหลังสิ้นสุดภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและวิกฤติโควิด-19 บริษัทเอกชนจะยังคงสามารถขอรับเงินกู้ซึ่งค้ำประกันโดยรัฐได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2021 (จากเดิมมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน นี้) โดยรัฐบาลจะพิจารณาหาแนวทางในการลดหย่อนการเก็บภาษีหรือเงินสมทบประกันสังคมบางส่วน สำหรับบริษัทเอกชนที่ประกอบการในสาขาที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากวิกฤติทางสาธารณสุข (ท่องเที่ยว การจัดอีเวนท์ วัฒนธรรม กีฬา และร้านอาหาร) แม้เมื่อสิ้นสุดภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขแล้ว และจะยังคงไว้ซึ่งกองทุน Fonds de solidarité สำหรับภาคเอกชนในสาขาที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการเท่านั้น ส่วนภาคเอกชนที่เริ่มเปิดทำการใหม่อีกครั้งหนึ่ง จะทยอยลดการให้ความช่วยเหลือจากกองทุน Fonds de solidarité โดยจะมีการหารือในรายละเอียดกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ณ วันที่ 24 เมษายน ฝรั่งเศสมีผู้ติดเชื้อสะสม 5,440,946 ราย และเสียชีวิตสะสม 102,496 ราย


 Sweden
A set-up inside a fast-food restaurant in Sweden. No lockdown there during COVID-19 pandemic. However, they apply physical-distancing procedure on public area. Photo taken on summer 11th May 2020.
ต่อด้วยประเทศสวีเดน ขณะนี้ยังมีกระจายพื้นที่ของการแพร่ระบาดโควิด-19 ในสวีเดนอย่างกว้างขวาง และบุคลากรการแพทย์ยังคงต้องทำงานอย่างหนัก โดยผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่ในขณะนี้เป็นผู้ที่มีอายุระหว่าง 20-49 ปี ทั้งนี้ หนึ่งในสาเหตุที่สวีเดนมีอัตราผู้ติดเชื้อสูงเพราะมีการตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อจำนวนมาก อย่างไรก็ดี การฉีดวัคซีนมีผลทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตในระยะที่ผ่านมาลดลงอย่างชัดเจน แต่โดยรวมยังคงมีจำนวนผู้เสียชีวิตในอัตราที่สูง จณะที่จำนวนผู้ที่รักษาตัวในโรงพยาบาล 2,212 คน สวีเดนมีเตียงสำหรับผู้ป่วย ICU ทั้งหมด 781 เตียง ขณะนี้ใช้ไปแล้ว 656 เตียง ในจำนวนดังกล่าวเป็นผู้ป่วยโควิด 416 คน ดังนั้น สาธารณสุขสวีเดนจะยังคงไม่มีการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ หลังจากวันที่ 3 พฤษภาคม 2021 ร้านอาหาร ผับ บาร์ ร้านขายของ และสถานที่ออกกำลังกายจะยังคงต้องปิดทำการภายในเวลา 20.30 ของทุกวัน
ด้านวัคซีน ขณะนี้สวีเดนมีผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เข็ม จำนวน 2,010,951 คน (24.6% ของประชากรวัยผู้ใหญ่ในสวีเดน) ในจำนวนดังกล่าวมีผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้วทั้งสองเข็มจำนวน 700,650 คน (8.6% ของประชากรวัยผู้ใหญ่ในสวีเดน) กลุ่มอายุของประชากรที่ได้รับการฉีดวัคซีนมากที่สุดคือกลุ่มของประชากรอายุ 90 ปีขึ้นไป โดย90 % ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม และเกือบ 80% ได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้ว 2 เข็ม
กระทรวงการสาธารณสุขและบริการสุขภาพนอร์เวย์แถลงว่า นอร์เวย์ได้ให้สวีเดนและไอซ์แลนด์ยืมวัคซีน AstraZeneca รวม 216,000 โดส โดยแบ่งเป็นสำหรับสวีเดน 200,000 โดส และไอซ์แลนด์ 16,000 โดส ซึ่งนาย Bent Høie รัฐมนตรีสาธารณสุขฯ นอร์เวย์ กล่าวว่า “ถึงแม้ว่าการฉีดวัคซีน AstraZeneca ในนอร์เวย์จะถูกระงับชั่วคราวในขณะนี้ แต่ตนรู้สึกยินดีที่วัคซีนนี้ที่นอร์เวย์มีในสต็อกเป็นประโยชน์ต่อมิตรประเทศอื่นๆ ซึ่งเมื่อนอร์เวย์ได้อนุญาตให้มีการฉีดวัคซีน AstraZeneca อีกครั้ง นอร์เวย์ก็จะได้รับวัคซีนจำนวนดังกล่าวกลับคืนมา”

