
EEC HDC สร้างกระบวนการเรียนรู้ใหม่ในอีอีซี ต้นแบบการศึกษารัฐ+เอกชน+ชุมชน

ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) โพสต์เฟสบุ๊คภายหลังรายงานการขับเคลื่อนระบบการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ต่อศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ว่า EEC HDC ขับเคลื่อนการศึกษาปรับสร้างทั้งรูปแบบ & ระบบนิเวศน์ให้การศึกษาตอบความต้องการจริง! เปลี่ยนสู่ความก้าวหน้าเท่าทันโลกด้วยวิสัยทัศน์และประสบการณ์ มุ่งสร้างสรรค์ให้เปลี่ยนแปลง มีนวัตกรรม & กระบวนการที่ชัดเจน สร้างคนให้ตรงทิศทางความต้องการ ปรับการศึกษาสู่ความก้าวหน้าใหม่ จากนี้ไปจะเดินหน้าทะลุทะลวงสร้างคน สร้างความก้าวหน้า สร้างรูปแบบ & ระบบนิเวศน์ใหม่ หลักสูตร & กระบวนการเรียนรู้ใหม่ ก้าวข้ามความเทอะทะ & ล้าหลัง ผสานประสบการณ์กับวิทยาการใหม่ให้ทันการเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าทุกภาคส่วนร่วมกัน รัฐ+เอกชน+ชุมชน ความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าจะปรากฏ!

อธิบดีกรมการแพทย์ยืนยันทำ 5 มาตรการ ช่วยระบบสาธารณสุขไม่ล่มสลาย
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงแนวทาง 5 มาตรการสำคัญในการแก้ไขสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 คือ 1.นโยบายต้องชัดเจน 2.ประชาชนต้องให้ความร่วมมือ 3.ระบบการควบคุมโรคดี 4.ระบบรักษาพยาบาลเข้มแข็ง และ 5.การฉีดวัคซีนครอบคลุม หาก 5 เรื่องนี้ไปด้วยกันดีจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยลง การหาเตียงไม่ใช่เรื่องยาก แต่บุคลากรที่อยู่หน้างานขณะนี้บางคนไม่ได้กลับบ้านมา 2 เดือนแล้ว ส่วนกรณีที่มีการตรวจแต่ไม่รับผู้ป่วยเนื่องจากเตียงไม่พอนั้น จริงๆ ตั้งแต่แรกก็ไม่ได้บอกว่าหากตรวจแล้วต้องรับ บอกแค่ที่ไหนช่วยตรวจแล้วให้ช่วยประสาน ซึ่งในขณะนี้มีมาตรการเรื่อง Home Isolation และ Community Isolation ออกมา คิดว่าส่วนนี้จะผ่อนคลายไปได้ แค่ตรวจแล้วต้องนำเข้าระบบโดยเร็ว ดังนั้นการร่วมมือกันสำคัญที่สุด ทั้งในส่วนประชาชนและเจ้าหน้าที่ต้องไปทบทวนว่าประชาชนดูแลตัวเองได้ดีจริงหรือไม่ หรืออาจต้องใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่บ้าน ขณะที่เรื่องวัคซีนก็ต้องทบทวนให้ดี ต้องดูเรื่องกันหนักและกันตายว่าใครจำเป็นก่อน ซึ่งเรื่องนี้เห็นต่างได้ แต่ต้องมาพูดคุยกันแบบมีสติ และทุกอย่างต้องเอาความจริงมาพูด และต้องโปร่งใส แล้วทุกอย่างรวมถึงประเทศจะไปได้รอด การจะบอกว่าเตียงไม่พอแล้วกล่าวว่าระบบสาธารณสุขล่มสลายยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะการรักษาโรคด้านอื่นยังสามารถทำได้ และยังสามารถปรับระบบการดูแลผู้ป่วยมาเป็น Home Isolation และ Community Isolation จึงมั่นใจว่าถ้าร่วมมือใน 5 มาตรการดังกล่าวไปด้วยกัน ไม่มีวันที่ระบบสาธารณสุขจะล่มสลาย

คนไทยช้อปออนไลน์ 7.5 หมื่นล้านต่อเดือน เครื่องแต่งกาย-เครื่องประดับ อันดับ 1
นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยการสำรวจความเห็นของประชาชน จำนวน 7,499 คน ทุกอำเภอทั่วประเทศ เกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม-มีนาคม 2564) ใน 13 กลุ่มสินค้า พบว่ามีมูลค่าการใช้จ่ายสูงถึง 75,000 ล้านบาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 45.05% จากที่เคยสำรวจช่วงเดือนพฤศจิกายน 2563 ที่มีมูลค่า 52,000 ล้านบาทต่อเดือน และมีการซื้อออนไลน์เพิ่มขึ้น 68.97% จากการสำรวจครั้งก่อน สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุค New Normal ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้หันมาซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์กันมากขึ้น สำหรับสินค้าทั้ง 13 กลุ่ม พบว่า กลุ่มเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ ได้รับความนิยมซื้อออนไลน์สูงสุด รองลงมาคืออาหารและเครื่องดื่ม, สินค้าสุขภาพ เครื่องสำอาง ของใช้ส่วนบุคคล, ของใช้ในบ้าน สำนักงาน, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์มือถือ, เครื่องกีฬา เครื่องเขียน,เพลง ภาพยนตร์ และสินค้าบันเทิงอื่นๆ, ซอฟต์แวร์ เกมส์, การจอง/บริการต่างๆ, คอมพิวเตอร์,ของเล่น, หนังสือนิตยสาร ทั้งนี้ โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์มือถือ เป็นสินค้าที่มีสัดส่วนใช้จ่ายออนไลน์สูงสุด

