Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.218

นายกฯย้ำหลายประเทศสนใจเข้ามาลงทุนใน EEC รองรับโลกยุคใหม่

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญเร่งด่วน รัฐบาลทำงานเพื่อวันนี้และอนาคต รองรับโลกยุคใหม่และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ การพบปะหารือกับเอกอัครราชทูตหลายประเทศต่างมีความสนใจที่จะมาร่วมลงทุนในประเทศไทย รวมถึงความร่วมมือในการที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีต่าง ๆ จึงขอให้ทุกหน่วยติดตามและทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง รวมทั้งขอให้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงผลงานและความก้าวหน้าของโครงการ EEC โดยเฉพาะประโยชน์ที่ประชาชนในพื้นที่และทั้งประเทศจะได้รับจากโครงการ EEC สำหรับปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นของทุกหน่วยงานขอให้บูรณาการการทำงานให้เป็นไปตามกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เร่งเพิ่มขีดความสามารถของแรงงานในประเทศ ให้เป็นแรงงานที่มีฝีมือสอดคล้องกับความต้องการของตลาดและการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการดึงคนรุ่นใหม่ หรือ Start Up ที่มีความรู้ความสามารถในแต่ละด้านมาร่วมทำงานด้วย เพิ่มการจ้างงาน ทำให้คนมีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอันส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอีกด้วย

สกพอ. รุกดึงญี่ปุ่นปักธงอุตสาหกรรมเป้าหมายใน EEC

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี และนางลัษมณ อรรถาพิช รองเลขาธิการ สกพอ. ได้เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาออนไลน์ จัดโดยสมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (Japan Business Federation : Keidanren) โดยได้ร่วมกันหารือกับผู้บริหารสมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น พร้อมชี้แจงถึงแนวทางความร่วมมือในการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่อีอีซีระยะถัดไป  กิจกรรมนี้ ได้รับความสนใจจากภาคเอกชนญี่ปุ่นที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น มากถึง 60 ราย เลขาธิการอีอีซีกล่าวตอกย้ำให้ความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนญี่ปุ่น จากการเร่งเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนในโครงการสำคัญต่าง ๆ ของอีอีซีมีความก้าวหน้าต่อเนื่อง และความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงในระดับภูมิภาค ซึ่งประเทศไทยโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้มีความสัมพันธ์อันดีต่อนักลงทุนญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน  พร้อมกันนี้ รองเลขาธิการ สกพอ.ได้นำเสนอข้อมูลรายละเอียด ความก้าวหน้าของโครงการต่างๆ ในพื้นที่อีอีซี และโอกาสในการลงทุนของภาคเอกชนญี่ปุ่นในอุตสาหกรรม อาทิ อุตสาหกรรมกลุ่มการแพทย์และสุขภาพ ยานยนต์สมัยใหม่ ดิจิทัล โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ BCG เพื่อเพิ่มแรงจูงใจและรองรับนักลงทุนจากญี่ปุ่นที่พร้อมจะมาลงทุนในอีอีซีต่อเนื่อง

