Don’t worry about a thing,
‘Cause every little thing gonna be all right!
Rise up this mornin’,
Smiled with the risin’ sun,
Three little birds
Pitch by my doorstep
Singin’ sweet songs
Of melodies pure and true,
This is my message to you-ou-ou
Don’t worry about a thing, worry about a thing, oh!
Every little thing gonna be all right. Don’t worry!
‘Cause every little thing gonna be all right – I won’t worry!
Don’t worry about a thing, oh no!
บทเพลง Three Little Birds โดย Bob Marley & The Wailers
มีบทความวิชาการที่น่าสนใจตีพิมพ์อยู่ในวารสาร Proceedings of the Royal Society B ผลงานการเขียนของ Ross Crates นักนิเวศวิทยาจาก Australian National University
Ross Crates และทีมงาน ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับนก Regent Honeyeater ติดต่อกันมาเป็นเวลา 5 ปี
Regent Honeyeater เป็นนกพื้นถิ่นของทวีปออสเตรเลีย เสมือนเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของที่นี่
Regent Honeyeater มีขนสีดำขลิบเหลือง มีเสียงร้องที่ไพเราะมาก ในอดีตพบได้ทั่วไปในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
Regent Honeyeater เริ่มสูญเสียพื้นที่อยู่อาศัยตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1950 เป็นต้นมา ทำให้ประชากรของพวกมันลดลง จากการสำรวจพบว่า มี Regent Honeyeater เหลืออยู่ในป่าเพียง 300-400 ตัวในปัจจุบัน
อุปนิสัยทั่วไปในอดีตของ Regent Honeyeater ตัวผู้มักอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ในฤดูหนาว แต่ตอนนี้พวกมันกระจายไปทั่วประเทศ หลายตัวก็แยกไปบินอยู่ตามลำพัง
แปลไทยเป็นไทยก็คือ มีนก Regent Honeyeater ตัวผู้โตเต็มวัย อาศัยอยู่ใกล้กับนกวัยละอ่อนในช่วงปีแรกของชีวิตพวกมันลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ
Ross Crates ชี้ว่า ปัจจุบัน นกเหล่านี้ ได้ลดการเรียนรู้การร้องเพลงหาคู่ตามธรรมชาติสายพันธุ์ของตน
“ทำให้มีโอกาสน้อยที่ Regent Honeyeater จะหาคู่ได้สำเร็จเหมือนในอดีต” Ross Crates กระชุ่น

ปัจจุบัน Ross Crates และทีมวิจัย ได้นำผลการค้นพบของพวกเขา ไปทดสอบในโครงการเพาะพันธุ์สัตว์ Taronga Conservation Society
โดยนักวิจัยกลุ่มนี้ ได้นำเสียงนก Regent Honeyeater เพศผู้ตัวเต็มวัย ให้นก Regent Honeyeater วัยละอ่อนฟังผ่านลำโพงภายในกรงนกทุกวัน
“เพื่อไม่ให้พวกมันลืมเพลงประจำสายพันธุ์ และรักษาสมรรถนะในการหาคู่ไว้ต่อไป” Ross Crates กล่าว และว่า
ทีมงานได้ศึกษาจนพบว่า การเรียนรู้เพลงของนกหลายชนิด เป็นกระบวนการคล้ายกับมนุษย์ในการเรียนภาษา โดยพวกมันจะเรียนรู้จากการฟังเสียงจากนกตัวอื่นๆ
“มีนก Regent Honeyeaters ราว 12% เลียนแบบเสียงเพลงของนกชนิดอื่นๆ เช่น Friarbirds หรือ Black-Faced Cuckooshrikes เป็นต้น” Ross Crates สรุป
นอกจากนี้ Ross Crates ยังได้นำนก Regent Honeyeater ตัวโตเต็มวัยจำนวน 2 ตัว ใส่เอาไว้ในกรงนกใกล้ๆ และตั้งกล้องสังเกตการณ์
ว่าการทดลองนี้จะช่วยให้นกละอ่อนสามารถเรียนรู้ทักษะการร้องเพลงที่ถูกต้องได้หรือไม่ ก่อนที่พวกจะถูกปล่อยกลับคืนสู่ป่าต่อไป
ทั้งนี้ Regent Honeyeater ตัวผู้ส่วนใหญ่จะต้องใช้เวลาหลายเดือนในช่วงปีแรก เพื่อเรียนรู้ทักษะการขับขาน “เพลงที่พวกมันจะร้องไปตลอดชีวิต”
Ross Crates บอกว่า ตามธรรมชาติ Regent Honeyeater จะเรียนรู้เสียงเพลงจากพ่อของมัน แต่ปัจจุบัน Regent Honeyeater จำนวนมากมักออกจากรังก่อนที่พวกมันจะเรียนรู้เทคนิคการร้องเพลง
ดังนั้น Regent Honeyeater ตัวผู้จำนวนมาก จึงต้องหานกต้นแบบชนิดอื่น เพื่อเรียนรู้ และเลียนเสียงร้องเหล่านั้น

Peter Marra นักชีววิทยาด้านการอนุรักษ์ของ Georgetown University บอกว่า “งานวิจัยของ Ross Crates ชี้ให้เห็นว่า การสูญเสียทักษะการขับขานบทเพลง”
Peter Marra กล่าว และว่า ในขณะที่ประชากรนกมีจำนวนน้อย อาจเป็นการเร่งให้ Regent Honeyeater มีจำนวนลดลงไปอีก
“อย่างไรก็ดี เหตุผลที่แท้จริงที่นกตัวเมียไม่ยอมรับนกตัวผู้นั้นยังไม่ชัดเจน” Peter Marra บอก
เช่นเดียวกับ Scott Ramsay นักนิเวศวิทยาเชิงพฤติกรรมจาก Wilfrid Laurier University สำทับว่า เสียงเพลงของนกตัวผู้ก็เปรียบเสมือนการโฆษณาตัวเอง เพื่อบอกให้นกตัวเมียรู้ว่าตนกำลังหาคู่อยู่
Scott Ramsay กล่าว และว่า Regent Honeyeater ตัวเมียอาจไม่เคยได้ยินเสียงเพลงเรียกคู่มาก่อนเลยในชีวิต
“พวกมันจึงไม่ยอมเข้าใกล้นกตัวผู้ที่หัดร้องเพลงเหล่านั้น หรืออาจเป็นไปได้ว่า เมื่อพวกมันเข้าไปใกล้แล้ว แต่นกตัวผู้กลับไม่เป็นตามที่คาดหวังไว้” Scott Ramsay ทิ้งท้าย
Carl Safina นักนิเวศวิทยาที่ Stony Brook University กล่าวว่า ถึงเวลาแล้ว ที่เราต้องตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรมการร้องเพลงของนก
“สิ่งนี้ไม่ใช่สัญชาตญาณการอยู่รอด แต่เป็นการเรียนรู้” Carl Safina สรุป
ทีมวิจัยของ Ross Crates ตั้งความหวังว่า ในอนาคตอันใกล้ นก Regent Honeyeater จะกลับมาถ่ายทอดบทเพลงหาคู่อันไพเราะของพวกมัน ไปยังนกละอ่อนรุ่นต่อไปเหมือนในอดีต










