ชวนกลั่นไอเดีย ปั้น “สวนลุมพินี 100 ปี” ต้องพัฒนาแบบไหน ถึงจะก้าวสู่สวนสาธารณะชั้นนำระดับโลก

ในโอกาสที่ “สวนลุมพินี” สวนสาธารณะแห่งแรก เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศไทย กำลังจะมีอายุครบ 1 ศตวรรษ ในปี 2568 เพื่อทำให้วาระครบรอบสำคัญนี้เต็มไปด้วยความหมาย มีคุณค่า และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่าอย่างแท้จริง ภารกิจของสำนักงานสวนสาธารณะ สำนักงานสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร คือ การออกแบบและพัฒนาให้ “สวนลุมพินี 100 ปี ก้าวสู่สวนสาธารณะระดับโลก” โดยได้เปิดโอกาสให้ประชาชนเสนอไอเดียสร้างสรรค์ร่วมกัน


สวนสาธารณะในเมืองมีบทบาทสำคัญต่อสังคม เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ทางกายภาพของเมือง ตลอดจนผู้คนที่อยู่อาศัยในเมือง ในขณะที่เมืองต่างๆ มีประชากรหนาแน่นมากขึ้นแ ละมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้น สวนสาธารณะได้รับการยอมรับว่าเป็นเครื่องมืออันทรงพลังสำหรับชุมชนเมืองและเศรษฐกิจในท้องถิ่น ขณะเดียวกัน สวนสาธารณะในเมืองยังช่วยให้ผู้คนข้าถึงโอกาสในการพักผ่อนหย่อนใจ เพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน กระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น และปกป้องเมืองจากผลกระทบสิ่งแวดล้อม

สวนลุมพินี

สวนลุมพินี

สวนสาธารณะในเมืองขนาดใหญ่ ถือเป็นปัจจัยที่ชี้วัดถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของคนเมือง เช่น Central Park นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา, Hyde Park ลอนดอน สหราชอาณาจักร, Centennial Park ซิดนีย์ ออสเตรเลีย, Imperial Palace East Garden Park โตเกียว ญี่ปุ่น ส่วนในประเทศไทยที่หลายๆ คน นึกถึงเป็นแห่งแรก ก็คือ “สวนลุมพินี” ตั้งอยู่บนถนนพระราม 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน ซึ่งสวนแห่งนี้เป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของไทย ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ถือกำเนิดจากการที่รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ให้เป็นสวนพฤกษชาติ
สวนลุมพินีมีความโดดเด่นจากการตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ด้วยพื้นที่สีเขียวที่กว่า 360 ไร่ (ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของกรุงเทพฯ รองจากสวนหลวง ร.9 และสวนวชิรเบญจทัศ) มีเส้นทางออกกำลังกายทั้งวิ่ง ปั่นจักรยาน และยังมีสะพานเขียวเส้นทางเชื่อมต่อไปได้ถึงสวนเบญจกิติ ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก โดยเฉลี่ยวันจันทร์-ศุกร์ ประมาณ 10,000 คนต่อวัน ขณะที่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ มีผู้ใช้บริการประมาณ 15,000 คนต่อวัน

โดยสวนลุมฯ จะครบรอบ 100 ปี ในปี 2568 หรืออีกราว 4 ปี ข้างหน้า กรุงเทพมหานครมีแผนจะปรับปรุง “สวนลุมฯ 100 ปี” สวนสาธารณะอเนกประสงค์ที่มีคุณค่าแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ให้เป็นสวนสาธารณะชั้นนำระดับโลก ที่มีความสร้างสรรค์และทันสมัย พร้อมแสดงอัตลักษณ์ของมหานครแห่งนี้อย่างเต็มเปี่ยม ขณะเดียวกันก็ต้องการพัฒนาให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนสามารถใช้งานได้อย่างเท่าเทียมกัน 

10 อันดับสวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ

แนวทางออกแบบและพัฒนาสวนลุมพินี ยึดตาม 5 คุณค่า ต่อไปนี้

1. ปรับพื้นที่เพื่อสนับสนุนกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมของเมือง ด้วยการจัดสรรพื้นที่การแสดง ศิลปะ และแหล่งเรียนรู้บริเวณลานอาคารบันเทิง โดยปรับพื้นที่เวทีการแสดงให้มีที่นั่งชมเป็นรูปวงกลม รองรับผู้ใช้งานได้มากถึง 25,000 คน ส่วนบริเวณลานเกษตรเมือง เพิ่มพันธุ์ไม้ประดับและไม้ดอกตลอดแนว พร้อมจัดสรรพื้นที่นั่ง เพื่อพักผ่อนหย่อนใจมากขึ้น
2. พัฒนาพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน ปรับปรุงสวนป่า เพื่อการเรียนรู้ธรรมชาติ ให้เป็นป่าที่มีพันธุ์ไม้ที่หลากหลาย มีพื้นที่ป่าลักษณะต่างๆ ครบครัน มีน้ำตกจำลอง สร้างระบบนิเวศเมืองที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งการสร้างพื้นที่ป่าในเมือง จะช่วยลดปัญหาสภาพแวดล้อมของเมือง เช่น ปัญหาฝุ่น PM2.5