AstraZeneca

โดยกระทรวงสาธารณสุขสวีเดนได้ออกคำแนะนำอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนของบริษัท AstraZeneca โดยเฉพาะการทำให้ฉีดวัคซีนดังกล่าวให้กับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปต่อไป เนื่องจากผลพบข้างเคียงที่ทำให้เกิดการแข็งตัวของลิ่มเลือด ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นน้อยมาก และส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับผู้ที่มีอายุไม่เกิน 60 ปี สำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปี ประมาณ 180,000 คน ที่ฉีดวัคซีนเข็มแรกด้วยวีคซีนของ AstraZeneca ไปแล้ว ให้ฉีดเข็มที่สองด้วยวัคซีนของ Pfizers หรือ Moderna
ทั้งนี้ สวีเดนจะไม่ฉีดวัคซีน Johnson & Johnsons ให้กับประชาชนจนกว่าองค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (European Medicines Agency: EMA)  จะยืนยันผลข้างเคียงอย่างเป็นทางการของวัคซีนดังกล่าวต่อการก่อให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน
ในขณะเดียวกันศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่ศูนย์แสดงสินค้า Kistamässan กรุงสตอกโฮล์ม ได้เปิดให้บริการแล้ว โดยตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ได้ 10,000 คนต่อวัน (สำหรับผู้ที่จองเวลาล่วงหน้าและตามลำดับการฉีดวัคซีนที่รัฐบาลกำหนดไว้เท่านั้น)
ณ วันที่ 24 เมษายน สวีเดนมีผู้ติดเชื้อสะสม 938,343 ราย และเสียชีวิตสะสม 13,923 ราย