“ซินโครตรอน” เปลี่ยนรถตู้ธรรมดาสู่ห้องความดันลบ พาผู้ป่วยโควิดกลับภูมิลำเนา

จากสถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ระบาดสูงจนมีเตียงรองรับไม่เพียงพอ จึงเกิดแนวทางนำผู้ป่วยจากพื้นที่เสี่ยงกลับภูมิลำเนา ซึ่งรถรับส่งผู้ป่วยนั้นต้องออกแบบให้สามารถสร้างความปลอดภัยและป้องกันการติดเชื้อแก่คนขับด้วย ทางสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ซึ่งมีประสบการณ์สร้างห้องความดันลบเพื่อรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จึงนำความเชี่ยวชาญดังกล่าวมาดัดแปลงรถตู้ธรรมดาให้กลายเป็นรถรับส่งผู้ป่วยได้ด้วยต้นทุนเพียง 30,000 – 50,000 บาท นายเกริกฤทธิ์ สิทธิศาสตร์ วิศวกรเครื่องกลสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “รถตู้โดยสารความดันลบนี้ประยุกต์จากการพัฒนาและสร้างห้องแยกโรคความดันลบสำหรับโรงพยาบาลสนาม ที่สถาบันฯ ได้ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีสุญญากาศ เทคโนโลยีระบบควบคุมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง โดยการดัดแปลงรถตู้โดยสารได้ออกแบบให้มีการปิดกั้นแยกห้องระหว่างคนขับและผู้โดยสาร เพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อไวรัส และห้องผู้โดยสารติดตั้งระบบดูดอากาศผ่านแผ่นกรอง HEPA filter ที่ใต้เบาะผู้โดยสารด้านหลัง เพื่อให้มีความดันต่ำกว่าความดันบรรยากาศและป้องกันเชื้อไวรัสกระจายสู่ภายนอก” ด้านนายพิสิษฐ์ พงษ์ศิริศุภกุล เลขาธิการมูลนิธิพุทธธรรม 31 นครราชสีมา กล่าวว่า “รถตู้โดยสารความดันลบคันนี้เป็นรถต้นแบบคันแรก สามารถเปิดเครื่องปรับอากาศเพื่อความเย็นสบายแก่ผู้ป่วยระหว่างเดินทาง จึงเพิ่มเที่ยวในช่วงกลางวันได้ และจากเดิมลำเลียงผู้ป่วยได้เที่ยวละ 4 คน เพิ่มขึ้นเป็นเที่ยวละ 9 คน ทำให้จำนวนรอบในการรับส่งผู้ป่วยลดลง คนขับจึงเหนื่อยล้าน้อยลง ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และมีความปลอดภัยในการเดินทางมากขึ้น หากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงรุนแรง ทางมูลนิธิฯ ยังมีรถตู้ที่พร้อมดัดแปลงเป็นรถตู้โดยสารความดันลบทั้งหมด 4 คัน”

พาณิชย์จับมือเกษตรเปิดตัว Phenixbox.com แพลตฟอร์มค้าส่งในประเทศครบวงจร

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC จัดโปรเจกต์ Kick-off เปิดตัวแพลตฟอร์ม Phenixbox.com  ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มค้าส่งในประเทศแบบครบวงจร มีระบบการบริหารจัดการ การสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า และการจับคู่ธุรกิจ โดยมีสินค้าจากกลุ่มสหกรณ์ไทยเกือบ 40 รายการ เช่น ข้าว โคนม และโคเนื้อที่มีมาตรฐานคุณภาพระดับพรีเมียม และมีความพร้อมสำหรับการค้าส่งแบบล็อตใหญ่ กลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการสินค้าเกษตรเกรดพรีเมียมในปริมาณมาก หมดกังวลเรื่องกำลังการผลิตได้เลย“ การผลักดันสินค้าเกษตรจากสหกรณ์ขึ้นจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Phenixbox.com จะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อในประทศได้เลือกช้อปสินค้าเกษตรในแบบค้าส่งออนไลน์จากผู้ผลิตโดยตรง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางให้เสียเวลา  นอกจากนี้ยังเตรียมจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจออนไลน์กับโรงแรมและบริษัทต่างๆ ในเครือ TCC Group ในเดือนสิงหาคมนี้  เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อ-ผู้ขายได้มาพบกันในรูปแบบออนไลน์ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปเจรจาธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้สินค้าเกษตรสามารถจำหน่ายได้มากขึ้น ตั้งเป้าช่วยแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดและเพิ่มฐานลูกค้าให้หลากหลายและกว้างขึ้น เป็นการกระจายสินค้าเกษตรที่มีโอกาสเน่าเสียง่ายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากผู้ประกอบการท่านใดสนใจที่จะเป็นคู่ค้ากับสหกรณ์ก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาธุรกิจในครั้งนี้ได้เลย” อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าว

G20 จัดตั้งคณะทำงานด้านเศรษฐกิจดิจิทัลรับมือการระบาดโรคอุบัติใหม่

รัฐมนตรีจากประเทศกลุ่ม G20 ได้จัดตั้งคณะทำงานด้านเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Working Group) ซึ่งจะช่วยดูแลโลกในยุคการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล นายวิตโตริโอ โคลาโอ รัฐมนตรีกระทรวงนวัตกรรมเทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลของอิตาลี กล่าวว่าการจัดตั้งคณะทำงานดังกล่าวคือความสำเร็จสูงสุดของการเจรจา และอิตาลีซึ่งรับตำแหน่งประธาน G20 ประจำปี 2564 คาดหวังว่าคณะทำงานด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของกลุ่ม G20 จะสามารถจัดตั้งได้ในปีนี้ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เห็นคุณค่าในศักยภาพของระบบดิจิทัลด้านการพิสูจน์อัตลักษณ์ เช่น ระบบการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ดำเนินการระหว่างหลายแพลตฟอร์ม ภาคส่วน และพรมแดนประเทศต่างๆ สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มความไว้วางใจระหว่างพลเมืองและรัฐบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19