เมื่อเชนโรงแรมไทยอายุกว่า 7 ทศวรรษ ฮึดสู้โควิด กรณีศึกษาการปรับกลยุทธ์ฝ่าวิกฤต จาก“ดุสิตธานี”

หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักที่สุดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุดลงในเร็ววันนี้ ก็คือ อุตสาหกรรมโรงแรม ที่เป็นองคาพยพสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ที่บอบช้ำแสนสาหัส

ระหว่างทางที่ผ่านมาเป็นเหตุให้ผู้ประกอบการหลายรายถอดใจ บ้างประกาศขายธุรกิจ บอกลาธุรกิจโรงแรมเป็นการถาวร บ้างปิดกิจการชั่วคราว บ้างเลื่อนแผนเปิดโรงแรมแห่งใหม่ออกไปก่อน แต่ก็มีบางรายที่ทุนหนา เช่นเครือ AWC ของไทยเบฟที่เดินหน้าซื้อกิจการอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เชนโรงแรมไทยแท้อย่าง “ดุสิตธานี” ยังกัดฟันสู้ พร้อมปรับกลยุทธ์เพื่อฝ่าวิกฤต และสืบสานตำนานเชนโรงแรมไทยที่เก่าแก่อายุอานามร่วม 73 ปี ต่อไปให้ได้

ดุสิตธานี หัวหิน
ดุสิตธานี หัวหิน ยังคงได้รับผลกระทบโดยตรงจากการระบาดระลอก 3
ในครึ่งแรกของปี 2564 ธุรกิจการท่องเที่ยวโลกยังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในส่วนของประเทศไทย การระบาดระลอกที่ 2 ต้ังแต่ช่วงสิ้นปี 2563 และระลอกที่ 3 ในเดือนเมษายน 2564 ที่ยังคงส่งผลต่อเนื่องต่ออัตราผู้ติดเชื้อหลักหมื่นและผู้เสียชีวิตหลักร้อยมาจนถึงทุกวันนี้ และในขณะที่อัตราการฉีดวัคซีนของประเทศไทยยังคงเดินหน้าอย่างมีความหวัง โดยจำนวนการได้รับวัคซีนสะสม (28 กุมภาพันธ์- 9 สิงหาคม 2564) รวม 21,171,110 โดส ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ แต่มาตรการในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือ พื้นที่สีแดงเข้ม 29 จังหวัด และการงดบริการเที่ยวบินของสายการบินต่างๆ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้โดยสะดวก และนอกเหนือจากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์แล้ว ประเทศไทยยังมีนโยบายการจำกัดการเดินทางเข้าประเทศของชาวต่างชาติอยู่ ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเท่ียวทั้งจากในประเทศและต่างประเทศที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)
อย่างไรก็ตาม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT กล่าวว่า บริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์การเติบโตทางธรุกิจของบริษัท ที่กระจายการลงทุนไปยังธุรกิจอาหารและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทมีรายได้จากธุรกิจอาหารและรายได้อื่นเพิ่มขึ้น โดยในไตรมาส 2/2564 มีรายได้รวม 587 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 38.4% จากไตรมาส 2/2563 จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ธุรกิจโรงแรม เนื่องจากในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ บริษัทได้ปิดโรงแรมในประเทศไทยและต่างประเทศช่ัวคราว ขณะที่ในปีนี้ได้เปิดให้บริการได้ตามปกติ รวมถึงจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ของธุรกิจอาหารเนื่องจากขยายธุรกิจการให้บริการจัดการอาหารแก่ โรงเรียนนานาชาติไปท่ีประเทศเวียดนาม ตั้งแต่ปลายไตรมาส 3/2563 ขณะเดียวกัน ยังมีกำไรจากการขายเงินลงทุน ระยะยาวอ่ืน และกำไรจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินอื่นในไตรมาส 2/2564 อีกด้วย
ดุสิตธานี
ธุรกิจของดุสิตธานีที่ดำเนินการทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ดุสิตธานี
ธุรกิจต่างๆ ใต้ร่ม ดุสิตธานี

สำหรับ 6 เดือนแรกของปี 2564 ดุสิตธานีมีรายได้รวม 1,898 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่ธุรกิจโรงแรมมีรายได้ลดลงจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 2 และ 3  ส่วนธุรกิจอาหารมีรายได้เพ่ิมขึ้นจากการขยายธุรกิจการให้บริการจัดการอาหารแก่โรงเรียนนานาชาติ และมีกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมและเงินลงทุนระยะยาวอื่น ตลอดจนมีกำไรจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินอื่น

