นับเป็นข่าวน่ายินดีท่ามกลางข่าวร้ายในช่วงวิกฤตโรคระบาด เมื่อ ความภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง หรือ Local Pride กำลังกลายเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงในประเทศไทย และขยายตัวเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดันให้ ‘สินค้าท้องถิ่น’ ชนะใจผู้บริโภคชาวไทย มีชัยเหนือสินค้าแบรนด์ต่างชาติได้อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ข่าวนี้ อ้างอิงมาจากผลวิจัยล่าสุดจาก Mintel บริษัทชั้นนำของโลกที่มักเปิดเผยข้อมูลวิเคราะห์ผู้บริโภค ตลาด ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และทิศทางของการแข่งขันที่น่าสนใจ โดยในครั้งนี้ได้เผยว่า ผู้บริโภคชาวไทยกว่าครึ่ง (51%) เชื่อว่าการอุดหนุนสินค้าท้องถิ่นเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ
ขณะที่ 47% มองว่าตนเองภูมิใจที่ได้ใช้สินค้าไทย นอกจากนั้น ผู้บริโภคชาวไทยกว่า 2 ใน 5 (41%) เชื่อว่าการสนับสนุนแบรนด์ท้องถิ่นมีความสำคัญมากขึ้นนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19
วิกฤตสร้างโอกาสให้ สินค้าท้องถิ่น เติบโตได้ แค่สื่อสารให้ถูกทาง
ปองสงวน จีระเดชากุล Senior Consumer Lifestyles Analyst, Mintel Thailand กล่าวว่า
“การที่ผู้บริโภคได้หันมาให้ความสนใจกับการซื้อและอุดหนุนสินค้าท้องถิ่นกันมากขึ้น เป็นโอกาสที่ดีที่แบรนด์ต่างๆ จะได้สื่อสารและให้ข้อมูลความรู้แก่ผู้บริโภค เกี่ยวกับผลบวกที่มีต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่นจากการสนับสนุนสินค้าในประเทศ”
“เช่น โอกาสในการจ้างงานที่สูงขึ้นและการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้นหลังเผชิญกับโรคระบาด นอกจากนี้ แบรนด์ยังสามารถใช้โอกาสนี้ชูประเด็น ‘ความภูมิใจในท้องถิ่น’ หรือ Local Pride เป็นลูกเล่นทางการตลาด ด้วยการอ้างอิงในผลิตภัณฑ์ว่าเป็น ‘สินค้าท้องถิ่น’ หรือ ‘มีส่วนประกอบจากท้องถิ่น’ได้ด้วย”
“ที่ผ่านมา การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นปัจจัยที่ผลักดันกรอบความคิดในเรื่อง “ความภูมิใจในท้องถิ่น” ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ส่งผลให้แบรนด์ต่างๆ กระตือรือร้นในการมีส่วนร่วมและสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ด้วยการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชน ผ่านการผลิตสินค้าที่ชูประเด็นความภาคภูมิใจในท้องถิ่น”

และคุณสมบัติสำคัญของ สินค้าท้องถิ่น ที่ผลักดันให้ผู้บริโภคชาวไทยตัดสินใจซื้อนั้น คือ คุณภาพ ความสะดวก และคำมั่นสัญญาที่มีต่อท้องถิ่น ที่สร้างแรงดึงดูดใจในผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ต่างๆ ได้อย่างชัดเจน โดย ปองสงวน ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า
“สำหรับผู้บริโภคชาวไทย คุณภาพและความสะดวกสบายเป็นปัจจัยที่สำคัญในการซื้อสินค้าท้องถิ่น ยืนยันได้จากข้อค้นพบต่อไปนี้
คนไทยเกือบครึ่ง (48%) ต้องการอุดหนุนแบรนด์ท้องถิ่นที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย
2 ใน 3 (67%) ของผู้บริโภคมองหาสินค้าที่มีคุณภาพ
คนไทยเกือบ 4 ใน 10 คน (43%) ให้ความสำคัญกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาด
43% ของผู้บริโภคชาวไทยยังคิดว่า แบรนด์ควรโปรโมทสินค้าผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้น เพื่อเพิ่มการรับรู้ที่มีต่อแบรนด์ท้องถิ่นในวงกว้าง และเพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าถึงสินค้าแก่ผู้บริโภค
เทรนด์ Local Pride ตัวแปรดันให้ แบรนด์ข้ามชาติหันมานำเสนอ “สินค้าที่ผนวกความเป็นท้องถิ่น” สร้างงาน สร้างรายได้ต่อ อย่างยั่งยืน
งานวิจัยของ Mintel ยังชี้ให้เห็นต่อว่า คนไทยเห็นพ้องต้องกันว่าแบรนด์ข้ามชาติ ควรจะใช้ความพยายามมากขึ้นในการผนวกความเป็นท้องถิ่นลงไปในผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค (27%)
ยิ่งไปกว่านั้นสินค้าข้ามชาติที่ทำจากวัตถุดิบหรือส่วนประกอบจากท้องถิ่นจะดึงดูดผู้บริโภคชาวไทยได้ (24%) อย่างไรก็ตาม คนไทย 35% มองว่าเป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะความแตกต่างระหว่างแบรนด์ไทยกับแบรนด์ข้ามชาติ
สุดท้าย ปองสงวน ได้แนะนำกลยุทธ์การสร้างสรรค์สินค้าที่แบรนด์ข้ามชาติ ต้องใส่ใจ โดยต้องผสานเอา สินค้าท้องถิ่น ของไทยมาออกแบบสินค้าใหม่ๆ ให้มากขึ้น

