และแล้ว มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ‘โอลิมปิก โตเกียว 2020’ ก็ใกล้จะได้ฤกษ์เปิดการแข่งขันกันแล้ว จากกำหนดการเดิมที่ต้องจัดในปี 2020 แต่เพราะพิษโควิด-19 ในปีที่แล้ว จำเป็นต้องเลื่อนมาในปีนี้ โดยเป็นการจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่ไม่เหมือนกับทุกปี เพราะเป็นการจัดการแข่งขันกีฬาท่ามกลางมาตรการความปลอดภัยและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด
นอกเหนือจากการแข่งขันกีฬาทุกประเภทที่จัดเต็มแบบไม่ให้วิกฤตโควิด-19 มาเป็นอุปสรรคของเจ้าภาพอย่าง มหานครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แล้ว ยังมีกีฬาหลากหลายประเภท ที่คนไทยทั้งประเทศต้องร่วมส่งกำลังใจแบบทวีคูณให้กับ นักกีฬาไทย ทุกคน ที่เป็นตัวแทนประเทศไปแข่งขัน โอลิมปิกเกมในครั้งนี้ เพราะไม่ใช่แค่ต้องต่อสู้กับคู่แข่งขันซึ่งเป็นนักกีฬาจากทั่วโลกเท่านั้น ทว่า ต้องระมัดระวังตนเองไม่ให้ติดเชื้อวิด-19 จากการเดินทางไปแข่งขันใน ‘โอลิมปิก โตเกียว 2020’ ครั้งนี้ด้วย

และเพื่อให้ ผู้ชมชาวไทย ไม่พลาดชมสด ครบทุกแมตช์ ทุกประเภทกีฬา AIS PLAY วิดีโอแพลตฟอร์ม และ Digital Life Service Provider ได้คว้าสิทธิ์การถ่ายทอดมหกรรมกีฬาระดับโลก “โอลิมปิก โตเกียว 2020” ในฐานะ Official Broadcaster อย่างเป็นทางการ โดยส่งตรงการแข่งขันกีฬา ทุกคู่ ทุกสนาม ที่โอลิมปิกถ่ายทอด ให้ผู้ชมชาวไทยได้รับชมอย่างเต็มอิ่มในช่วงเวลาที่ทุกคนต้องกักตัว หยุดเชื้อ เพื่อชาติ อยู่ในตอนนี้
โดยในงาน Group Interview เชียร์ไทย ส่งใจสู่ Tokyo Olympic Games 2020 นอกจากจะมี ปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด กลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ การเป็น Official Broadcaster อย่างเป็นทางการ เพื่อถ่ายทอด โอลิมปิก โตเกียว 2020 ในครั้งนี้แล้ว ยังมี แขกรับเชิญสุดยอดนักพากย์จากวงการกีฬา อย่าง วีรศักดิ์ นิลกลัด และ ทรงศักดิ์ วรรณวิจิตร ที่จะมาบอกถึงไฮไลต์ที่น่าสนใจของการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับโลกในครั้งนี้ ร่วมด้วย ชนาธิป ซ้อนขำ นักเทควันโดหญิงชาวไทย ซึ่งเข้าร่วมแข่งขันในโอลิมปิกฤดูร้อน 2012 และคว้าเหรียญทองแดงจากการแข่งขันในครั้งนี้มาครองได้
Let’s Review! ไฮไลต์น่าสนใจที่ต้องติดตาม ให้กำลังใจนักกีฬาไทย สู้ศึก โอลิมปิก โตเกียว 2020
สำหรับไฮไลต์และปรากฎการณ์ที่น่าติดตามและจดจำของการแข่งขันมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ โอลิมปิก โตเกียว 2020 วีรศักดิ์ นิลกลัด นักพากษ์มากประสบการณ์รุ่นใหญ่ กล่าวว่า

“สำหรับมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ ทางเจ้าภาพ ประเทศญี่ปุ่น ก็ต้องต่อสู้กับสถานการณ์การพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในตอนนี้อย่างมาก ด้วยความมุ่งมั่นว่าจะจัดการแข่งขันกีฬาขึ้นให้ได้ตามกำหนดการในปี 2021 นี้ กับการลงทุนเพื่อจัดการแข่งขันกว่า 8 แสนล้านบาท ที่ทำให้ยกเลิกอีกไม่ได้แล้ว”
“โดยการจัดการแข่งขันโอลิมปิกในครั้ง ผมขอให้เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของการจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ที่จะไม่มีคนดูในสนาม และเรายังต้องส่งกำลังใจไปให้เจ้าหน้าที่ นักกีฬาไทยทุกคนที่เดินทางไปเป็นตัวแทนประเทศชาติในการไปแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งต้องปฏิบัติตามมาตรการที่เคร่งครัด เข้มข้น ซึ่งหลายเรื่องก็เป็นอุปสรรคในการฝึกซ้อมและแข่งขันกีฬาไม่น้อย”
ด้าน ชนาธิป ซ้อนขำ หรือ เล็ก นักเทควันโดหญิงชาวไทย เจ้าของเหรียญทองแดง โอลิมปิก ปี 2012 ได้มาเป็นตัวแทนนักกีฬาไทย สะท้อนภาพการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่เธอเคยผ่านมาและให้ความเห็นถึงการจัดโอลิมปิกในครั้งนี้ พร้อมอัปเดตความหวังของกีฬาเทควันโดไทย ในการไปคว้าเหรียญในการแข่งขันโอลิมปิก โตเกียว 2020 ครั้งนี้

“ในสมัยที่เล็กไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ในตอนนั้นแน่นอนว่า แสง สี เสียง ในงานมหกรรมการแข่งขันกีฬาทุกประเภท ทุกแมตซ์มาแบบจัดเต็ม รวมไปถึงสถานที่แข่งขัน ในหมู่บ้านนักกีฬา เราได้เห็นนักกีฬามากมายหลายชาติ รวมถึงนักกีฬาชื่อดังก็มารวมกันเพื่อมาแข่งขันกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความน่าติดตามและความคึกคักอย่างมาก”
“แต่ในมหกรรมโอลิมปิก โตเกียว 2020 นี้ บรรยากาศการเก็บตัว การฝึกซ้อม เป็นไปด้วยความลำบากขึ้นแน่นอนในหลายชนิดกีฬา เป็นปัญหาและอุปสรรคสำหรับนักกีฬาไทยทุกคนที่ต้องผ่านไปให้ได้”
“เพราะการเตรียมตัวฝึกซ้อม ก็ไม่สามารถรวมตัวกันได้ ไม่สามารถไปฝึกซ้อมในสนามกีฬาเหมือนการแข่งขันครั้งก่อน รวมถึงการใช้ฟิตเนส ที่นักกีฬาแทบทุกชนิดต้องไปใช้เพื่อวอร์มอัพก่อนการแข่งขัน ก็ใช้ไม่ได้เหมือนเดิม ยิ่งในตอนแข่งขัน ฟีดแบกที่ส่งกลับมาจากทีมนักกีฬาที่เดินทางไปแข่งขันในครั้งนี้ ก็บอกตรงกันว่าต้องเจอกับมาตรการคัดกรองที่เข้มงวดมาก เพราะถ้าเกิดนักกีฬาคนไทยเกิดติดเชื้อโควิดในระหว่างแข่งขันก็จะถูกตัดสิทธิ์ในทันที นักกีฬาไทยทุกประเภท จึงต้องมีทั้งความพร้อม ความรับผิดชอบต่อตัวเอง ต่อทีม การมีวินัย เพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ”
“และในรายชื่อของนักกีฬาไทยทั้ง 41 รายชื่อ มีไม่น้อยที่ผ่านการแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกมาไม่น้อยกว่า 2-3 ครั้ง อย่าง น้องธันย่า ธันยพร พฤกษากร นักกีฬายิงปืนที่เป็นความหวังของประเทศ ก็เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกมาไม่น้อยกว่าสี่ครั้งแล้ว และจากการได้พูดคุยตามประสานักกีฬาด้วยกัน ทุกคนมีกำลังใจที่ดีมาก แม้สภาพการณ์และบรรยากาศในตอนนี้จะไม่พร้อม แต่สภาพใจของนักกีฬาทีมไทยพร้อมมาก”

