Monday, August 31, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.163

EEC จับมือองค์การปกครองท้องถิ่นบ้านฉางสร้างต้นแบบสมาร์ทซิตี้

ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ที่ปรึกษาพิเศษ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ที่ปรึกษาพิเศษ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) กล่าวถึง บริบทและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงของสังคมโลกได้มีอิทธิพล-เป็นตัวกระตุ้นให้ประเทศไทยต้องปรับตัว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการบริหารท้องถิ่น โดยอาศัยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามาเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน จนเศรษฐกิจไทยไปสู่ “Value–Based Economy” หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อน ด้วยนวัตกรรม” เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมขับเคลื่อนจนเกิดผลที่เป็นรูปธรรม ในช่วงปลายปี 2563 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษตะวันออก (สกพอ-EEC) ได้ทำงานร่วมกับบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) และเทศบาลตำบลบ้านฉาง ทำงาน ”พิสูจน์ทราบด้านเทคโนโลยี”(Technology Validation) สำเร็จด้วยดี จนสามารถประยุกต์ใช้ เทคโนโลยี 5G หรือ การสื่อสารไร้สายในรุ่นที่ 5 (Generation 5) เชื่อมต่ออุปกรณ์รับสัญญาณ (IoT) รายงานข้อมูลปัจจุบัน (Real Time) ด้านระบบการจราจร ความปลอดภัย มลภาวะทางอากาศ ระบบอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว เส้นทางสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมและแหล่งอาหารรสเลิศ ตลอดจนการบริการแพทย์แบบฉุกเฉิน (Emergency Medical System) แก่ประชาชนฯลฯ มีระบบปัญญาประดิษฐ์พื้นฐานสำหรับตรวจสอบข้อมูลแบบฉับพลัน จากความสำเร็จดังกล่าว ทาง สกพอ จึงขอเสนอสร้าง “ต้นแบบ (Sandbox)” สมาร์ทซิตี้สำหรับองค์การปกครองท้องถิ่น จำเป็นต้องขยายพื้นที่ทำงาน ครอบคลุมการใช้ประโยชน์สามด้านของเทคโนโลยี 5G (Multisensor connectivity, Low Latency and High Bandwidth) อย่างเต็มที่ ตลอดจนนำข้อมูลส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลกลางอีอีซี (EEC Common Data Lake) ที่บูรณาการเชื่อมโยงให้เกิดบริการแก่ประชาชนและภาคธุรกิจได้ตามเป้าหมาย และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม  ทั้งนี้ฐานข้อมูลดังกล่าวคือองค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมข้อมูล (Data Industry) ที่จะบังเกิดขึ้นในพื้นที่อีอีซีภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น สกพอ.จึงได้ร่วมมือกับ องค์การปกครองท้องถิ่นบ้านฉาง ซึ่งประกอบด้วย เทศบาลตำบาลบ้านฉาง, เทศบาลเมืองบ้านฉาง, เทศบาลตำบลพลา, เทศบาลตำบลสำนักท้อน, องค์การบริหารส่วนตำบลสำนักท้อน และ องค์การบริหารจังหวัดระยอง ผลลัพธ์คือระบบอิเล็กทรอนิกส์ระบบแรกขององค์การปกครองท้องถิ่น เป็นระบบบริการภาครัฐที่ทุกส่วนราชการสามารถใช้งานร่วมกันได้ (Common Service) บนระบบโครงข่ายสื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานต่างๆ เข้าด้วยกัน เกิดการดำเนินงานที่บูรณาการภาครัฐอย่างแท้จริงและมีความมั่นคงปลอดภัย สามารถรองรับงานให้บริการ ประชาชน งานให้บริการเชิงพาณิชย์ในทุกรูปแบบอย่างทันต่อความต้องการของภาคธุรกิจอีกด้วย ขนาดพื้นที่ การเชื่อมโยงและปริมาณข้อมูลที่สื่อสารใน “ต้นแบบ (Sandbox)” นี้ สามารถนำไปใช้ออกแบบ สมาร์ทซิตี้ ของ องค์การปกครองท้องถิ่น พื้นที่อื่นๆของประเทศได้