กระนั้น แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่บริษัทฯ ยังคงควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดเช่นเคย อาทิ การปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อให้ค่าใช้จ่ายเงินเดือนโดยรวมลดลง การลดค่าใช้จ่ายด้านที่ปรึกษา ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการจัดการทั่วไป ทำให้ค่าใช้จ่ายคงที่ในไตรมาส 2/2564 และในครึ่งปีแรกนี้ ลดลง 6.4% และ 20.2% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าตามลำดับ ส่งผลให้ในไตรมาส 2/2564 ขาดทุนสุทธิ 376 ล้านบาท ลดลงจากขาดทุนสุทธิ 453 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วน 6 เดือนแรกปี 2564 นี้ มีผลขาดทุนสุทธิ 302 ล้านบาท ลดลงจากขาดทุนสุทธิ 535 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ดุสิตธานี กวม
ดุสิตธานี กวม เข้ามาอยู่ในพอร์ตบริหารของดุสิตธานี ในไตรมาส 2/2564
ด้านพัฒนาการที่สำคัญของดุสิตธานีในไตรมาส 2/2564 เฉพาะในส่วนธุรกิจโรงแรม พบว่า ในเดือนเมษายน 2564 ได้เข้าบริหารโรงแรมภายใต้รูปแบบ White Label Hotel Managed by Dusit เพิ่มอีก 1 แห่ง ที่เกาะกวม ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 145 ห้อง ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 2/2564 จะมีจำนวนโรงแรมและวิลล่าภายใต้การบริหารจัดการรวม 329 แห่ง โดยเป็นโรงแรม 45 แห่ง และวิลล่า 284 แห่ง รวมจำนวนห้องพักทั้งสิ้น 11,655 ห้อง
นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงห้องพัก สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และกิจกรรมต่างๆ ของโรงแรมและวิลล่า ที่ภูเก็ตและสมุย ตามแนวทาง Dusit Graciousness หรือความเป็นดุสิตธานีอย่างแท้จริง ทั้งเรื่องของความโดดเด่นในการให้บริการ การท่องเที่ยวที่เน้นสุขภาวะทั้งสุขภาพกายและใจ การเชื่อมต่อกับท้องถิ่น การสร้างความยั่งยืนให้กับการท่องเที่ยว เพื่อพร้อมในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวในประเทศและนักท่องเท่ียวต่างชาติ ท่ีจะเข้ามาตามนโยบายของภาครัฐ เช่น โครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ และสมุยพลัส นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เร่งดำเนินการให้พนักงานทั้งหมดเข้ารับการฉีดวัคซีน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ รวมทั้งเป็ํนหลักประกันความปลอดภัยให้กับพนักงานและลูกค้าที่มาใช้บริการ
Dusit Family Retreat
โปรแกรม Dusit Family Retreat
ขณะเดียวกันก็รุกคืบเข้าไปในธุรกิจเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี ด้วยการเปิดตัวบริการ “เทวารัณย์ เวลเนส” แนวคิดใหม่ของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อเป็นการตอบสนองเทรนด์การท่องเที่ยวในปัจจุบันที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขผลดำเนินการล่าสุด จะดูดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว แต่อย่าลืมว่าปีที่แล้วก็ทรุดหนักจากปี 2562 เช่นกัน ดังนั้นแนวโน้มธุรกิจของบริษัทฯ ในคร่ึงหลังของปี 2564 ก็ยังถูกกดดันจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีความรุนแรงมากขึ้นต่อไป โดยเฉพาะนับตั้งแต่ต้นไตรมาส 3/2564 ที่รัฐบาลประกาศมาตรการในการควบคุมที่เข้มข้นมากขึ้นในหลายจังหวัดดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อธุรกิจโรงแรมในประเทศ แต่ในขณะที่ธุรกิจโรงแรมของดุสิตธานีในต่างประเทศมีแนวโน้มที่ดีกว่า เนื่องจากสามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปกติ โดยมีอัตราการเข้าพักที่ดีต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2564 โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงแรมดุสิตธานี มะนิลา และโรงแรมอื่นๆ ที่บริษัทรับจ้างบริหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์)
ดุสิตธานี ดูไบ
ดุสิตธานี ดูไบ อัตราการเข้าพักเริ่มกลับมาดี