Denmark
Aalborg, Denmark June 8, 2020 A sign for a Covid-19 test center on the road.
ด้านประเทศเดนมาร์ก มีค่า Reproduction Figure (R0) ในสัปดาห์นี้เพิ่มขึ้นจากเดิม 1.0 เป็น 1.1 แสดงให้เห็นว่ามีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ดี จำนวนผู้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลลดลง ซึ่ง Dr. Torben Mogensen ประธานสมาคมโรคปอดแห่งเดนมาร์กได้ระบุว่า สถานการณ์โควิด-19 ในเดนมาร์กอยู่ภายใต้การควบคุม และการเปิดสังคมเดนมาร์กเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา จะไม่เป็นปัจจัยให้อัตราการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดสำหรับร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่ 
โดยตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2021 เดนมาร์กได้อนุญาตให้ร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่ เปิดให้บริการลูกค้าในร้านได้ โดยมีข้อกำหนดสำหรับการรับประทานอาหารในร้านว่า ต้องจองคิวล่วงหน้าอย่างน้อย 30 นาที และต้องมีวัคซีนพาสปอร์ตที่แสดงการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้วมากกว่า 2 สัปดาห์ หรือมีผลตรวจโควิด-19 ที่เป็นลบอายุไม่เกิน 72 ชม. หรือผู้เคยติดเชื้อโควิด-19 แล้วโดยมีผลตรวจเป็นบวกภายในช่วง 2 สัปดาห์ถึง 6 เดือนที่ผ่านมา ส่วนลูกค้าที่นั่งรับประทานอาหารภายนอกอาคารไม่จำเป็นต้องแสดงวัคซีนพาสปอร์ต นอกจากนี้ ร้านอาหารจะต้องยุติให้บริการเวลา 22.00 น. และปิดร้านภายในเวลา 23.00 น. นอกจากนี้ ได้อนุญาตให้นักเรียนในระดับชั้น 5 – 8 กลับเข้าเรียนได้มากขึ้น (จากก่อนหน้าที่รับอนุญาตให้เข้าเรียนสัปดาห์เว้นสัปดาห์) รวมทั้งให้นักเรียนที่กำลังจะจบการศึกษาและนักเรียนระดับอาชีวศึกษาสามารถกลับเข้าเรียนได้อีกครั้ง ตลอดจนจะอนุญาตให้สถานกีฬาในร่มสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่จะเปิดให้บริการได้ตามปกติ
Denmark
Copenhagen, Denmark-July 2020; Close up view of the glass houses, part of restaurant Ofelia at The Playhouse (Skuespilhuset); dining with Covid-19 (Corona) safe distance in mind
ขณะที่เดนมาร์กมีผู้ได้รับวัคซีนโดสแรกแล้ว 1,170,170 คน (คิดเป็น 20% ของประชากร) และผู้ได้รับวัคซีนครบสองโดสแล้ว 554,652 คน (คิดเป็น9.5 % ของประชากร) ล่าสุดรัฐบาลเดนมาร์กได้ตกลงที่จะให้รัฐ Schleswig-Holstein ของเยอรมนี (รัฐที่อยู่ติดพรมแดนของเดนมาร์ก) ยืมวัคซีน AstraZeneca จำนวน 55,000 โดส โดยจะต้องส่งคืนวัคซีนให้ภายในระยะเวลาที่ตกลงกันต่อไป กรณีแสดงให้เห็นว่าแม้ประชากรประเทศตัวเองจะยังไม่ได้รับวัคซีนครบทุกคน แต่ยังให้เพื่อนบ้านยืมวัคซีนที่มีพรมแดนกัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจากการเดินทางข้ามพรมแดน เนื่องจากขณะนี้เยอรมนีมีผู้ติดเชื้อ 3,273,127 ราย และติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 10,000 รายต่อวัน
Denmark
People waiting in line queued up for health screening for Coronavirus Covid-19 testing or vaccine at city test center. Copenhagen, Denmark – December 21, 2020.
State Serum Institute (SSI) รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่มีการกลายพันธุ์ซ้ำซ้อน (double mutation) ที่เกิดขึ้นในอินเดียจำนวน 11 คนในเดนมาร์ก ซึ่งส่วนใหญ่มีเชื้อสายอินเดียหรืออิหร่าน โดยผู้ติดเชื้อเหล่านี้เดินทางไปต่างประเทศและไม่ได้ทำการกักกันตัว
สำหรับประเทศไทย ได้รับการประเมินความเสี่ยงให้อยู่ในกลุ่มสีเหลือง ซึ่งผู้เดินทางจากไทยมายังเดนมาร์กจะได้รับการยกเว้นการกักตัวเอง และสามารถเดินทางเข้าเดนมาร์กได้ทุกกรณี (ไม่จำเป็นต้องมี worthy purposes) แต่ในคำแนะนำในการเดินทางของกระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์ก ได้กำหนดให้เป็นสีส้ม กล่าวคือ ไม่แนะนำให้ชาวเดนมาร์กเดินทางไปหากไม่มีเหตุจำเป็น เนื่องจากมีข้อจำกัดการเดินทางเข้าประเทศไทยที่ใช้กับผู้เดินทางชาวเดนมาร์ก
ณ วันที่ 24 เมษายน เดนมาร์กมีผู้ติดเชื้อสะสม 247,010 ราย ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 547 ราย เสียชีวิตสะสม 2,474 ราย และเสียชีวิตใหม่ 2 ราย

