โลกของ “หุ่นยนต์” ในระบบการผลิตยุค 4.0 ที่ต้องมุ่งพัฒนาทักษะยุคใหม่!

เมื่อ “Do It or Die” คือ ระดับความท้าทายของการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาธุรกิจที่ทั่วโลกต้องก้าวไปให้ถึง ทุกประเทศชั้นนำ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเยอรมนี ต่างพยายามเร่งแข่งขันใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างความได้เปรียบ จนรัฐบาล นักธุรกิจ และนักวิชาการทั่วโลก ต่างยอมรับว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือ Industry 4.0


PricewaterhouseCoopers (PwC) หนึ่งในบริษัทตรวจสอบบัญชีสี่แห่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก สำรวจบริษัทในเยอรมันกว่า 200 ราย จาก 5 สาขาอุตสาหกรรม ถึงความเชื่อมั่นผลประโยชน์ที่องค์กรจะได้จากการประยุกต์ใช้แนวคิดอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งพบว่าอุตสาหกรรม 4.0 จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรได้ 17.9% ลดต้นทุนในการประกอบการได้ถึง 13.8% ซึ่งเป็นผลมาจากการมุ่งเน้นการพัฒนาและการเพิ่มขึ้นของสมรรถนะหลักของตน การลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการ สินค้ามีคุณภาพสูงขึ้น และมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนสายการผลิต
การศึกษาของ Thomas  Bauernhansl ผู้อำนวยการ Institute for Factory Operation and Automation (IFF) ที่มหาวิทยาลัยสตุตการ์ต และ Fraunhofer Institute for Manufacturing Engineering and Automation (IPA) ตั้งแต่ปี 2554 พบว่าการนำอุตสาหกรรม 4.0 มาใช้สามารถทำให้ต้นทุนขององค์กรลดลงในทุกมิติ เช่น ต้นทุนเกี่ยวกับสินค้าคงคลังจะลดลงได้กว่า 30% และต้นทุนที่จะลดลงมากที่สุดคือ ต้นทุนที่เกิดจากกระบวนการที่ไม่จำเป็น (Complexity Cost) ซึ่งคาดว่าจะลดลงได้มากกว่า 60% เลยทีเดียว

นอกจากนี้ องค์กรยังสามารถเพิ่มผลิตภาพได้ถึงสูง 30% อันเป็นผลจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ช่วยให้กระบวนการผลิตต่อเนื่อง ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของลูกค้า หรือแม้จะสั่งหยุดการผลิตในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อสั่งให้เครื่องจักรสำรองทำงานทดแทน เมื่อมีเครื่องจักรบางตัวขัดข้องหรือทำงานผิดปกติ! ขณะเดียวกัน องค์กรสามารถลดรอบเวลาในการผลิตลงได้ (Lead time) เนื่องจากมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ตลอดเวลารวมถึงสามารถวางแผนการผลิตล็อตเล็กๆ ด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด
BDC บริษัทที่ปรึกษาในประเทศแคนาดาได้สำรวจองค์กรที่ประยุกต์ใช้แนวคิดอุตสาหกรรม 4.0 จำนวน 1,000 ราย พบว่า 60% ของผู้ตอบระบุว่า อุตสาหกรรม 4.0 ทำให้ผลิตภาพขององค์กรเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากที่องค์กรสามารถคาดการณ์และป้องกันการขัดข้องของเครื่องจักร (Downtime) ได้แม่นยำมากขึ้น สามารถปรับตั้งเครื่องจักรให้ทำงานได้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น รวมถึงสามารถช่วยให้การทำงานของพนักงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ 50% ระบุว่า อุตสาหกรรม 4.0 สามารถลดต้นทุนขององค์กรลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการลดของเสีย การแก้ไขงาน ลดระยะเวลาในการออกแบบ การผลิตและการออกสู่ตลาด

