HOME ISOLATION : อัตตาหิอัตโนนาโถ-ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

การแพร่ระบาดของโควิดวันนี้ ผู้คนมีสภาพเหมือนมีชีวิตท้าทายมัจจุราชตลอดเวลา เนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นโรคอุบัติใหม่ ที่วันนี้ยังไม่มีใครให้คำตอบเบ็ดเสร็จได้ว่า สงครามโรคระบาดที่เกิดขึ้นนี้จะยุติลงเมื่อไหร่?!? มีแต่เพียงความพยายามที่จะเอาชนะด้วยวัคซีน ที่เร่งวิจัยแข่งกับการกลายพันธุ์ของไวรัสเพชฌฆาตที่เกิดขึ้นนับพันครั้ง! จนต้องปรับตัวกันวุ่นวาย-คิดหาวัคซีนที่จะเอาชนะหยุดการระบาดครั้งนี้!


สภาพการดำรงชีวิตวันนี้ นอกจากต้องเอาตัวรอดแล้วยังต้องพึ่งตัวเองเป็นสำคัญอีกด้วย การระบาดใหญ่ครั้งนี้ ทำให้ประชากรโลกติดโควิดไปเกือบ 20 ล้านคน (ขาดไม่กี่แสนคน) ล้มตายเกิน 4 ล้านคนและเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกที ด้านประเทศไทยก็ขยับตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงจนเกือบ 2 หมื่นคนต่อวันเข้าไปแล้ว! คนตาย/วันเกินร้อยมาหลายวันแล้ว! มีผู้เสียชีวิตสะสมรวมเกือบครึ่งหมื่น ติดเชื้อรวมทั้งสิ้นเกินกว่าครึ่งล้าน ยังไม่มีแนวโน้มจะชะลอจำนวนลง!
สาหัสที่สุดคงเป็นกรุงเทพฯและจังหวัดรอบๆ ที่ป้อมปราการสาธารณสุขถูกตีแตกกระเจิง! การระบาดครั้งใหญ่นี้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างทั้งชีวิต ทรัพย์สิน เศรษฐกิจ ไปจนถึงความสงบสุขของสังคม! การดำรงชีวิตยุคใหม่ที่เรียกกันว่า New Normal นั้นต้องเน้นเรื่องการพึ่งตนเองเป็นสำคัญ! แม้กับผู้ติดเชื้อระยะแรก-กลุ่มสีเขียว ก็ต้องพึ่งตัวเอง-จัดการตัวเอง ด้วยการโดดเดี่ยวตัวเอง HOME ISOLATION แยกตัวไปดูแล-กินยาช่วยตัวเอง-ฟูมฟักตัวเองจนกว่าจะหายหรือดีขึ้น!
HOME ISOLATION
สภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนวันนี้ก็ได้เห็น ผู้ป่วยติดเชื้อหลายคนเข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาล เพราะภาระที่มากมายเกิน-ถมทับ-ผุดขึ้นรวดเร็วของผู้ป่วย-ผู้ติดเชื้อ ทำให้กลุ่มแพทย์ พยาบาล บุคลากรการสาธารณสุข ต้องโหมงานหนักหนาสาหัสยิ่ง! ความเดือดร้อนขยายไปทุกหย่อมหญ้า ผุดขึ้นตั้งแต่ในครัวเรือนไปจนถึงเมรุเผาศพฯ ได้เห็นผู้คนเสียชีวิตข้างทาง ผู้คอยความหวังดิ้นรนหาสถานพยาบาล จนถึงเห็นเมรุเผาศพที่ใช้เกินขนาดจนแตกพังพินาศ นี่คือสภาพที่เหมือนสงครามโหดร้ายต้องต่อกรกับความเป็นอยู่ที่ส่งผลถึงความแตกแยก ความตาย ความเสียหายมหาศาล!
สังคมที่เผชิญวิกฤตจะรอดได้ก็เพราะการช่วยเหลือเกื้อกูล โดยเฉพาะการที่ผู้คนมีจิตอาสา-อาสาสมัครช่วยเหลือกัน ความเป็นอาสาสมัครไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผลมันเป็นกิจกรรมคู่โลกมานาน ปรากฏขึ้นเป็นองค์กรเฉพาะ-องค์กรเครือข่ายหลายรูปแบบ โดยเฉพาะหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีกลุ่มผู้อุทิศตนรวมตัวกันช่วยเหลือเยียวยาผู้คนในค่ายผู้อพยพลี้ภัย ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บพิการ ไร้ที่อยู่อาศัย-สิ้นหวัง ฯลฯ ต่อมามีการร่วมมือเป็นเครือข่ายนานาชาติเช่น องค์กรกาชาดสากล ยูนิเซฟ โครงการอาสาสมัครการพัฒนาของสหประชาชาติฯลฯ รวมทั้งมีการแตกตัวเป็นกลุ่มอาสาสมัคร-ช่วยงานสังคมโดยไม่แสวงผลกำไร ช่วยเหลือกิจกรรมเฉพาะทาง ไม่ว่าด้านเด็ก สตรี ผู้ยากไร้ คนไร้บ้าน หรือคนป่วยเฉพาะทางฯพลังความช่วยเหลือเหล่านี้เป็นงานของคนเล็กๆ ที่รวมตัวกันทำประโยชน์กับสังคม ช่วยกู้วิกฤตให้ผู้คน-ชุมชนในส่วนที่รัฐเข้าไม่ถึง หรือส่วนในสถานการณ์ที่รัฐแบกรับภาระเกินกำลัง อาสาสมัครหรือชาวจิตอาสา เป็นเหมือนโครงข่ายความปลอดภัยของสังคมชุมชนและประเทศ ที่ช่วยกอบกู้วิกฤตทั้งวิกฤตย่อยและใหญ่ที่เกิดขึ้น