“ชลบุรี” คลายล็อกเปิดบริการได้ภายใต้เงื่อนไข New Normal

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี – Chonburi PR ได้เผยแพร่คำสั่งของ นายภครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่ชลบุรี ลงนามเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. โดยมีรายละเอียดว่า ด้วยปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค covid-19 ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ยังคงมีการแพร่ระบาดอยู่ แต่ยังคงควบคุมและระบุสถานที่มาของการแพร่ระบาดของโรคได้ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพและผลกระทบทางเศรษฐกิจ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี จึงมีมติให้ผ่อนคลายหรือทำกิจการ กิจกรรมบางอย่างได้ภายใต้มาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัดในทุกท้องที่ของจังหวัดชลบุรี ประกอบด้วย
1. กิจการนวดเพื่อสุขภาพ ให้เปิดดำเนินการได้เฉพาะการนวดฝ่าเท้าและให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการมีมาตรการในการดำเนินการเพิ่มเติม ดังนี้
  • 1.1 ให้ควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการไม่ให้เกิดความแออัดและจำกัดระยะเวลาในการใช้บริการไม่เกิน 1.30 ชั่วโมง ต่อคนต่อครั้ง
  • 1.2 ให้เว้นระยะห่างของผู้ใช้บริการแต่ละรายไม่น้อยกว่า 1 เมตร
  • 1.3 ให้ผู้ประกอบการ พนักงานบริการ ผู้ใช้บริการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา
2. สระว่ายน้ำ สวนน้ำ ทั้งบริเวณภายในและนอกอาคารสามารถเปิดให้บริการได้ภายใต้มาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ งดการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ดังกล่าวโดยเด็ดขาด
3. สนามกีฬาหรือสถานที่ออกกำลังกาย ยิม ฟิตเนส สามารถเปิดให้บริการได้ไม่เกินเวลา 21.00 น. และสามารถจัดการแข่งขันกีฬาได้โดยจำกัดจำนวนผู้ชมในสนามภายใต้เงื่อนไขตามข้อ 4
4. ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันเกินกว่า 50 เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ยะลา ‘ล็อคดาวน์’ เข้า-ออกพื้นที่ ห้ามนั่งในร้านอาหาร

ศบค.ยะลา ได้ออกประกาศ ฉบับที่ 89 เรื่อง มาตรการเฝ้าระวังป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับบุคคลที่เดินทางเข้า – ออกพื้นที่จังหวัดยะลา และมาตรการเกี่ยวกับร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีสาระสำคัญ 2 ข้อ คือ 1.มาตรการสำหรับบุคคลที่เดินทางเข้า – ออกพื้นที่จังหวัดยะลา งดการเดินทางเข้า – ออกพื้นที่จังหวัดยะลา เว้นแต่กรณีมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ให้แจ้งต่อหัวหน้าด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำด่านตรวจ หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านตรวจ เพื่อใช้ดุลยพินิจในการกำหนดแนวทางปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด และให้ผู้ที่เดินทางเข้ามายังพื้นที่จังหวัดยะลาสแกน QR Code (YALA SAFE ALERT) ที่ด่านตรวจรอยต่อพื้นที่จังหวัด และให้รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ในพื้นที่ ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมซน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยทันที เพื่อพิจารณากสั่นกรองความเสี่ยง ต่อการแพร่ระบาดของโรค และให้คำแนะนำในการปฏิบัติตน ทั้งนี้ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจสอบยานพาหนะที่เดินทางเข้าจังหวัดยะลาทุกคันและให้ถือปฏิบัติตามแนวทางข้างต้นอย่างเคร่งครัด ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2564 ถึงวันที่ 7 กรกฎาคม 2564 และ 2.มาตรการเกี่ยวกับร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ให้ร้านจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม ร้านน้ำชา กาแฟ รวมทั้งร้านจำหน่ายสุราหรือเครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอล์ อื่นๆ โดยงดมิให้รับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มในร้าน โดยให้จำหน่ายในลักษณะของการนำกลับไปบริโภคที่อื่นเท่านั้น และเปิดให้บริการได้ไม่เกินเวลา 22:00 น. โดยให้ผู้บริการจัดทำเครื่องหมายการเว้นระยะการเข้าคิวซื้อสินค้าหรือชำระค่าบริการไม่น้อยกว่า 2 เมตร เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดและความแออัดของผู้รับบริการ จัดให้มีจุดบริการล้างมือหรือเจลล้างมือให้ผู้รับบริการก่อนเข้าใช้บริการ และให้ผู้บริการและผู้รับบริการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา  ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2564 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกเมษายน 2564 จังหวัดยะลา ข้อมูลวันที่ 11 มิ.ย.64 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 31 ราย ติดเชื้อสะสม 485 ราย รักษาหาย 304 ราย และเสียชีวิตสะสม 5 ราย แนวโน้มยังพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง

สสว. หนุนผู้ประกอบการไทยสู้โควิด ร่วมประกวดสุดยอด SME แห่งชาติ

รศ.ดร.วีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
รศ.ดร.วีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวถึง โครงการ SME National Awards ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 13 ต้องการให้ SME ประเทศไทยเข้ามามีบทบาทส่วนร่วมอย่างจริงจัง เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถศึกษาเรื่องการพัฒนาและปรับปรุงตนเองให้ถูกจุดรวมถึงการทำงานอย่างมีมาตรฐานตอบรับกันในทุกมิติ โครงการนี้เน้นเรื่องกระบวนการการพัฒนาการบริหารจัดการและสิ่งที่เกี่ยวข้องการดำเนินธุรกิจต่างๆ เช่น ช่วงภาวะวิกฤตโควิด -19 ทำให้ผู้ประกอบการบางรายประสบปัญหาด้านยอดขาย ปัญหาต้นทุนสูงไม่พอกับรายจ่าย หรือปัญหาการบริหารจัดการที่ไม่สามารถเป็นไปตามแผนการ ฯลฯ  กลไกลและเครื่องมือสำคัญของโครงการประกวดสามารถเข้ามาช่วยเติมเต็มตรวจสอบการดำเนินการธุรกิจผู้ประกอบการได้อย่างมีมาตรฐาน สร้างต้นแบบให้ผู้ประกอบการได้รับรู้ถึงการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากน้อยอย่างไร เมื่อธุรกิจผู้เข้าร่วมประกวดโครงการครั้งนี้สามารถทำคะแนนได้เกินมาตรฐานล้วนมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลด้านต่างๆ เพราะฉะนั้นในสภาวะวิกฤตโควิด-19 ผู้ประกอบการไทยต้องกลับมาทบทวนธุรกิจผ่านกระบวนโครงการ SME National Awards จะช่วยให้ท่านมองเห็นศักยภาพของตนเองและก็มองเห็นปัญหาต่างๆ สามารถแก้ไขได้ตรงจุด” จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทยสมัครเข้าร่วมการประกวดรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 13 ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2564  ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Together Towards Tomorrow” ถ่ายทอดเรื่องราวผู้ประกอบการต้องประสบปัญหาภาวะวิกฤตโรคระบาดไวรัสโคโรน่าโควิด–19 ทำให้ผู้ประกอบการ SME มีความต้องการแรงสนับสนุนด้านต่าง ๆ จากหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ โดยการประกวดปีนี้ผู้ประกอบการผ่านกระบวนการสรรหาและพัฒนาจนเปรียบเสมือนเพชรแท้น้ำงามที่ผ่านการเจียระไนออกมาอย่างงดงาม เสมือนผ่านวิกฤตบททดสอบทุกมิติ ทำให้มีความแข็งแกร่งจนสามารถสร้างแบรนด์ที่มีมูลค่าเพิ่มเป็นต้นแบบให้กับผู้ประกอบการ ถึงแม้ช่วงเวลาที่ผ่านมาจะเป็นช่วงวิกฤตก็ตาม ดังนั้นความร่วมมือสนับสนุนผู้ประกอบการไทยหลายภาคส่วน จะทำให้ธุรกิจ SME ไทยแข็งแกร่งและประสบความสำเร็จ พร้อมเติบโตขยายสู่ตลาดโลกทั้งในวันพรุ่งนี้และวันข้างหน้าต่อไป

“อย่ารอที่จะมีความสุข” – สาวป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายคว้า Golden Buzzer จากเวที AGT

Jane Marczewski
สำนักข่าวอินโฟเควส์ท รายงาย Jane Marczewski หญิงสาวชาวอเมริกันวัย 30 ปี ผู้เข้าประกวดรอบออดิชั่นซึ่งใช้ชื่อในการแสดงว่า Nightbirde บนเวที America’s Got Talent (AGT) เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (8 มิ.ย.) ตามเวลาสหรัฐ ได้ชนะใจกรรมการทั้ง 4 คนซึ่งได้แก่ Simon Cowell, Heidi Klum, Howie Mandel และ Sofia Vergara ให้ผ่านเข้าสู่รอบการแสดงสด โดยเฉพาะกรรมการสุดหินอย่าง Simon ถึงกับต้องกดปุ่ม Golden Buzzer ให้กับ Nightbirde หลังจากที่เธอได้ร้องเพลงที่แต่งขึ้นเองชื่อ “It’s Okay” ซึ่งเป็นเรื่องราวของเธอที่ต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งและรอดชีวิตมาได้ถึง 3 ครั้ง และในขณะนี้หมอบอกว่า เธอมีโอกาสรอดชีวิตเพียงแค่ 2% เท่านั้นในการรักษาโรคมะเร็งซึ่งตอนนี้ลุกลามไปที่ปอด กระดูกสันหลัง และตับ Simon แสดงความเห็นหลัง Nightbirde โชว์การร้องเพลง “It’s Okay” จนจบว่า “เสียงของคุณน่าทึ่งมาก” และได้กดปุ่ม Golden Buzzer ให้กับเธอ ทั้งนี้ ประโยคหนึ่งที่ Nightbirde พูดบนเวทีได้กลายเป็นคำพูดที่สร้างกำลังใจและแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลกภายในพริบตาก็คือ “คุณจะรอให้ชีวิตเลิกยากลำบากเสียก่อน แล้วถึงจะมีความสุขไม่ได้หรอก” (“You can’t wait until life isn’t hard anymore before you decide to be happy”) Nightbirde ได้ให้สัมภาษณ์กับ Terry Crews พิธีกรของ AGT หลังเวทีออดิชันว่า “ฉันมีโอกาส 2% ที่จะรอดจากโรคมะเร็ง โดย 2% ไม่ใช่ 0% และ 2% ที่ฉันมี เป็นสิ่งที่ฉันอยากให้ทุกคนรู้ว่ามันยอดเยี่ยมแค่ไหน” Nightbirde ได้ผ่านเข้าสู่รอบการแสดงสดแล้ว และเธอจะได้ขึ้นแสดงบนเวทีอีกครั้งในฤดูร้อนปีนี้