โดย 8 เทคโนโลยีที่มาพร้อมกับอุตสาหกรรม 4.0 ได้แก่
  • 1) Big Data and Advanced Analytics คลังข้อมูลขนาดใหญ่และการวิเคราะห์ข้อมูลระดับสูง
  • 2) Simulation การสร้างแบบจำลอง
  • 3) Horizontal and Vertical System Integration การเชื่อมโยงกระบวนการทางธุรกิจทั้งภายในและภายนอก
  • 4) Industrial Internet of Things การทำงานร่วมกันของเครื่องจักร ผ่านระบบรวมศูนย์กลางการควบคุมไว้ที่เดียวกัน
  • 5) Cybersecurity ระบบความปลอดภัยในระบบการผลิต-สายการผลิต
  • 6) Cloud การเชื่อมต่อคลังข้อมูล
  • 7) Additive Manufacturing  การผลิตสารเติมแต่งและการหาวัสดุทดแทน สุดท้ายเป็นเรื่องที่เราจะพูดถึงในวันนี้คือ
  • 8) Robotics & Automation หุ่นยนต์อัตโนมัติที่สามารถเรียนรู้การทำงานของมนุษย์และทำงานร่วมกับมนุษย์ ที่ช่วยให้สามารถทำงานได้ปริมาณมากขึ้น ประหยัดเวลา และลดความผิดพลาดของการทำงานได้มากขึ้น
คำถามคือ ทำไมหุ่นยนต์ถึงน่าสนใจ? หนึ่ง หุ่นยนต์มีความแม่นยำและความสม่ำเสมอมากกว่ามนุษย์ ซึ่งคุณลักษณะทั้งสองประการนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับกระบวนการผลิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการผลิตที่ต้องการผลผลิตจำนวนมาก และยังสามารถทำงานให้เสร็จได้เร็วขึ้นเป็นอย่างมาก สอง หุ่นยนต์ไม่มีความรู้สึกเบื่อหน่ายในการทำงานแบบเดิมซ้ำๆ จึงสามารถทำงานได้เป็นระยะเวลานานโดยที่คุณภาพของผลผลิตไม่ลดลง สาม หุ่นยนต์สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นอันตรายได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะส่งผลเสียต่อสุขภาพดังเช่นแรงงานมนุษย์ และ สี่ หุ่นยนต์ไม่ต้องการเงินเดือน โบนัส สวัสดิการ การลาพักร้อน หรือค่าตอบแทนในรูปแบบอื่นๆ ดังนั้นจึงมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าในการนำมาใช้งาน แต่อาจจะมีค่าบำรุงรักษาตามระยะเวลาเท่านั้น
จากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดพบว่า ประมาณ 47% ของงานทั้งหมดในสหรัฐฯกำลังจะดำเนินไปด้วยระบบอัตโนมัติในช่วง 10 ถึง 20 ปีข้างหน้า ทางด้าน ARK Invest ก็คาดการณ์ว่าภายในปี 2035 หุ่นยนต์จะเข้ามาแทนที่งานตำแหน่งงานในอุตสาหกรรมการเกษตรกว่า 316,000 ตำแหน่ง หรือคิดเป็น 60% ของตำแหน่งงานทั้งหมด 530,000 ตำแหน่งในช่วงเวลานั้น แม้ว่าแนวโน้มดังกล่าวจะดูเป็นข่าวที่ไม่ค่อยดีสำหรับแรงงานสหรัฐอเมริกา สักเท่าไร แต่จากการศึกษาแบบเชิงลึกพบว่า ระบบอัตโนมัติจะกระตุ้นผลิตภาพการผลิตและเพิ่ม GDP ต่อแรงงานอย่างมหาศาล สำหรับการคาดการณ์การเติบโตของตลาดหุ่นยนต์ทั่วโลก Statista ได้คาดการณ์ว่าตลาดหุ่นยนต์ทั่วโลกจะมีอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) ราว 26% และมีมูลค่าตลาดแตะ 210 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2568

ระบบอัตโนมัติ-หุ่นยนต์ นับเป็นตัวแปรสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตและบริการของไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ความต้องการใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความก้าวหน้าการพัฒนาบุคลากรในความเคลื่อนไหวในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) วันนี้คณะทำงานประสานงานด้านพัฒนาบุคลากรและการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) ร่วมมือกับกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างบริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNC และอีกหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อเร่งสร้างโอกาสทางธุรกิจสำหรับนักลงทุนไทยและนักลงทุนทั่วโลก ได้จับมือกับภาคอุตสาหกรรมให้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยและสถาบันอาชีวศึกษา สนับสนุนการพัฒนาความรู้และทักษะกลุ่มอุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต โดยมีศูนย์วิจัยพัฒนาและศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรเข้าร่วมมากมาย เช่น สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) สมาคมหุ่นยนต์ไทย (TRS) และสมาคมอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA) คลื่นของการพัฒนาความรู้และทักษะด้านนี้ ช่วยส่งให้อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ไทยก้าวหน้าเติบโต และส่งผลถึงกลุ่ม SMEs อย่างมีนัยสำคัญ
นี่คือความเคลื่อนไหวใหม่ของไทยในพื้นที่ EEC ที่ไม่แพ้ใครในโลกเลย!!!

 

 

 

 

เรื่อง : Apichartology