“ในส่วนของนักกีฬาเทควันโด ทีมชาติไทย ที่ไปร่วมชิงชัยในโอลิมปิก โตเกียว 2020 ครั้งนี้ ต้องบอกว่าเราฝึกซ้อมอย่างหนัก อย่าง “น้องเทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักเทควันโดสาววัย 23 ปีทีมชาติไทย ผู้เป็นความหวังสูงสุดของทัพนักกีฬาไทยในการคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันเทควันโด รุ่น 49 กก. หญิง กีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น”
“น้องเทนนิสมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเป็นครั้งที่สอง ทั้งที่โดยปกติของการแข่งขันกีฬาเทควันโด ก็จะเข้าแข่งขันหนึ่งครั้ง และหยุดพักไป ซึ่งสำหรับน้องเทนนิส น้องใจสู้และมีความตั้งใจที่จะไปคว้าเหรียญมาให้ชาวไทยซึ่งจะเป็นเหรียญทองแรกในประวัติศาสตร์ให้ได้ ก็อยากให้ติดตามกัน”
มาถึง ทรงศักดิ์ วรรณวิจิตร นักจัดรายการวิทยุ ผู้สื่อข่าว นักบรรยายกีฬามืออาชีพอีกท่านหนึ่ง ที่ได้มาให้ข้อมูลประเภทกีฬาใหม่ที่จะจัดการแข่งขันขึ้นในโอลิมปิก โตเกียว 2020 ซึ่งน่าติดตามให้ครบทุกแมตซ์ ว่ามีกีฬาอะไรบ้าง

“สำหรับกีฬาชนิดใหม่ที่จัดแข่งขันในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก โตเกียว 2020 นี้ มี 6 ชนิดกีฬา ที่แม้ว่าคนไทยไม่ได้เข้าร่วมแข่งขัน แต่ก็น่าติดตามทีเดียว ทั้ง สเกตบอร์ด การแข่งขันเซิร์ฟสเกต หรือกระดานโต้คลื่น และปีนหน้าผา เหล่านี้เป็นกีฬา Extreme ที่บรรจุครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของโอลิมปิกเกมเลย อีกสองชนิดกีฬา คือ เบสท์บอลชาย และซอฟต์บอลหญิง ซึ่งกีฬาสองชนิดนี้ เป็นการคัมแบ็กกลับมาแข่งขันอีกครั้ง หลังจากที่หลุดไปจากรายการการแข่งขันตั้งแต่ในปี 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน”
“ดังนั้น ผู้ชื่นชอบกีฬา Extreme จึงไม่ควรพลาดการรับชม มหกรรมกีฬาโอลิมปิก โตเกียว 2020 ด้วยประการทั้งปวง หรือแม้กระทั้ง การแข่งขัน เบสท์บอล ซึ่งน่าติดตามเพราะชาติเจ้าภาพอย่างญี่ปุ่น ที่คาดหวังในกีฬานี้มาก เพราะประเทศญี่ปุ่นก็มีการแข่งขันกีฬาเบสท์บอลกันอย่างแพร่หลายอยู่แล้ว และทางสหรัฐอเมริกา ก็ส่งนักกีฬาเบสท์บอลมาแข่งขันด้วย ดังนั้นเชื่อว่า ถ้าเป็นการแข่งขันระหว่างสองชาตินี้ รับรองว่าต้องเป็นแมตซ์หยุดโลกอีกแมตซ์ที่ห้ามพลาดเลยทีเดียว”
ด้าน วีรศักดิ์ ได้เน้นย้ำอีกว่า “การแข่งขันมหกรรมโอลิมปิก โตเกียว 2020 นี้ นับเป็นโอกาสดี เรียกว่าตั้งแต่ผมพากย์กีฬาโอลิมปิกมา ตั้งแต่ก่อนปีที่ สมรักษ์ คำสิงห์ เป็นฮีโร่เหรียญทอง ตั้งแต่ โอลิมปิก ที่จัดขึ้นที่ บาร์เซโลนา ประเทศสเปน ปี 1992 ไม่มีครั้งไหนที่แฟนกีฬาชาวไทยจะได้ชมกีฬาทุกชนิด ทุกประเภท อย่างในการแข่งขัน โตเกียวโอลิมปิก 2020 นี้”