GERMANY
COLOGNE, GERMANY 20. APRIL 2021: Illuminated sign in the City Center during 9pm to 5am curfew due to high Covid numbers
Angela Merkel
German Chancellor Angela Merkel and European Parliament President David Sassoli attend in joint press conference at the European Parliament in Brussels, Belgium on July 8, 2020.
Germany
Serious young woman with protective face mask sitting outdoors at the empty cafe terrace during the coronavirus outbreak in Cologne, Germany
ต่อกันที่ ประเทศเยอรมนี ประกาศเคอร์ฟิวโควิด-19 เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อระลอกที่ 3 โดยมาตรการฉุกเฉิน (Emergency Brake) กรณีอัตราผู้ติดเชื้อในรอบสัปดาห์เกิน 100 : 100,000 ราย  จะต้องบังคับใช้มาตรการเหล่านี้ ได้แก่ การพบปะในพื้นที่ส่วนตัว สามารถพบปะกับบุคคลนอกครอบครัวได้ไม่เกิน 1 คน  การให้บริการที่สัมผัส อนุญาตเฉพาะที่เกี่ยวกับทางการแพทย์/ร่างกาย และบริการที่ใกล้เคียง รวมถึงร้านทำผม บริการที่เกี่ยวกับการดูแลเท้า โดยทำการนัดหมายล่วงหน้า (ต้องแสดงผลตรวจโควิดเป็นลบ) เคอร์ฟิว 22.00 น. – 05.00 น. ของวันถัดไป โดยสามารถออกกำลังกายโดยลำพัง ถึงเวลา 24.00 น. และอนุญาตให้ร้านอาหารบริการเฉพาะการนำกลับไปทานที่บ้าน หรือบริการส่งอาหาร  ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก (สิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน) ให้จำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการตามขนาดของพื้นที่ โดยต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ส่วนร้านค้าปลีกอื่นๆ  สามารถทำได้ตราบเท่าที่อัตราผู้ติดเชื้อฯ ในรอบสัปดาห์ไม่เกิน 150 : 100,000 ราย สำหรับโรงเรียน ต้องตรวจเชื้อฯ อย่างน้อย 2 ครั้ง/สัปดาห์ ต้องมีการสลับชั้นเรียน หากอัตราผู้ติดเชื้อฯ ในรอบสัปดาห์เกิน 165 : 100,000 ราย จะต้องทำการเรียนการสอนที่บ้าน
ณ วันที่ 24 เมษายน เยอรมนีมีผู้ติดเชื้อสะสม 3,273,127ราย ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 11,363 ราย เสียชีวิตสะสม 82,090 ราย และเสียชีวิตใหม่ 154ราย

Spain
Clients with masks on the terrace of a bar in Spain attended by a waiter with gloves and masks. Social distancing
สำหรับประเทศสเปน อัตราการติดเชื้อต่อประชากร 100,000 ราย ในห้วง 14 วันจากทั่วประเทศเท่ากับ 235.51 ราย  
แม้อัตราการติดเชื้อดังกล่าวจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่กระทรวงสาธารณสุขสเปนประเมินว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในระลอกที่ 4 ได้เข้าสู่ภาวะคงที่แล้ว พร้อมระบุว่า ปัจจุบัน 80% ของการติดเชื้อโควิด-19 ในสเปนเป็นการติดเชื้อสายพันธุ์อังกฤษ โดย 6 ใน 17 แคว้นของสเปน มีจำนวนผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าวสูงถึง 90% และมีหลักฐานปรากฏว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นผู้มีอายุระหว่าง 40-50 ปี
ขณะนี้ สถาบันสุขภาพ Carlos III แห่งสเปนอยู่ระหว่างทำการทดลองการให้วัคซีน Pfizer เป็นวัคซีนเข็มที่สอง แก่บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปีในสเปนที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca ไปแล้ว โดยคาดว่า ผลการทดลองดังกล่าวจะเสร็จสิ้นในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของรัฐบาลสเปนในการให้วัคซีนเข็มที่สองกับบุคคลกลุ่มดังกล่าวต่อไป
Spain
Punta Umbria, Huelva, Spain – July 10, 2020: People walking by street wearing protective mask due to covid-19. New normal in Spain
ณ วันนี้ มีประชากรสเปนที่ได้รับวัคซีนแล้ว รวม 14,266,251 ราย และมีประชากรที่ได้รับวัคซีนครบตามจำนวนโดสแล้ว 3,862,789 ราย หรือเท่ากับ 8.1% ของประชากรสเปนทั้งหมด ทั้งนี้ รัฐบาลสเปนมีเป้าหมายที่จะให้ประชากร 5 ล้านคน ได้รับวัคซีนครบจำนวนโดส ภายในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้
Pedro Sanchez นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวในที่ประชุมระดับผู้นำอิเบโร-อเมริกา ครั้งที่ 27 ที่อันดอร์รา เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สเปนจะบริจาควัคซีนจำนวน 7.5 ล้านโดส ให้แก่ประเทศในลาตินอเมริกาที่ต้องการ เมื่อประชากรสเปน 50% มีภูมิคุ้มกันครบถ้วนแล้ว
ณ วันที่ 24 เมษายน สเปนผู้ติดเชื้อสะสม 3,468,617 ราย และเสียชีวิตสะสม77,591 ราย