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีมุมมองต่อปัจจัยดังกล่าวข้างต้นว่า จะกดดันผลการดำเนินงานของบริษัทในครึ่งปีหลังของปี 2564 โดยคาดว่า การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมของบริษัทไปสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19 จะใช้เวลายาวนานกว่าที่เคยประเมินไว้ แต่บริษัทฯ ก็ได้วางแผนเพื่อรับมือกับผลกระทบระยะยาวไว้แล้ว โดยการปรับโครงสร้างองค์กรให้ตอบรับรูปแบบของธุรกิจในอนาคต เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพในการทำงาน ลดความซ้ำซ้อนของงาน ตลอดจนลดต้นทุน และค่าใช้จ่ายในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังได้ทำสัญญาขายโรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส เชียงใหม่ ให้กับนักลงทุน และได้ทำสัญญารับจ้างบริหารโรงแรมภายใต้ชื่อเดิมต่ออีก 10 ปี พร้อมสิทธิในการขยายเวลาอีก 5 ปี รวมเป็น 15 ปี สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในการบริหารจัดการและความแข็งแกร่งของแบรนด์ดุสิตธานี
สำหรับไตรมาส 3/2564 แนวโน้มอัตราการเข้าพักโรงแรมในต่างจังหวัด เช่น กรุงเทพฯ พัทยา หัวหิน และเชียงใหม่ ยังอยู่ในระดับต่ำ ยกเว้นโรงแรมท่ีเป็นสถานที่กักตัวทางเลือก (Alternative State Quarantine; ASQ) คือ โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ และโรงแรมท่ีมีลูกค้าพักระยะยาว (Long Stay) คือ โรงแรมดุสิตสวีท ราชดำริ กรุงเทพ ที่มีอัตราการเข้าพักท่ีดีพอสมควรภายใต้ภาวะธุรกิจปัจจุบัน และจากการที่ได้ปรับปรุงตามแนวทางต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ได้ส่งผลให้อัตราการเข้าพักของโรงแรมดุสิตธานีลากูน่าภูเก็ตเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับ 45% ในเดือนกรกฎาคม 2564 แต่แนวโน้มการจองห้องพักเริ่มชะลอตัวลงในต้นเดือนสิงหาคมจากจำนวนผู้ติดเชื้อท่ีเพิ่มขึ้น สำหรับแนวโน้มอัตราการเข้าพักของโรงแรมในต่างประเทศในเดือนกรกฎาคมยังมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องจากเดือนมิถุนายน ทั้งในประเทศแถบตะวันออกกลาง สหรัฐอเมริกา (กวม) มัลดีฟส์ ฟิลิปปินส์ และจีน ทั้งนี้การฟื้น ตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจท่องเที่ยวในภาพรวม ยังขึ้นอยู่กับการควบคุมการระบาดของโควิด-19 และอัตราการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมเป็นสาคัญ
ดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต
โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต ได้รับอานิสงส์จากภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์
ด้านสถานการณ์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทย ศูนย์วิจัยกรุงไทยชี้ว่า การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศหยุดชะงัก ตามแผนการเดินทางและมาตรการ กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศที่ต้องล่าช้าออกไป จึงคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศจะอยู่ที่ 63.6 ล้านคน-ครั้ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย เพิ่มเติมจากประมาณการครั้งก่อนราว 9.7 หมื่นล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ลากยาวไปกว่าที่ประเมินไว้ (ในกรณีเลวร้าย) จะส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศลดเหลือเพียง 56.2 ล้านคน-ครั้ง และสร้างความเสียหายเพิ่มเติมไม่ต่ากว่า 1.4 แสนล้านบาทเลยทีเดียว 
ขณะเดียวกัน การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงมีข้อจำกัดอยู่มาก เพราะไทยยังไม่มีนโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งหลายประเทศเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักของบ้านเรา เช่น มาเลเซียและอินเดีย และแม้ว่าไทยจะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามาเยือนไทยได้ แต่ประเทศที่เป็นเป้าหมายหลักบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป และกลุ่มสแกนดิเนเวีย กลับยังไม่แนะนำให้พลเมืองของตนเดินทางมาไทย หรือมีเงื่อนไขในการกักตัวราว 7-14 วัน หลังเดินทางกลับจากไทย แม้รัฐบาลจะออกโครงการนำร่อง ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ตามนโยบายการเปิดประเทศภายใน 120 วันก็ตาม ก็คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 จะยังคงอยู่ในระดับต่า โดยประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ะะดับ 1-5 แสนคนเท่านั้น

ที่มา :

  • คำอธิบายและบทวิเคราะห์ผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของฝ่ายบริหาร สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 และ 6 เดือนแรก ปี 2564 ของ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)
  • Krungthai Compass