โพลกรมอนามัยชี้พื้นที่สีแดงเข้ม ‘ไม่สวมหน้ากาก – สวมผิดวิธี’ สูงถึงร้อยละ 35

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยผลสำรวจของอนามัยโพล เรื่องผลสำรวจการสังเกตเห็นผู้อื่นสวมหน้ากากในชุมชนละแวกที่พัก สวมหน้ากากเมื่อออกนอกบ้าน พบว่าประชาชนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) สวมหน้ากากถูกวิธีเพียงร้อยละ 65 ขณะที่ไม่สวมหน้ากากหรือสวมไม่ถูกวิธีพบถึงร้อยละ 35 หวั่นเป็นจุดเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อในชุมชน จึงขอความร่วมมือจากประชาชนในทุกพื้นที่สวมหน้ากากป้องกันตลอดเวลาและสวมให้ถูกวิธี โดยให้ปิดจมูก ปาก คาง หากสวมหน้ากากอนามัยไม่แนะนำให้สวมซ้อนกัน 2 ชั้น เนื่องจากจะทำให้ไม่กระชับกับใบหน้า เกิดช่องว่าง ทำให้ต้องใช้มือขยับและเสี่ยงสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรคลดลง ซึ่งวิธีการตรวจสอบความกระชับกับใบหน้าด้วยการตรวจช่องว่างโดยการเอามือแตะขอบด้านนอกของหน้ากาก พร้อมดูให้แน่ใจว่าไม่มีอากาศไหลออกจากบริเวณใกล้ดวงตาหรือจากด้านข้างของหน้ากาก และถ้าสวมหน้ากากพอดีแล้ว จะรู้สึกว่ามีลมร้อนผ่านเข้ามาทางด้านหน้าของหน้ากาก และอาจเห็นหน้ากากเคลื่อนเข้าและออกทุกครั้งที่หายใจ อย่างไรก็ตาม หากต้องการเพิ่มความมั่นใจของชั้นกรองหน้ากากให้มีประสิทธิภาพสูง เมื่อต้องอยู่ในสถานที่แออัด หรือพื้นที่ที่ระบายอากาศไม่ดีเป็นระยะเวลานาน เช่น ในรถตู้โดยสาร หรือเมื่อต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้มีความเสี่ยงสูง แนะนำให้สวมหน้ากากผ้าทับหน้ากากอนามัยได้ แต่ขอเน้นย้ำต้องสวมให้ถูกวิธีและถูกประเภทของชนิดหน้ากาก คือสวมหน้ากากอนามัยก่อนแล้วทับด้วยหน้ากากผ้า ซึ่งจะเพิ่มความกระชับและความสามารถในการกรองมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งตรวจสอบว่าหายใจได้สะดวกหรือไม่ นอกจากนี้ การสวมหน้ากากแบบผิดประเภท เช่น สวมหน้ากากอนามัยซ้อนกัน 2 ชิ้น สวมหน้ากาก N95 ก่อนแล้วทับด้วยหน้ากากอื่น หรือสวมหน้ากากผ้าก่อนแล้วทับด้วยหน้ากากอนามัย นอกจากจะไม่ช่วยเรื่องประสิทธิภาพการป้องกันแล้ว ยังส่งผลให้ผู้สวมอึดอัด หายใจไม่ออก และอาจเป็นลมได้ สำหรับกลุ่มที่ไม่ควรสวมหน้ากากคือ กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ และผู้ที่มีโรคหรือข้อห้ามทางการแพทย์ เช่น ผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ

บริษัทไอทีสหรัฐ 200 แห่งเจอแฮกเกอร์รัสเซียโจมตีไซเบอร์เรียกค่าไถ่ 5 ล้านดอลล์

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ ระบุ เดลี่เมล์รายงานว่า แฮกเกอร์ในรัสเซียได้ทำการโจมตีทางไซเบอร์กับบริษัทจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) อย่างน้อย 200 แห่งในสหรัฐ และเรียกร้องค่าไถ่สูงถึง 5 ล้านดอลลาร์ กลุ่ม REvil ซึ่งเป็นกลุ่มแฮกเกอร์เรียกค่าไถ่รายใหญ่ที่พูดภาษารัสเซียและเชื่อมโยงกับเหตุการณ์แฮ็กบริษัทแปรรูปเนื้อสัตว์ JBS นั้น ดูเหมือนจะอยู่เบื้องหลังการโจมตีดังกล่าว แม้ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐได้ขู่ว่าจะทำการตอบโต้ในการพบปะกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา หากบริษัทของสหรัฐยังคงถูกแฮกระบบต่อไป Huntress Labs ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เปิดเผยว่า การโจมตีครั้งใหญ่ดังกล่าวส่งผลให้เครือข่ายของบริษัทสหรัฐอย่างน้อย 200 แห่งหยุดชะงักในวันศุกร์ (2 ก.ค.) นายจอห์น แฮมมอนด์ จากบริษัท Huntress Labs กล่าวว่า กลุ่มอาชญากรได้มุ่งเป้าไปที่ Kaseya ซึ่งเป็นบริษัทซัพพลายเออร์ซอฟต์แวร์ VSA ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เปิดเผยว่า การโจมตีที่อาจเกิดขึ้นนั้นจำกัดอยู่เฉพาะลูกค้าเพียงไม่กี่รายเท่านั้น “เราอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง แต่เราขอแนะนำให้ทำการปิดเซิร์ฟเวอร์ VSA จนกว่าจะได้รับการแจ้งเพิ่มเติมจากเรา” Kaseya ระบุ
Post Views: 1,117