“เพราะที่ผ่านมา เป็นถ่ายทอดผ่านฟรีทีวี ที่คัดเลือกเอาการแข่งขันที่เป็นนักกีฬาไทยแข่งขัน หรือเป็นแมตซ์กีฬายอดนิยม มาให้ได้ดูกันเท่านั้น อย่าง ฟุตบอล กรีฑา ว่ายน้ำ ซึ่งถ่ายทอดแบบจำกัดช่วงเวลา แต่ในครั้งนี้มีการถ่ายทอดทุกชนิดกีฬาผ่านช่องทาง AIS PLAY ดังนั้นถือเป็นโอกาสดีที่ประชาชนชาวไทยจะได้ใช้เวลาว่างจากการทำงาน Work from home หรือการกักตัวอยู่บ้าน เพื่อรับชมกีฬาโอลิมปิกในครั้งนี้”
นอกจากนั้น ข้อดี ที่เหล่ากูรูนักพากษ์ และตัวแทนนักกีฬาบอกตรงกัน คือ ด้วยการจัดการแข่งขันที่ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นี่เอง ที่มีเวลาไม่แตกต่างกับประเทศไทยมาก ทำให้ชาวไทยไม่ต้องอดตาหลับขับตานอน เพื่อรอชมกีฬาและแมตซ์ที่อยากเชียร์ได้แบบสบายๆ
AIS PLAY ส่งพลังให้คนไทยคลายเครียดจากวิกฤตโควิด กับ โอลิมปิก โตเกียว 2020 ครบทุกแมตช์ ฟรี!
มาถึงการรับรู้ถึงความตั้งใจดีที่ทาง AIS PLAY วิดีโอแพลตฟอร์มของไทย ที่พร้อมส่งมอบความสุขผ่านการถ่ายทอดสดการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิก โตเกียว 2020 ทุกแมตซ์ ทุกประเภทกีฬา ผ่าน AIS PLAY ที่มีถึง 16 ช่อง โดย ปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด กลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS ได้กล่าวว่า

“อย่างที่เรารู้กันดีว่า การแข่งขันโอลิมปิก โตเกียว 2020 ในครั้งนี้จะต้องถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ของโลก เพราะถูกจัดขึ้นภายใต้ข้อจำกัด จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19และไม่มีผู้ชมในสนาม ดังนั้นการได้สิทธิ์ถ่ายทอดสดครั้งนี้จึงมีความหมายอย่างมาก เสมือนหนึ่งการเป็นตัวแทนประเทศ นำคอนเทนท์นี้มาให้คนไทยได้รับชมอย่างครบถ้วนที่สุด”
“เราจึงเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ตั้งแต่เครือข่ายไร้สาย 5G,4G และไฟเบอร์บรอดแบนด์, ระบบการถ่ายทอดที่รองรับ Full HD, การจัดช่องทางชมสดบน AIS PLAY ถึง 16 ช่อง ที่ทำให้ไม่พลาดทุกประเภทกีฬา ทุกรายการแข่งขัน ทุกสนาม อีกทั้งยังจับมือกับนักพากย์ชื่อดังจัดรายการไฮไลท์ พร้อมให้รับชมย้อนหลัง เพื่อให้คนไทยได้ร่วมเชียร์นักกีฬาไทยอย่างจุใจ เนื่องจากมีหลายประเภทกีฬาที่เรามีโอกาสคว้าเหรียญรางวัล รวมถึงได้รับชมการแข่งขันกีฬายอดนิยมระดับโลกได้อย่างไม่พลาด”
“โดยคนไทย สามารถรับชมการถ่ายทอดสดและย้อนหลังการแข่งขัน และร่วมเชียร์นักกีฬาไทยทุกรายการแข่งขัน ฟรี ทุกเครือข่าย ผ่าน AIS PLAY ทุกช่องทาง ทั้งบนมือถือและเว็บไซต์ พร้อมคอนเทนท์พิเศษสำหรับลูกค้า AIS ที่แอปพลิเคชันบนมือถือ, กล่อง AIS PLAYBOX, SAMSUNG Smart TV, Apple TV และเว็บไซต์ aisplay.ais.co.th”
“นอกเหนือจากนี้ยังได้ร่วมมือกับ Media Partner ชั้นนำของเมืองไทย ในการเปิดให้คนไทยได้รับชมผ่านทางเว็บไซต์ของสื่อพันธมิตรอาทิ มติชน, ข่าวสด, ผู้จัดการ, SIAM Sport และ PPTV HD อีกด้วย”
อ่านบทความดีๆ แนะวิธีคลายเครียดจากวิกฤตโควิด-19 กันได้ต่อ
7 วิธี สร้าง Work Life Balance หน้าจอ ลดการติด Social Media ได้จริง