3. พื้นที่ทำกิจกรรมที่หลากหลาย เหมาะเจาะ สอดคล้องกับยุคสมัย มีพื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ เช่น ศูนย์กีฬา ลานหญ้า ลานสำหรับสัตว์เลี้ยง ลานศิลปะ และลานกิจกรรมสันทนาการต่างๆ เป็นต้น รวมถึงปรับพื้นที่ทางเดิน ทางวิ่ง และทางจักรยาน ปรับพื้นที่ริมบึงน้ำให้ทุกคนได้ใช้ประโยชน์มากขึ้น และมีศาลาพาเพื่อนวิ่ง ที่นักวิ่งสามารถพาเพื่อนคนพิการทางสายตาวิ่งออกกำลังกายในสวนได้อย่างราบรื่น

4. ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคภายในสวน ให้สะดวกสบายและใช้งานได้ดีมากขึ้น ด้วยการปรับพื้นที่ถนนทางเดินแนวแกนกลางของสวน ตั้งแต่ประตูทางเข้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ไปจนถึงฝั่งถนนวิทยุ นำสายไฟลงดิน นำเกาะกลางออก เพิ่มพื้นที่ทางเดินให้กว้างขึ้น สร้างระบบระบายน้ำใต้ดินเพิ่ม เชื่อมท่อระบายรอบสวน เพื่อไม่ให้มีน้ำท่วมขังถนนทางเดินในสวน และเพิ่มพื้นที่เก็บน้ำในสวน พร้อมจัดทำระบบหมุนเวียนน้ำในบึงเพื่อป้องกันการเน่าเสีย รวมถึงปรับปรุงระบบไฟฟ้าส่องสว่างให้ครอบคลุมทั่วทั้งพื้นที่ เพื่อทัศวิสัยที่ดีทั้งในยามเช้ามืดและยามค่ำคืน รวมถึงเพื่อความปลอดภัยจากก่ออาชญกรรม เนื่องจากสวนลุมพินีเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 04.30-21.00 น.

5. ออกแบบตามแนวคิด Universal Design โดยสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างสวนลุมพินีกับสวนเบญจกิติ จะได้รับการออกแบบให้มีชีวิตชีวา ด้วยทางเดินและทางจักรยาน เพื่อให้เป็นพื้นที่ของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน วัยใด รวมถึงผู้บกพร่องทางร่างกายก็สามารถใช้สวนสาธารณะแห่งนี้ได้โดยไร้อุปสรรคใดๆ
ทั้งนี้หลังจาก พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เผยแพร่ข้อมูลนี้ พบว่าจากคอมเมนท์ในแฟนเพจ “ผู้ว่าฯ อัศวิน” ก็มีคนคอมเมนต์อย่างล้นหลาม โดยเราได้คัดบางส่วนที่น่าสนใจมานำเสนอ บางคอมเมนต์สอดรับกับแนวทางที่กรุงเทพมหานครวางไว้ และบางคอมเมนต์ก็เสนอไอเดียที่แปลกใหม่ ดังนี้

“น่าจะมีโซนสวนผลไม้ สมุนไพรไทยๆ ให้คนต่างชาติได้มาชื่นชม ขายสินค้าเกษตร ช่วยชาวสวนไปด้วยยิ่งดีครับ จำพวกกล้วย ส้ม มะม่วง มะละกอ ขนุน และอื่น สวนสาธารณะที่กรุงเอเธนส์ นี่ส้มลูกโตหล่นเกลื่อนพื้นเลย เห็นแล้วทึ่ง มีความสุขครับ” (Vora Sako)

“สถานที่จอดรถ ที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ และการออกแบบ อาคาร ลานจอดรถ สิ่งอำนวยความสะดวก ห้องน้ำ เก้าอี้นั่งพัก แก่คนพิการ ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยรถเข็น ในการใช้สถานที่แห่งนี้ร่วมกันได้อย่างลงตัว ทั้งการวิ่ง วีลแชร์ รถจักรยาน รถเข็นผู้ป่วย รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านบริการอื่นๆ เช่น อาหาร เครื่องดื่ม คาเฟ่ หรือ food truck จัดโซนให้ดูสะอาด โล่ง โปร่ง หรือรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย หลังการออกกำลังกาย ควรจัดให้มีหน่วยหรือจุด ปฐมพยาบาลเบื้องต้นของสวนลุมฯ เพื่อบรรเทาอาการบาดเจ็บเบื้องต้นของผู้มาใช้บริการ ก่อนส่งต่อไปยังสถานพยาบาลใกล้เคียง” (Wirot Puteh)