ในสังคมไทยก็เห็นอยู่หลายรูปแบบ ทั้งในรูปมูลนิธิและกลุ่มช่วยเหลือสังคมกลุ่มเล็กๆ เช่น มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิร่วมกตัญญู และมีกลุ่มจิตอาสา-อาสาสมัครไม่เป็นทางการเช่นกลุ่มครูใต้ร่มไม้ กลุ่มบ้านเด็กเร่ร่อน ฯ มีทั้งผู้มีประสบการณ์จนถึงคนหนุ่มคนสาวร่วมมือกันทำงาน ท่ามกลางวิกฤตโควิดก็มีอาสาสมัคร-จิตอาสาเกิดขึ้นทั่วประเทศ ทั้งกลุ่มที่ทำงานผ่าน App และที่ลงมือช่วยสังคมตั้งแต่ช่วยเหลือตรง-สื่อสาร-รับส่งผู้ป่วยฯ จนถึงบริจาคข้าว-น้ำ-อาหาร และตั้งตู้ปันสุขให้ผู้ยากไร้ขาดแคลน!

สภาพวันนี้รัฐบาลและกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์เหนื่อยสาหัสทีเดียว บ้านเมืองเรามีโรงพยาบาล รวมทั้งหมดเกือบ 2000 แห่งทั้งภาครัฐและเอกชน วันนี้เต็มแน่น! โดยเฉพาะกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เรามีจำนวนแพทย์รวมกว่า 60,000 กว่าคน ในสภาพปกติอัตราส่วนแพทย์ต่อประชากร เท่ากับ 1 ต่อกว่า 1,800 คน ถ้าไม่มีความป่วยไข้ทับถมมากมายแบบทุกวันนี้ จำนวนแพทย์กับจำนวนประชากรก็ยังอยู่ในเกณฑ์ขาดแคลน-ไม่สมเหตุสมผล! พอมาเผชิญวิกฤตการณ์ที่มีคนป่วยนับหมื่นคนต่อวันก็ยิ่งหนักขึ้นอีก ทั้งแพทย์จำนวนไม่น้อยก็ติดเชื้อ-ต้องกักตัว-รวมถึงเสียชีวิตไปหลายท่าน การจัดการตัวเอง-พึ่งตัวเองให้ปลอดภัยจึงดีที่สุดในขณะนี้ ความปลอดภัยนั้นจะส่งผลดีที่ไม่เป็นภาระกับคนรอบตัว-สังคม

การระบาดวันนี้ นอกจากทำให้ผู้คนล้มตายลงมากแล้ว ยังเริ่มส่งผลกระทบถึงเศรษฐกิจหนักขึ้นด้วย มีการติดเชื้อเป็นกลุ่มคลัสเตอร์ใหญ่ระดับโรงงาน จนหลายโรงงานต้องปิดตัว! วันนี้จึงเกิดกลุ่มจิตอาสา JITASA.CARE ขึ้น เป็นการรวมตัวของคนต่างสาขาอาชีพจนถึงผู้คนในชุมชนฯมารวมกัน ร่วมกันออกแบบการการดูแลตรวจโรคทั่วทั้งชุมชนและออกแบบการจัดการรักษาทั้งกลุ่มเขียว-เหลือง-แดง มีการใช้แอปพลิเคชั่นคู่การปฏิบัติการในพื้นที่ที่อำเภอบ้านฉาง จ.ระยอง ตั้งเป้าตรวจทุกคนในพื้นที่ 100% และจัดการรักษาเยียวยาด้วย เรียกว่าครบระบบเพื่อดูแลสังคมและปกป้องกิจกรรมเศรษฐกิจในท้องถิ่น! มีการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารกับความร่วมมือในรูปจิตอาสาจัดการปัญหาที่ยาก-ซับซ้อนนี้ โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือนจากนี้ และจะขยายผลสู่พื้นที่อื่นต่อไป เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้สังคมไทยไม่ต้องคอยพึ่งพาแต่รัฐหรือขึ้นต่อกับกลุ่มการเมืองแต่อย่างเดียว เป็นความก้าวหน้าของงานจิตอาสา-อาสาสมัครที่น่าศึกษาติดตามยิ่ง!

 

 

 

เรื่อง : Apichartology


บทความนำเสนอแง่มุมดีๆ ในการฝ่าวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน

ยุทธศาสตร์ที่ควรต้องเป็น เพื่อ ‘การจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด-19’ ที่มีประสิทธิภาพ

พลัง อาสาสมัครและจิตอาสา ในคลื่นวิกฤตการณ์ของบ้านเมือง

เผชิญโควิดระลอกใหม่ด้วย ‘ความคิดใหม่’