“แบรนด์ข้ามชาติสามารถสร้างแรงดึงดูดสินค้าของแบรนด์ในตลาดไทยได้ด้วยการปรับใช้องค์ประกอบในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการชูเรื่องรสชาติ วัสดุ หรือวัฒนธรรม และนำเสนอประเด็นเหล่านี้ในสินค้าที่ผู้บริโภคชาวไทยชื่นชอบและคุ้นเคย”
“ยกตัวอย่างเช่น การใช้ส่วนผสมที่คุ้นเคยและมีประสิทธิภาพดีอย่างสมุนไพรท้องถิ่นในผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล หรือการวางขายสินค้าที่มีความเหมาะสมกับบริบทของพฤติกรรมของผู้คนในท้องถิ่น เช่น สินค้าที่มีความเหมาะสมกับการใช้งานในสภาพอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาคของไทย”
“ขณะที่ผู้บริโภคชาวไทยบางส่วนมองว่า เป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะความแตกต่างระหว่างสินค้าแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์ข้ามชาติ พฤติกรรมดังกล่าวบ่งชี้ว่า แบรนด์ในประเทศควรจะพิจารณาและปรับปรุงจุดเด่นผลิตภัณฑ์ของตน โดยสามารถเน้นว่าผลิตภัณฑ์ของตนผลิตในท้องถิ่น”
“เพราะท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ข้ามชาติหรือแบรนด์ในท้องถิ่น ก็ต้องเน้นและให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นการโปรโมทในเรื่องคุณภาพ เช่น ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพที่ทัดเทียมหรือเหนือกว่า รวมถึงกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผู้บริโภคชาวไทย จึงจะเอาชนะใจผู้บริโภคชาวไทยได้”

ในช่วงสรุป นักวิเคราะห์จาก Mintel ยังได้แชร์คำแนะนำในเรื่องของการสร้างแบรนด์ สินค้าท้องถิ่น ด้วยว่า
“สินค้าแบรนด์ท้องถิ่น เองสามารถยกระดับการทำการตลาดเพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพสินค้า ด้วยการให้ข้อมูล การรับรอง และการรีวิวสินค้า รวมทั้งการผลักดันให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงทั้งบนโลกออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปิดโอกาสให้แบรนด์ได้วางแผนเกี่ยวกับการสื่อสารตัวผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์ด้านราคา รวมทั้งความสะดวกสบายในการซื้อสินค้าเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยมากยิ่งขึ้น”
“และที่ผ่านมา เนื่องจากคนไทยได้ให้ความสำคัญกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในช่วงการแพร่ระบาด การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของแบรนด์กับชุมชนท้องถิ่นสามารถผลักดันให้เกิดความเห็นอกเห็นใจและความภักดีที่มีต่อแบรนด์ได้ แบรนด์จึงควรเป็นผู้นำในการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นและประเด็นเรื่องความยั่งยืน โดยการจัดหาและใช้วัสดุหรือส่วนประกอบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นมาใช้ในผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์”


“นอกจากนั้น แบรนด์ยังคงต้องใช้ช่องทางบนโซเชียลมีเดียและร้านค้าปลีกเป็นช่องทางหลักที่ผู้บริโภคคาดหวังที่จะเห็นตัวเลือกผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นต่างๆ”
“แบรนด์ท้องถิ่นสามารถทำให้เข้าถึงสินค้าง่ายขึ้นด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางช่องทางซื้อขายสินค้าทางออนไลน์มาร์เก็ตเพลซ (e-marketplace) แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่บัญชีรับและส่งข้อความที่สามารถโต้ตอบได้ทันที รวมทั้งการสตรีมสด (live-stream) เพื่อรับประกันในเรื่องคุณภาพสินค้า”
“นี่เป็นบทพิสูจน์ว่าโซเชียลมีเดียต่างๆ ช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้รับข้อมูลในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการโปรโมทสินค้าอีกด้วย ดังนั้น แบรนด์ท้องถิ่นจึงสามารถใช้ช่องทางเหล่านี้เพื่อเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์สู่ฐานลูกค้าและการมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ”
แชร์เทคนิคการสร้างแบรนด์ ที่นำไปปรับใช้ได้จริง
เล่าขาน พลังสตรีน่าน ผ่านแบรนด์ผ้าทอพื้นเมือง ‘น่านเน้อเจ้า’ เจ้าของรางวัล PATA Gold Award 2020












