ผลวิจัยล่าสุดจากออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ (Oxford Economics) ชี้ว่าภาค อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ของไทย หดตัวร้อยละ 6 ในปีที่ผ่านมา หรือคิดเป็นมูลค่า 2.28 แสนล้านบาท ส่งผลให้การจ้างงานลดลงร้อยละ 8 หรือ 730,000 คน โดยมีสาเหตุหลักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
หากอ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นข่าวร้าย ทว่า วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กลับได้กล่าวขยายความเพื่ออธิบายในข่าวนี้ แฝงด้วยนัยของข่าวดีที่หากได้รับการส่งเสริมให้ถูกทาง ว่าอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทย จะเป็นเสาหลักที่ช่วยฟื้นฟูภาคเศรษฐกิจไทยโดยรวมได้ไม่ยาก

“รายงานนี้บ่งชี้ถึงความสำคัญของภาค อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ที่มีต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากในขณะที่ประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด ภาคอุตสาหกรรมนี้กลับหดตัวลงในอัตราที่น้อยกว่าการหดตัวของเศรษฐกิจโดยรวม ดังนั้นอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของเราจึงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างเต็มกำลัง เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลังผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้”
อัปเดตข้อเท็จจริง เมื่อยอดที่หล่นวูบนี้ ไม่ใช่แค่ไทย แต่เป็นทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รายงานวิจัยที่กำลังจะกล่าวถึงนี้ จัดทำขึ้นโดน องค์กรอุตสาหกรรมอาหารแห่งเอเชีย หรือ Food Industry Asia (FIA) ร่วมกับ Oxford Economics บ่งชี้ถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมเกษตร-อาหารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อทำความเข้าใจถึงความท้าทายที่มีต่อภาคอุตสาหกรรมนี้ในช่วงปีที่ผ่านมา
โดยผลวิจัยแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมเกษตร-อาหารที่มีต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย การจ้างงาน และการส่งมอบผลผลิตทางการเกษตรและอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค

ทั้งนี้ ได้วิเคราะห์ในประเด็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในเบื้องต้นว่าภาคอุตสาหกรรมเกษตร-อาหารไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่เผชิญกับความท้าทายในการฟื้นตัวเป็นอย่างมาก และไ ด้คะแนนเพียง 4.9 จาก 10 จากผลการวิจัยเศรษฐกิจ 10 ประเทศในภูมิภาค ซึ่งประเทศที่ได้คะแนนต่ำกว่าไทย คือ ฟิลิปปินส์ และมีอินโดนีเซียรั้งท้าย
อย่างไรก็ดี ที่ผลออกมาเช่นนี้ ก็มีที่มาที่ไป เพราะประเทศไทยเป็นตลาดท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตโควิด อุตสาหกรรมอาหารไทยจึงมีความเปราะบางเป็นอย่างมาก
เนื่องจากเราต้องพึ่งพาการท่องเที่ยว โดยสัดส่วนการบริโภคอาหารของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ณ สิ้นปี 2562 คิดเป็นร้อยละ 9.5 ของการบริโภคอาหารทั้งหมดของประเทศ ในขณะที่มีการคาดการณ์ว่า โอกาสที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับก่อนเหตุการณ์การแพร่ระบาดน่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปี (ปี 2567)

