ญ. ผู้เขียนประวัติศาสตร์ (ตอนที่ 20): Sirimavo Bandaranaike นายกรัฐมนตรีหญิง “คนแรกของโลก”

ในอดีต…ความเชื่อทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โลกตะวันออก มีธรรมเนียมปฏิบัติในเชิงความคิด ว่าผู้หญิงไม่ควรมีคุณวุฒิ หรือมีอำนาจเหนือผู้ชาย และแทบไม่น่าเชื่อว่า กระทั่งความอาวุโสก็ไม่ได้รับการยอมรับ


ความเชื่อเก่าแก่ชี้ว่า ผู้หญิงที่อยู่ในตำแหน่งผู้นำ คือการขัดขวางความสัมพันธ์ระหว่างสัญลักษณ์และความสัมพันธ์เชิงอำนาจแบบดั้งเดิม
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเกี่ยวข้องกับความเข้าใจทางวัฒนธรรมโดยเฉพาะในเรื่องของศาสนา ทัศนวิสัยเชิงลบเหล่านี้ เป็นความคิดที่ขัดขวางผู้หญิงหลายคนจากการแสวงหาบทบาทระดับสูงเสมอมา
นี่คือข้อกังวลที่สำคัญ ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความเสียหายต่อสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดพฤติกรรมเหยียดหยามสำหรับการเป็นผู้นำด้วย
และหากเอ่ยถึงโลกของผู้หญิงในเอเชียใต้ยิ่งหนักหนาสาหัสยิ่งกว่า ไม่ว่าจะเป็นอัฟกานิสถาน บังกลาเทศ อินเดีย ปากีสถาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งศรีลังกา
แต่ดูเหมือนว่าศรีลังกาจะเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้นำหญิง
เพราะศรีลังกามี Sirimavo Bandaranaike นายกรัฐมนตรีหญิง “คนแรกของโลก”
เมื่อเธอก้าวเข้าสู่ตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก” ของ “ศรีลังกา” และของ “โลก” เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1960
Bandaranaike pictured in 1960 // en.wikipedia.org/Sirimavo_Bandaranaike
ในข่าวดีมีข่าวร้าย…
ก่อนขึ้นสู่ตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีหญิง “คนแรกของโลก” Solomon West Ridgeway Dias Bandaranaike สามีของ Sirimavo Bandaranaike ถูกลอบสังหารภายในที่พักกลางกรุงโคลัมโบ โดยพระสงฆ์สิงหลชาตินิยมคลั่งศาสนา เมื่อวันที่ 26 กันยายน ปี ค.ศ. 1959
ยังผลให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองในศรีลังกาทันที!
Sirimavo Bandaranaike ในวัย 44 ปี จึงจำเป็นต้องเดินหน้าเข้าใส่การเมืองในฐานะผู้นำพรรค Sri Lanka Freedom Party เพื่อสานต่อนโยบายเดิมของสามี
Sirimavo Bandaranaike เดินเข้าสู่สภาในฐานะวุฒิสมาชิกแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างในทันที
ก่อนที่เธอจะนำพรรค Sri Lanka Freedom Party กวาดชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 1960
5 ปี บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของ Sirimavo Bandaranaike เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่นเป็นอย่างมาก จนต้องพ้นจากตำแหน่งและต้องพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 1965
ทำให้ Sri Lanka Freedom Party ต้องกลายไปเป็นพรรคฝ่ายค้านในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1965-1970

ก่อนที่จะกลับมาชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคม 1970 พร้อมกับการจัดตั้งรัฐบาลผสม ร่วมกับพรรคการเมืองแนวสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์
แม้จะมีปัญหาการเมืองภายใน ทั้งจากข้อขัดแย้งระหว่างพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดวิกฤตการณ์น้ำมันโลกในปี ค.ศ. 1973
แต่หากเอ่ยถึงฉากบนเวทีการเมืองระหว่างประเทศแล้ว Sirimavo Bandaranaike และศรีลังกา อยู่ในความสนใจของนานาประเทศเสมอมา
ส่งผลให้ Sirimavo Bandaranaike ได้รับเลือกให้เป็นประธานกลุ่ม Non-Aligned Movement ในปี ค.ศ. 1976
อย่างไรก็ตาม ความนิยมของประชาชนในประเทศที่มีต่อ Sirimavo Bandaranaike กลับตกต่ำสวนทาง ท่ามกลางข้อกล่าวหาว่าทุจริตคอรัปชั่น เผด็จการรัฐสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ผิดพลาด
Bandaranaike with Soviet Union Prime Minister Alexei Kosygin, Senior Advisor (Foreign Affairs) to the Prime Minister Tissa Wijeyeratne and Anura Bandaranaike // en.wikipedia.org/Sirimavo_Bandaranaike
นอกจาก Sri Lanka Freedom Party จะแพ้การเลือกตั้ง 1977 Sirimavo Bandaranaike ยังถูกสอบสวนเรื่องการใช้อำนาจโดยมิชอบ เกี่ยวกับการเลื่อนการเลือกตั้งในช่วงปี ค.ศ. 1975-1977
ถูกตัดสิทธิทางการเมืองนานถึง 7 ปี
อย่างไรก็ดี Sirimavo Bandaranaike พาพรรค Sri Lanka Freedom Party ชนะเลือกตั้งอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1994 ทำให้ Sirimavo Bandaranaike ได้เป็นนายกรัฐมนตรีศรีลังกา รอบที่ 3
และปิดฉากทางการเมืองบนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีตัวเดิมเมื่อเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 2000
ก่อนที่ Sirimavo Bandaranaike จะเสียชีวิตในวันที่ 10 ตุลาคม ปี ค.ศ. 2000 ด้วยโรคชรา หลังการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งสุดท้ายตามครรลองระบอบประชาธิปไตยในชีวิตของเธอ สิริรวมอายุ 84 ปี
Sirimavo Bandaranaike จึงได้รับการยกย่องจากนักการเมืองทั่วโลก ว่าเป็นบุคคลที่มุ่งมั่นกับการปฏิบัติงานทางการเมือง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความศรัทธาที่ Sirimavo Bandaranaike มีต่อระบอบประชาธิปไตย
ตราบจนถึงลมหายใจสุดท้าย!