จดหมาย ถึง รัฐมนตรี

พีรณัฐ อินทรารักษ์สกุล นักศึกษาปริญญาตรี จากวิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้พิการทางการได้ยิน ได้ยื่นหนังสือถึง ศาสตราจารย์ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในโอกาสลงพื้นที่พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการ “มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ” หรือ U2T ที่ ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยบูรพา


ความตอนหนึ่งของหนังสือระบุว่า “เคยสมัครงานราชการหรือบริษัท แต่ไม่รับคนพิการ ก่อนมาสมัครโครงการ U2T และได้รับโอกาสทำงาน อยากขอบคุณรัฐมนตรี อว. ที่ให้โอกาสเรียนรู้การทำงานเพื่อพัฒนาศักยภาพและอยากให้จัดหางานให้หลังหมดสัญญา เพราะหางานได้ยากเนื่องจากเหตุผลที่เป็นคนหูหนวก”
ต้องยอมรับว่า โอกาสของผู้พิการในสังคมยังมีสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับคนปกติ ยิ่งในยุควิกฤตโควิด-19 โอกาสที่มีน้อยอยู่แล้วก็แทบจะมลายหายไปจนสิ้น ประเทศไทยมีผู้พิการกว่า 2 ล้านคน มีผู้พิการที่เป็นกลุ่มแรงงานประมาณ 87,000 คน แต่มีเพียง 1 ใน 4 ของจำนวนกลุ่มแรงงานที่ได้รับการจ้างงาน
นั่นหมายความว่า ยังมีคนพิการอีกมากกว่า 6.5 หมื่นคน…ตกงาน

ผู้พิการจำนวนมากยังไม่ได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน และคนบางกลุ่มก็ขาดอุปกรณ์รองรับในการปฏิบัติหน้าที่ หรือขาดแหล่งทุนที่จะเริ่มการทำธุรกิจของตนเอง ดังนั้นการสนับสนุนกลุ่มคนพิการให้ได้การฝึกฝนทักษะอย่างเพียงพอ รวมถึงส่งเสริมศักยภาพต่างๆ ที่เหมาะสม จะทำให้คนกลุ่มนี้มีชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะคนพิการทั้งในด้านการประกอบอาชีพและด้านดิจิทัล
ตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2560 – 2564) มุ่งหวังให้คนพิการสามารถเข้าถึงสิทธิ ดำรงชีวิตอิสระ อยู่ในสังคมได้อย่างยั่งยืน อาทิ การจัดสวัสดิการพื้นฐานให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิต การส่งเสริมศักยภาพและความเข้มแข็ง จัดสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ รวมไปถึงการเพิ่มโอกาสให้ได้รับสิทธิต่างๆ อย่างทั่วถึง ทั้งด้านการแพทย์ การศึกษา การประกอบอาชีพ และสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะการลดความเหลื่อมล้ำและการสร้างความเสมอภาคอย่างยั่งยืนในทุกมิติ สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ มีความภาคภูมิใจในตัวเอง อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ

สำหรับโครงการ “มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ” หรือ U2T ของกระทรวง อว. เป็นการจ้างบัณฑิตจบใหม่เข้าไปใช้ชีวิตร่วมกับชุมชน ด้วยการจ้างงานนักศึกษา บัณฑิตจบใหม่และประชาชน 60,000 คน ให้เข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่เป้าหมาย 3,000 ตำบล พัฒนาแก้ไขปัญหาและเศรษฐกิจของตำบลแบบพุ่งเป้า มีระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมา ถือเป็นโครงการแรกในประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย 76 แห่ง อาจารย์มหาวิทยาลัย นักศึกษาและประชาชนลงไปทำงานชุมชนพร้อมกัน
โรดแม็ปของโครงการ U2T คือการพัฒนาทักษะการทำงานในด้านต่างๆ ทั้งทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ทักษะด้านการเงิน ภาษาอังกฤษ และทักษะสังคม รวมทั้งทักษะเฉพาะด้านที่สอดคล้องกับงานพัฒนาชุมชนใน 5 มิติ ได้แก่ สุขภาพ ความเป็นอยู่ การศึกษา รายได้ และการเข้าถึงบริการภาครัฐ เพื่อวิเคราะห์ความเข้มแข็งหรืออ่อนแอของตำบลนั้นๆ ในการใช้ทำแผนการยกระดับเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจะจัดเก็บลงในระบบการจัดเก็บข้อมูล หรือ Data Lake ผ่าน application U2T
ปัจจุบัน U2T ได้เดินมาถึงครึ่งทางแล้ว ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิดได้ปรับเพิ่มการทำงานมาช่วยสนับสนุนป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด เช่น การรณรงค์ป้องกันโควิดในชุมชน สนับสนุนการคัดกรอง ตรวจเบื้องต้นโดยวิธีหาแอนติเจน (ATK) ฉีดวัคซีน รวมทั้งทำกลไกกักตัวที่บ้านและชุมชน เป็นต้น
เอนก เหล่าธรรมทัศน์
ศาสตราจารย์ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

“รู้สึกดีใจมากที่วันนี้ได้พบกับผู้พิการทางการได้ยินและทราบว่า U2T ได้ช่วยให้เขามีงานทำ จากเดิมไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ” ศ.ดร.เอนก กล่าว

จดหมายฉบับนี้ อาจเป็นเพียงเสียงเล็กๆ ของผู้พิการ แต่อย่างน้อยก็ทำให้รัฐบาลมองเห็นว่า หากคิดโครงการที่สามารถต่อยอดเข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้ ก็จะทำให้พวกเขาได้รับโอกาสมากขึ้น