ในช่วงต้นนี้ วิศิษฐ์ จึงอธิบายว่า ผลวิจัยในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมนี้อยู่ในสภาวะที่น่ากังวล เนื่องจากอุตสาหกรรมเกษตร-อาหารในปี 2562 มีสัดส่วนราว 1 ใน 4 ของมูลค่าเศรษฐกิจโดยรวม (4 ล้านล้านบาท) ทำให้เกิดการจ้างงานเกือบครึ่งหนึ่งของแรงงานทั่วประเทศ (17.9 ล้านคน) และสามารถสร้างรายได้จากภาษีให้แก่รัฐบาลมากกว่า 7.08 แสนล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญ ที่รัฐบาลและภาคอุตสาหกรรมจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมเกษตร-อาหาร รอดพ้นจากอุปสรรคและความท้าทายที่มีนัยสำคัญดังที่ปรากฏในผลวิจัย
ผู้เชี่ยวชาญชี้ ผลกระทบของวิกฤตวิด-19 ยังลากยาว และไทยต้องวางแผนรับมือให้ถูกทาง
ด้าน มิสเตอร์ แมททิว โคแวค ผู้อำนวยการบริหาร FIA ให้ความเห็นว่า
“ก่อนที่จะจัดทำนโยบายและเริ่มใช้มาตรการต่างๆ เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลังวิกฤต รัฐบาลจะต้องคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงที่ผู้ประกอบการด้านเกษตร-อาหารจะต้องเผชิญทั้งในปัจจุบันและอนาคต หากไม่ได้พิจารณาถึงปัจจัยเสี่ยงอย่างรอบด้าน นโยบายหรือมาตรการเหล่านั้นอาจส่งผลเชิงลบต่อการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมเกษตร-อาหารและเศรษฐกิจไทย หรืออาจทำให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การปิดกิจการและการเลิกจ้าง”
นอกจากนั้น มิสเตอร์ โคแวค ยังกล่าวเสริมว่า “ภาคอุตสาหกรรมเกษตร-อาหารจะเผชิญกับอุปสรรคอย่างหนักในปีหน้า เนื่องจากอุปสงค์ด้านอาหารและเครื่องดื่มจะลดต่ำลง”
“ในขณะที่ความท้ายทายที่มีอยู่เดิมและเป็นปัญหาในระยะยาวจะยังคงมีอยู่ต่อไปหลังวิกฤตโควิด ผู้กำหนดนโยบายจะต้องพิจารณาประเด็นเหล่านี้ก่อนที่จะบังคับใช้นโยบายที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเกษตร-อาหาร ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อเศรษฐกิจไทยและตลาดแรงงาน”
ต่อมา รายงานฉบับเดียวกันนี้ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่าประเทศไทยมีอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มต่ำกว่ามาตรฐานสากล ซึ่งอาจจะกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำหรับอุตสาหกรรมเกษตร-อาหาร ด้วย
เนื่องจากรัฐบาลอาจเลือกใช้วิธีการขึ้นภาษีเพื่อนำเงินไปใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยส่วนหนึ่งของรายงานการประเมินความเสี่ยงด้านนโยบายการคลังแสดงให้เห็นว่า มีความเป็นไปได้ว่าประเทศไทยจะใช้การปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มหลังสถานการณ์โควิด ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ประเทศไทยจะเผชิญกับความเสี่ยงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียจากการที่ภาคอุตสาหกรรมอาหารและผู้บริโภคจะต้องแบกรับภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น
อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ไทย ยังเป็นความหวัง ฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยได้ ถ้าส่งเสริมอย่างถูกทาง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายของรายงานวิเคราะห์ฉบับนี้ มิสเตอร์ เจมส์ แลมเบิร์ท ผู้อำนวยการฝ่าย Economic Consulting Asia ประจำ Oxford Economics กล่าวว่า
“ภาคอุตสาหกรรมเกษตร-อาหารของไทยเผชิญกับความเสี่ยงอย่างมากจากการปรับนโยบายการคลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 การดำเนินนโยบายการคลังโดยมีการวางแผน การวางเป้าหมาย และการสื่อสารอย่างรอบคอบจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง”
“ดังจะเห็นได้จากการออกนโยบายเพื่อลดผลกระทบจากโควิด-19 เพื่อประคับประคองภาคธุรกิจ ซึ่งรวมถึงภาคอุตสาหกรรมเกษตร-อาหาร และการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศที่เราได้เห็นกันในปัจจุบัน”
และตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมเกษตร-อาหารมีบทบาทอย่างมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น สิ่งที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการวางนโยบายและมาตรการส่งเสริมการลงทุนและพัฒนา อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ของไทย ต้องให้ความสำคัญ คือ
ดำเนินนโยบายด้านภาษีที่เหมาะสมเพื่อช่วยสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมเกษตร-อาหารสามารถสร้างมูลค่าแก่เศรษฐกิจไทยได้อย่างต่อเนื่อง
เน้นสนับสนุนคนไทย ผู้ประกอบการรายเล็ก ซึ่งจะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง เนื่องจาก 1 ใน 3 ของรายได้ภาคครัวเรือนเป็นการใช้จ่ายเพื่อซื้ออาหารและเครื่องดื่ม

รัฐบาลควรช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมเกษตร-อาหารให้ก้าวผ่านความท้าทายจากการระบาดของโควิด-19 และแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก เช่นการปิดชายแดน โดยมุ่งเน้นความช่วยเหลือในสามด้าน ได้แก่
การให้ความรู้เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของภาคเกษตรและให้ความสำคัญกับอาหารเพื่อสุขภาพ
การใช้มาตรฐานด้านการกำกับดูแลแทนการดำเนินนโยบายด้านภาษี
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมเกษตร-อาหารอย่างสม่ำเสมอเนื่องจากจำนวนประชากรและรายได้ที่เพิ่มขึ้นคือปัจจัยทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการอาหารที่มีคุณภาพสูงขึ้น
ส่งเสริมการเพิ่มคุณภาพของอาหาร เช่น การเพิ่มผลผลิตของพื้นที่เพาะปลูกและประสิทธิผลของแรงงาน ซึ่งต้องใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีและการพัฒนาทักษะ การใช้นโยบายที่เหมาะสมและเอื้อให้เกิดการพัฒนา
ส่งเสริมการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัว เพิ่มประสิทธิภาพ และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้ห่วงโซ่คุณค่าด้านอาหารของภูมิภาคที่เน้นการใช้แรงงาน
ที่มา : รายงานการวิจัยเรื่อง “ผลกระทบทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมเกษตร-อาหารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” โดย องค์กรอุตสาหกรรมอาหารแห่งเอเชีย (Food Industry Asia หรือ FIA) และ ออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ (Oxford Economics)
อ่านบทวิเคราะห์ ชี้ทิศทางการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมไทยที่น่าสนใจ เพิ่มเติม
เขตเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค เครื่องยนต์ขับเคลื่อนการลงทุนหลังโควิด
เพิ่มขีดความสามารถการผลิตปาล์มน้ำมันของไทย ด้วยแผนพัฒนา 6 ผลิตภัณฑ์โอเลโอเคมีคัล











