5 สินค้าส่งออก ขยายตัวสวนกระแสวิกฤตโควิด ด้วยแผน ‘ตลาดนำการผลิต’

แม้ว่าตลาดสินค้าหลายประเภทในประเทศ ยังคงซบเซาต่อเนื่อง เพราะพิษภัยการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่เชื่อว่าหลายคนคงนึกไม่ถึงกันแน่ๆ ว่า ตลาดสินค้าส่งออกของไทย กลับขยายตัวอย่างต่อเนื่องแบบไม่แคร์การระบาดไม่ว่าจะกี่ระลอกก็ตาม โดยเฉพาะใน 5 สินค้าส่งออก ที่โตสวนกระแส พาสินค้าเมดอินไทยแลนด์ฝ่าวิกฤตโควิด-19 ไปได้แบบสบายๆ

ข้อมูลข้างต้นนี้ ยืนยันได้ด้วย รายงานภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยประจำเดือนพฤษภาคม 2564 โดย สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่ระบุชัดเจนว่า สถานการณ์การส่งออกของไทยเดือนพฤษภาคม 2564 ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 41.59 นับเป็นอัตราการขยายตัวที่สูงสุดในรอบเกือบ 11 ปี โดยมีมูลค่าถึง 23,057.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การส่งออกของไทย

มิหนำซ้ำ ถ้าหักสินค้าที่เป็น น้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ออกแล้ว การส่งออกไทยขยายตัวสูงถึงร้อยละ 45.87 ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินการตามแผนการส่งเสริมการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ผนวกกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ที่มีข้อมูลยืนยันจากธนาคารโลก ที่มองว่าเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกา จีน สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น มีแนวโน้มฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาดการณ์ จากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่และความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนนั่นเอง

เปิดตัว 5 สินค้าส่งออก ของไทย ที่ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง แบบไม่หวั่น ไม่ว่าโควิดจะมาอีกกี่ระลอก

สำหรับ 5 สินค้าส่งออก ที่ รายงานภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยประจำเดือนพฤษภาคม 2564 ระบุว่า เติบโตได้ดีแบบไม่แคร์สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ว่าจะกี่ระลอกก็ตาม ได้แก่

  • สินค้าเกษตรและอาหาร
โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ยางพารา ผักและผลไม้ ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง น้ำมันปาล์ม เครื่องดื่ม อาหารสัตว์เลี้ยง และสิ่งปรุงรสอาหาร
ผัก ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป : ขยายตัวร้อยละ 31.9 เป็นเวลา 2 เดือนต่อเนื่อง โดยมีตลาดสำคัญ คือ จีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และมาเลเซีย
สิ่งปรุงรสอาหาร : ขยายตัวร้อยละ 25.1 เป็นเวลา 10 เดือนต่อเนื่อง โดยมีตลาดสำคัญ คือ สหรัฐฯ ฟิลิปปินส์ สหราชอาณาจักร มาเลเซีย และเมียนมา
อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัวร้อยละ 24.0 เป็นเวลา 21 เดือนต่อเนื่อง โดยมีตลาดสำคัญ คือ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น มาเลเซีย อิตาลีและอินโดนีเซีย

  • สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน (Work from Home) และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
ขยายตัวเกือบทุกหมวดสินค้า เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน เครื่องปรับอากาศ เตาอบไมโครเวฟ ตู้เย็นและตู้แช่แข็ง เครื่องซักผ้าและส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ
เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ : ขยายตัวร้อยละ 44.5 เป็นเวลา 6 เดือนต่อเนื่อง โดยมีตลาดสำคัญ อาทิ สหรัฐฯ ฮ่องกง จีน สิงคโปร์ และเนเธอร์แลนด์
เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน : ขยายตัวร้อยละ 54.0 เป็นเวลา 12 เดือนต่อเนื่อง ในเกือบทุกตลาด อาทิ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม และมาเลเซีย

  • สินค้าเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด
เช่น เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์และถุงมือยาง กลายเป็นสินค้าที่มีความสำคัญในช่วงที่มีการระบาด

  • สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นตัวของภาคการผลิต
เช่น เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์ยาง แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ

สินค้า Lifestyle

  • สินค้าคงทนหรือสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีราคาสูง
เช่น รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ รวมถึงอัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) มีการขยายตัวในระดับสูง สะท้อนถึงการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศคู่ค้าได้เป็นอย่างดี
อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) : ขยายตัวร้อยละ 113.3 เป็นเวลา 3 เดือนต่อเนื่อง โดยมีการขยายตัวทุกตลาด อาทิ สหรัฐฯ ฮ่องกง อินเดีย สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์

ชี้แนวโน้ม และแผนส่งเสริมการส่งออกปี 2564

การส่งออกของไทยในระยะต่อไป คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้น สะท้อนให้เห็นได้จาก
  1. การขยายตัวของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 5 ในเกือบทุกหมวดสินค้า โดยเฉพาะ 5 สินค้าส่งออก ที่ได้กล่าวถึงมาข้างต้น
  2. ราคาพลังงานปรับสูงขึ้นตามความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้น หลังหลายประเทศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์จึงเป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน โดยเฉพาะในตลาดอาเซียน
  3. การกระจายวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในแต่ละประเทศส่งเสริมความเชื่อมั่นในการบริโภค และส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าของไทย
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
สำหรับแผนส่งเสริมการส่งออกใน ปี 2564 จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังคงสั่งการให้ดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์ “ตลาดนำการผลิต”
“เราต้องเดินหน้าสร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่ม GDP ประเทศ และเพิ่มรายได้เกษตรกรและผู้ประกอบการทุกระดับ”
“โดยมีพันธกิจร่วมในด้านต่างๆ คือ สร้าง Single Big Data สนับสนุนข้อมูลราคา ความต้องการสินค้า แนวโน้มด้านการตลาด ต่อยอดจากศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ ใน 5 รายการสินค้า หลัก ได้แก่ ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ามัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง) และจะขยายเพิ่มอีก 8 สินค้าในเร็วๆ นี้”
“พร้อมทั้งยังได้สร้างแพลตฟอร์มกลางส่งเสริมการซื้อขายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ในรูปแบบออนไลน์ สร้างความเชื่อมั่นด้วยคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อผลักดันให้สินค้าเกษตรได้รับการรับรองคุณภาพตามมาตรฐาน เช่น GAP HACCP มาตรฐานสินค้าอินทรีย์ และพัฒนาคนและผลิตภัณฑ์ให้ตรงความต้องการของตลาด รวมทั้งอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ”

และตามแผนงานของกระทรวงพาณิชย์ที่กำหนดไว้ โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีแผนงานและโครงการสำคัญ อาทิ โครงการยี่ปั๊วออนไลน์ หรือ Online Resellers Connect ซึ่งเป็นโครงการที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ SME และ Micro SME สามารถเจรจาธุรกิจ และส่งออกสินค้า ผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ

รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้สินค้าของ SME และ Micro SME ไทยเข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน การส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพ ได้มีนโยบายให้เร่งเดินหน้ายกระดับการส่งออกสินค้าผลไม้ของไทยในตลาดจีน
โดยเฉพาะการส่งเสริมการค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นที่สนใจของผู้บริโภคชาวจีนอย่างมาก และกระทรวงพาณิชย์จะเชิญชวนร้านค้าของจีนเข้ามาเป็นพันธมิตร เพื่อทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดร่วมกัน
ทั้งนี้ ในปี 2564 กระทรวงฯ ได้ตั้งเป้าการเติบโตของการส่งออกสินค้าผลไม้อยู่ที่ร้อยละ 17 และได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์เร่งดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เพื่อให้มูลค่าการส่งออกเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ได้

ยังมีข่าวดีที่เกิดขึ้นท่ามกลางการระบาดของไวรัสโควิด-19 ให้ได้อัปเดตกันต่อ

Problems & Solutions ปลดล็อกศักยภาพ SMEs ไทย โตได้แบบไม่แคร์วิกฤต

“ไทย” ผ่านฉลุย เมื่อ “EU” เดินหน้าฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวพร้อมเปิดไฟเขียวรับบางประเทศให้เดินทางเข้ายุโรปได้

เจาะกลยุทธ์ From Local to Global ส่งสินค้าท้องถิ่นไทยโกอินเตอร์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากฝ่าวิกฤต