Japan
Minato City, Tokyo/Japan – February 29, 2020: A fairly empty Shinagawa Train Station in Minato City, Tokyo, Japan during the Covid-19 pandemic outbreak.
Japan
Tokyo, Japan – May 9, 2020 : Senior man wearing a mask sitting on the floor in front of closed store due to covid-19
ส่วนประเทศญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรี ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นครั้งที่ 3 ใน 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงโตเกียว จังหวัดโอซากา จังหวัดเฮียวโกะ และจังหวัดเกียวโต โดยจะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน ถึง 11 พฤษภาคม 2021 ในประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งนี้ กรุงโตเกียวและจังหวัดโอซากา กำหนดให้ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และสวนสนุก ปิดให้บริการชั่วคราว จังหวัดโอซากาขอให้ร้านอาหารและบาร์งดเว้นการจำหน่ายแอลกอฮอล์ และปิดให้บริการในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เพิ่มเติมไปจากการขอให้ปิดให้บริการภายในเวลา 20.00 น. นอกจากนี้ กรุงโตเกียวจะขอให้ร้านอาหารและบาร์งดเว้นการจำหน่ายแอลกอฮอล์เช่นกัน ซึ่งรวมถึงช่วงกลางวันด้วย
ณ วันที่ 24 เมษายน ญี่ปุ่นมีผู้ติดเชื้อสะสม 556,999 ราย ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5,098 ราย เสียชีวิตสะสม 9,854 ราย และเสียชีวิตใหม่ 54 ราย

Israel
Fight against the epidemic of coronavirus in Israel .Doctor’s hand in medical gloves with vaccine for the treatment of the COVID-19 on the background of the flag of Israel . Flu shot in Israel
ส่วนประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนเข้าถึงประชากรมากที่สุดอย่างประเทศอิสราเอล ได้ประกาศมาตรการล่าสุดว่าตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน เป็นต้นไป ประชาชนไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยในสถานที่กลางแจ้ง แต่ยังคงต้องสวมหน้ากากอนามัยในอาคารหรือสถานที่ปิด ขณะเดียวกันรัฐบาลอิสราเอลก็เห็นชอบการผ่อนปรนให้รวมกลุ่มไม่เกิน 100 คนในสถานที่กลางแจ้งได้
ณ วันที่ 24 เมษายน อิสราเอลมีผู้ติดเชื้อสะสม 837,892 ราย และเสียชีวิตสะสม 6,346 ราย

การเรียนรู้บทเรียนและมาตรการรับมือโควิด-19 จากประเทศต่างๆ ทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว เป็นหนึ่งในคำตอบที่ประเทศไทยน่าจะนำมาศึกษาและปรับใช้ในการวางแผนบริหารจัดการองคาพยพอย่างเหมาะสม เพื่อนำพาประเทศชาติให้ข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปได้แบบไม่สะบักสะบอมเกินไปนัก

ที่มา : รวบรวมและเรียบเรียงจากรายงานของเพจสถานทูตต่างๆ และสถิติผู้ป่วยโควิดจาก Wolrdometers: COVID-19 CORONAVIRUS PANDEMIC