“ที่จอดรถจะไปออกกำลังกาย ไม่เคยมีที่จอดรถเลย โดยเฉพาะช่วง 1-2 ปี ผ่านมา ไม่มีที่จอดเลย ตั้งแต่มีโครงการก่อสร้างอาคารสูงบนถนนหลังสวน ยิ่งหนักกว่าเดิม อยากให้มีอาคารจอดรถค่ะ เก็บค่าบำรุงก็ได้ แบบ 2-3 ชม. แรก 20 บาท เพราะเป็นคนมาออกกำลังกาย แต่ถ้ามากกว่านั้นเก็บเงินไป รายชม. เพราะเวลาไป เราก็ให้สินน้ำใจกับพี่ รปภ. ที่ช่วยจัดการการจราจรและช่วยเข็นรถให้เราอยู่แล้ว ปรับปรุงสวนแต่ไม่มีที่จอดรถ ค่อนข้างลำบากค่ะ” (Usa-Fa Jaeng Loesrit)

สวนลุมพินี

“อยากให้มีสวนไม้โบราณของไทยค่ะ อยากบอกว่าเวลาเดินผ่านต้นปีบ หอมมากค่ะ เป็นการวิ่งที่รื่นรมย์ไม่เหมือนใคร” (Tuttu Nisachol)

“ขอแนะนำลง “ต้นไม้ล้อม” ของต้นที่ ”ออกดอกตามฤดูกาลต่างๆ” เพื่อสร้างความสดชื่น สดใส ให้ทุกฤดูกาล และอาจทำเส้นทางบางช่วงให้เป็น Flower Tunnel street ไว้ให้ถ่ายภาพสวยงาม แบบถนนซากุระของญี่ปุ่น หรือลงต้นไม้ขนาดกลาง-ใบสวยงาม เป็น Tunnel street เราทำได้!!! เป็นกำลังใจให้ท่านผู้ว่าฯ และทีมงานทุกท่านเสมอค่ะ ขอบคุณที่สุดในการทำงานหนักมาตลอดแม้ในช่วงที่วิกฤติโควิด” (Orachat Henningsgaard)

“อยากให้มีบริเวณที่เป็นป่าจริงๆ ที่บางคนบอกว่ารกๆนั่นแหละครับ ตรงนั้นจะเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องระบบจุลนิเวศน์ได้เป็นอย่างดี ให้แก่เด็กกรุงที่ในอนาคตจะห่างเหินจากความเป็นธรรมชาติเข้าไปทุกที และส่วนมากไม่มีแม้กระทั่งโอกาสจะไปสัมผัสป่าให้รู้ว่ามันคืออะไร เป็นอย่างไรด้วยซ้ำ ในสวนสาธารณะ เช่น ที่นิวยอร์ก เบอร์ลิน เขามีส่วนหนึ่งของสวนที่ทำเช่นว่านี้ครับ” (Thongchai Panswad)

“ไม่อยากให้มีตัวตะกวดวิ่งตามเราเวลาเราวิ่งค่ะ อยากได้ลานสเก็ตเรียบๆ ลื่นๆ ค่ะ อยากให้มีที่จอดรถเพียงพอ อยากให้มีม้าโต๊ะม้าหินไว้นั่งเล่นล้อมรอบริมบึงค่ะ” (Varaporn Intarathut)

“อย่าไล่แมวไป” (Ttent Thanarohpradit)

สวนลุมพินี

สุดท้าย ในโอกาสที่สวนลุมพินีกำลังจะมีการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อฉลองอายุครบ 100 ปี ในปี 2568  ไม่ว่าคุณจะคุ้นเคย ไม่คุ้นเคย หรือไม่เคยใช้สวนลุมฯ แต่ทางกรุงเทพมหานครก็ต้องการฟังเสียงของคุณในฐานะ “คนเมือง” คนหนึ่ง โดยเชิญชวนให้ทุกคนช่วยกันแสดงความคิดเห็น พร้อมให้ข้อเสนอแนะ ว่า “สวนลุมพินีในฝัน” ของคุณเป็นแบบไหน เพื่อร่วมกันพัฒนาพื้นที่สวนสาธารณะ และร่วมกันสร้างพื้นที่สีเขียวแห่งนี้ให้เป็นพื้นที่ที่เราทุกคนใช้งานร่วมกันมากขึ้น ที่ https://forms.gle/XiTC7XjLPA9D49yy5 โดยสามารถตอบได้ทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบรรยากาศ สิ่งอำนวยความสะดวก กิจกรรม การบริหารจัดการ หรืออะไรก็ได้ เต็มที่เลย โดยข้อมูลจากแบบสำรวจจะเป็นส่วนหนึ่งของรายงานการสำรวจเพื่อปรับปรุงสวนลุมพินีในวาระครบรอบ 100 ปี จะนำส่งสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ต่อไป